วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี“พยากรณ์อากาศ” รู้ได้อย่างไร? ฝนจะตก แดดจะออก พายุจะเข้า4 ประเด็นLifestyleย้อนเวลา สืบทางวัฒนธรรม หญิงไทยโบราณ แต่งกายแบบไหน ?3 ประเด็นวันสำคัญ4 กุมภาพันธ์ “วันมะเร็งโลก” รวมเรื่องน่ารู้และการป้องกันภัยร้าย “โรคมะเร็ง"5 ประเด็นวิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยีมีโอกาสเกิดน้ำท่วมสูงมาก! ทำไม? ช่วงนี้จะเกิดฝนตกหนักและตกแช่4 ประเด็นวิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยีพรุ่งนี้ (23 ก.ย. 69)! “วันศารทวิษุวัต” ช่วงเวลากลางวันและกลางคืนยาวนานเท่ากัน4 ประเด็นสรุปเรื่องเด่นน่ารู้จาก Thai PBS Nowดูทุกวัน ทันทุกเหตุการณ์ปัดขึ้นเพื่อเริ่มอ่าน / ดูข่าวถัดไปเลื่อนลงเพื่อเริ่มอ่าน / ดูข่าวถัดไปสรุปประเด็นสำคัญด้วย AIควรตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้งจากเนื้อหาฉบับเต็ม
4 กุมภาพันธ์ “วันมะเร็งโลก” รวมเรื่องน่ารู้และการป้องกันภัยร้าย “โรคมะเร็ง"3 ก.พ. 14:28สรุปประเด็นสำคัญโดย AIวันมะเร็งโลก ตรงกับวันที่ 4 กุมภาพันธ์ของทุกปี ถูกกำหนดขึ้นโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การสหภาพต่อต้านมะเร็งระหว่างประเทศ (UICC)โรคมะเร็ง เกิดจากเซลล์ในร่างกายมีความผิดปกติที่ DNA ส่งผลให้เซลล์มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและควบคุมไม่ได้ จนลุกลามไปยังอวัยวะอื่นๆ ปัจจัยเสี่ยงของโรคมีทั้งจาก พฤติกรรม สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ กินอาหารปิ้งย่างเกรียม รวมถึงพันธุกรรมองค์การอนามัยโลก ประเมินผู้ป่วยมะเร็งทั่วโลกในปี 2020 มีจำนวนราว 19.3 ล้านคน และคาดการณ์ว่าในปี 2040 จะเพิ่มขึ้นเป็น 28.9 ล้านคน โดยมะเร็งเต้านมพบมากที่สุด และมะเร็งปอดคร่าชีวิตผู้ป่วยมากที่สุดสำหรับประเทศไทย พบผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่วันละ 382 คน หรือ 139,206 คนต่อปี และเสียชีวิตวันละ 230 คน หรือ 84,037 คนต่อปี โดยมะเร็งที่พบมากในผู้ชาย 5 อันดับแรก ได้แก่ มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ส่วนผู้หญิง 5 อันดับแรก ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด และมะเร็งปากมดลูกการป้องกันโรคมะเร็ง ทำได้โดยการดูแลสุขภาพ ออกกำลังกาย กินอาหารที่มีประโยชน์ ลดอาหารไขมันสูง งดอาหารปิ้งย่าง อาหารแปรรูป หลีกเลี่ยงแดดจัด งดบุหรี่และแอลกอฮอล์ ควบคุมน้ำหนัก และตรวจสุขภาพเป็นประจำ หากพบความผิดปกติควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
ย้อนเวลา สืบทางวัฒนธรรม หญิงไทยโบราณ แต่งกายแบบไหน ?เมื่อวานนี้ 16:02สรุปประเด็นสำคัญโดย AIการแต่งกายของหญิงไทยโบราณมีการเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย เริ่มจากนุ่งผ้าซิ่นหรือผ้าถุงและคาดผ้าแถบในยุคแรก พัฒนาสู่การสวมเสื้อแขนกระบอก นุ่งโจงกระเบน และห่มสไบในสมัยอยุธยาถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 เป็นต้นมา การแต่งกายได้รับอิทธิพลจากตะวันตกมากขึ้น โดยเริ่มมีการสวมเสื้อแขนกระบอก เสื้อแขนพอง และกระโปรง รวมถึงรองเท้าส้นสูงและถุงน่องตามสมัยนิยมแม้จะมีการปรับเปลี่ยน แต่เอกลักษณ์ดั้งเดิม เช่น การห่มสไบ การนุ่งโจงกระเบน การไว้ทรงผมเฉพาะตัว รวมถึงการย้อมฟันดำและทาขมิ้นยังคงเป็นส่วนสำคัญ นอกจากนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ได้ทรงรังสรรค์ "ชุดไทยพระราชนิยม" เพื่อเป็นเครื่องแต่งกายประจำชาติ