“ลูกเห็บหลงฤดู” เหตุการณ์ลูกเห็บตกกลางกรุง เมื่อ 1 ต.ค. 69 ทำไมโรคฉี่หนูถึงต้องเฝ้าระวังหลังน้ำท่วม ? “กาแฟ” กับวิทยาศาสตร์น่ารู้ AI In-Brief สรุปเรื่องเด่นน่ารู้ Thai PBS Now ดูทุกวัน ทันทุกเหตุการณ์ ปัดขึ้นเพื่อเริ่มอ่าน เลื่อนลงเพื่อเริ่มอ่าน AI อาจผิดพลาดได้ โปรดตรวจสอบอีกครั้ง
“กาแฟ” กับวิทยาศาสตร์น่ารู้ 1 ต.ค. 11:13 สรุปประเด็นสำคัญโดย AI / ติชม วันที่ 1 ตุลาคมของทุกปีคือ “วันกาแฟสากล” ซึ่งกาแฟเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมที่ช่วยให้รู้สึกสดชื่น ตื่นตัว และมีการศึกษาถึงความเชื่อมโยงกับการลดความเสี่ยงของโรคต่างๆคาเฟอีนในกาแฟเป็นสารกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง โดยออกฤทธิ์ขัดขวางโมเลกุลอะดีโนซีนที่ทำให้รู้สึกง่วงนอน นอกจากนี้ยังมีสารสำคัญอื่นๆ เช่น กรดคลอโรจีนิก ไตรโกนีลีน และไดเทอร์พีน ที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ และอาจช่วยปกป้องสมองหรือยับยั้งเซลล์มะเร็งได้กาแฟอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยกำจัดของเสียอันตรายจากการเผาผลาญพลังงาน และเชื่อมโยงกับการลดความเสี่ยงของโรคพาร์กินสัน ภาวะสมองเสื่อม รวมถึงเบาหวานชนิดที่ 2แม้กาแฟจะมีประโยชน์ แต่การบริโภคในปริมาณมากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการกระวนกระวายและนอนไม่หลับได้ นอกจากนี้ส่วนผสมเพิ่มเติมอย่างครีมเทียม นม และน้ำตาลก็เพิ่มแคลอรีที่ควรจำกัด
ทำไมโรคฉี่หนูถึงต้องเฝ้าระวังหลังน้ำท่วม ? วันนี้ 12:27 สรุปประเด็นสำคัญโดย AI / ติชม โรคฉี่หนูเกิดจากเชื้อแบคทีเรียในปัสสาวะสัตว์พาหะ เช่น หนู ที่ปนเปื้อนในน้ำท่วมหรือดินชื้นแฉะ เชื้อเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ผ่านบาดแผลหรือเยื่อบุผิวหนังเมื่อสัมผัสน้ำที่ปนเปื้อน จึงเป็นอันตรายอย่างยิ่งในช่วงน้ำท่วมอาการมีตั้งแต่ไข้สูง ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อรุนแรง (โดยเฉพาะน่อง) ตาแดง ไปจนถึงขั้นรุนแรง เช่น ตัวเหลือง ตาเหลือง ไตวาย หรือมีเลือดออกในปอด ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากไม่รีบพบแพทย์และรับการรักษาอย่างทันท่วงทีป้องกันโรคได้โดยหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำเปล่า สวมรองเท้าบู๊ทป้องกัน ทำความสะอาดร่างกายทันทีหลังสัมผัส และกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์หนูเพื่อลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อนอกจากโรคฉี่หนูแล้ว ยังมีโรคอื่น ๆ ที่ควรระวังในช่วงน้ำท่วม เช่น โรคตาแดง โรคไข้ดิน (เมลิออยโดสิส) และโรคมือเท้าปาก ซึ่งล้วนติดต่อผ่านการสัมผัสน้ำหรือสิ่งปนเปื้อน