วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยีชาร์จได้ทุกที่ "แผงโซลาร์" ขนาดกะทัดรัด หมุนตามแสงอาทิตย์อัตโนมัติ เก็บพลังงานเพิ่มขึ้น 40%3 ประเด็นวิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยีNARIT แจงเหตุเลื่อนภารกิจ "ฉางเอ๋อ 7" เป็นปี 2570 ยัน CE-7 MATCH ฝีมือคนไทยพร้อมลุยดวงจันทร์5 ประเด็นวิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยีAI กับการจัดการภัยพิบัติ: เมื่อเทคโนโลยีต้องเรียนรู้ที่จะ "รับผิดชอบ" ก่อนจะ "รวดเร็ว"4 ประเด็นวิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยีเป้ติดใบพัด "โดรนสะพายหลัง" ช่วยกระโดดสูงขึ้น 3 เท่า จำลองความรู้สึกเหมือนอยู่บนดวงจันทร์4 ประเด็นวิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยีซ่อมตัวเองได้! ผิวหนังอิเล็กทรอนิกส์ ปลดล็อกการทำงานหุ่นยนต์ ซ่อมแซมรอยรั่วเมื่ออยู่ใต้น้ำได้4 ประเด็นสรุปเรื่องเด่นน่ารู้จาก Thai PBS Nowดูทุกวัน ทันทุกเหตุการณ์ปัดขึ้นเพื่อเริ่มอ่าน / ดูข่าวถัดไปเลื่อนลงเพื่อเริ่มอ่าน / ดูข่าวถัดไปสรุปประเด็นสำคัญด้วย AIควรตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้งจากเนื้อหาฉบับเต็ม
AI กับการจัดการภัยพิบัติ: เมื่อเทคโนโลยีต้องเรียนรู้ที่จะ "รับผิดชอบ" ก่อนจะ "รวดเร็ว"17 ก.ค. 21:58สรุปประเด็นสำคัญโดย AIAI มีบทบาทสำคัญในการจัดการภัยพิบัติ ตั้งแต่การเตือนภัยล่วงหน้า (ซึ่งช่วยลดความเสียหายได้ถึง 30% หากเตือนภายใน 24 ชั่วโมง), การผลิตและปรับเนื้อหาข่าวให้ตรงจุด, การตรวจสอบข่าวปลอมและข้อมูลบิดเบือน, การสร้างเนื้อหาที่เข้าถึงกลุ่มเปราะบาง ไปจนถึงการฟังเสียงประชาชนผ่านโซเชียลมีเดียสื่อสาธารณะต้องใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ โดยยึดหลัก 4 ข้อ ได้แก่ ความถูกต้องมาก่อนความเร็ว, ความโปร่งใสในการเปิดเผยการใช้ AI, การกำกับดูแลโดยมนุษย์เพื่อให้บรรณาธิการเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาสุดท้าย และการเข้าถึงข้อมูลอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมสำหรับทุกคนความท้าทายสำคัญของการใช้ AI ในภาวะวิกฤตคือ การแพร่กระจายของข่าวปลอมและ Deepfake, ภาวะข้อมูลล้นเกินที่ทำให้ประชาชนแยกแยะข้อมูลยาก และปรากฏการณ์ "AI Slop" ซึ่งเป็นเนื้อหาที่สร้างโดย AI เพื่อดึงดูดความสนใจแต่ขาดประโยชน์เชิงข้อมูล ทำให้ความสนใจเบี่ยงเบนจากข้อเท็จจริงที่สำคัญผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกเน้นย้ำว่า AI เป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง แต่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของมนุษย์เสมอ มีเป้าหมายชัดเจน และมีความรับผิดชอบกำกับอยู่ เพราะสิ่งที่สื่อสาธารณะต้องแข่งขันไม่ใช่ความเร็วของ AI แต่คือการสร้าง "ความไว้วางใจ" ให้กับประชาชนในยามวิกฤต
NARIT แจงเหตุเลื่อนภารกิจ "ฉางเอ๋อ 7" เป็นปี 2570 ยัน CE-7 MATCH ฝีมือคนไทยพร้อมลุยดวงจันทร์เมื่อวานนี้ 20:00สรุปประเด็นสำคัญโดย AIสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) ประกาศเลื่อนภารกิจส่งยานฉางเอ๋อ 7 พร้อมอุปกรณ์ CE-7 MATCH ของไทย จากปี 2569 ไปเป็นปี 2570สาเหตุหลักของการเลื่อนคือพายุโซนร้อนนาร์รา และสภาพแสงที่ไม่เหมาะสมสำหรับการลงจอดบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ ซึ่งจำเป็นต่อการผลิตพลังงานและการมองเห็นพื้นผิวอุปกรณ์ CE-7 MATCH ที่พัฒนาโดยนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรไทย ยังคงพร้อมปฏิบัติภารกิจ 100% เนื่องจากถูกออกแบบให้ยืดหยุ่นต่อการเลื่อนกำหนดการ และไม่มีแบตเตอรี่ภายในที่เสื่อมสภาพCE-7 MATCH มีเป้าหมายเพื่อตรวจวัดรังสีคอสมิกและศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ เพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านสภาพแวดล้อมรังสีในอวกาศโครงการนี้ได้สร้างประสบการณ์จริงและพัฒนาบุคลากรด้านอวกาศของไทย ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีและภารกิจอวกาศที่ท้าทายยิ่งขึ้นในอนาคต