THE EXIT : ตรวจสอบพื้นที่สวนป่าบางขนุน

สิ่งแวดล้อม
18:53
จำนวนผู้ชม 1,506
THE EXIT : ตรวจสอบพื้นที่สวนป่าบางขนุน
ไทยพีบีเอสพบข้อมูล "สวนป่าบางขนุน" ใน อ.ถลาง จ.ภูเก็ต กำลังถูกบุกรุกเปลี่ยนมือ จากเดิมวิทยาลัยเทคนิคถลาง ดูแลใช้ประโยชน์มา 25 ปี แต่กลับมีนายทุนอ้างกรรมสิทธิ์จากเอกสารครอบครองพื้นที่ป่า ดีเอสไอตรวจพบอาจเป็นผืนป่าของรัฐที่สมบูรณ์ผืนสุดท้ายในภูเก็ต

รั้วลวดหนาม เพิ่งจะถูกขึงให้เห็นเป็นแนวเขตกรรมสิทธิ์ เมื่อเดือน เม.ย.ปีนี้ ทอดยาวตั้งแต่ยอดเขาไปจนตลอดแนวป่าบางขนุน ครอบคลุมอาณาเขตกว่า 140 ไร่ เพื่อยืนยันต่อผู้ที่จะผ่านเส้นทางนี้ว่า เป็นแนวเขตที่มีกรรมสิทธิ์เจ้าของ และผู้ที่ดูแลกรรมสิทธิ์ที่ดินตลอดระยะเวลา 25 ปี คือ วิทยาลัยเทคนิคถลาง แต่ถึงจะมีรั้วลวดหนามที่แหลมคม ก็ไม่อาจต้านทานการเข้ามาบุกรุกของบุคคลปริศนา ที่พยายามตัดรั้ว และข้ามเข้ามาในแนวเขตของวิทยาลัย

ภาพประกอบข่าว THE EXIT : ตรวจสอบพื้นที่สวนป่าบางขนุน

 

ภาพประกอบข่าว THE EXIT : ตรวจสอบพื้นที่สวนป่าบางขนุน


ร่องรอยของล้อจักรยานยนต์ ที่ขี่ซ้ำไปซ้ำมา เข้าออกบริเวณรั้วลวดหนาม สันนิษฐานว่าเป็นรอยใหม่ ที่เพิ่งจะขี่ไปแค่ไม่กี่ชั่วโมง ก่อนทีม THE EXIT เข้าไปบันทึกภาพ ไม่มีใครรู้ว่าบุคคลปริศนาต้องการเข้ามาในพื้นที่ด้วยเหตุผลใด แต่จากการสำรวจ กลับพบการเข้ามาปลูกต้นยางพารา ต้นสะตอ คล้ายเป็นการเข้าครอบครองทำประโยชน์ในพื้นที่ทับซ้อน  

ภาพประกอบข่าว THE EXIT : ตรวจสอบพื้นที่สวนป่าบางขนุน

 

ภาพประกอบข่าว THE EXIT : ตรวจสอบพื้นที่สวนป่าบางขนุน


เอกสารจากกรมป่าไม้ ส่งตรงถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 23 พ.ย.2538 ในเอกสาร ระบุข้อความการพิจารณาพื้นที่ ให้กรมอาชีวศึกษา เข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าบางขนุน เพื่อจัดตั้งวิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต แห่งที่ 2 เนื้อที่ 142 ไร่ 1 งาน 17 ตารางวา มีกำหนดใช้ 30 ปี เป็นหลักฐานยืนยัน ว่า วิทยาลัยเทคนิคถลาง เป็นผู้ครอบครอง พื้นที่สวนป่าแห่งนี้ได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข 11 ข้อ

ภาพประกอบข่าว THE EXIT : ตรวจสอบพื้นที่สวนป่าบางขนุน


ตัวแทนของวิทยาลัยยอมรับว่า 25 ปีที่ผ่านมา ปฏิบัติตามกฏและเงื่อนไข อย่างเคร่งครัด แต่เงื่อนไขข้อ 4 และ ข้อ 7 คือ การจัดทำหลักเขตทุกด้านอย่างชัดเจน และ สอดส่องตรวจตราระวังไม่ให้มีผู้เข้ามาบุกรุกในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตนั้น ถูกละเลยเพิกเฉยมาเป็นเวลานาน เพราะไม่ได้รับงบประมาณ แต่เพิ่งจะนำงบประมาณกว่า 8 แสนบาท เข้ามาล้อมรั้วแสดงแนวเขตเมื่อต้นปีที่ผ่านมานี้

ภาพประกอบข่าว THE EXIT : ตรวจสอบพื้นที่สวนป่าบางขนุน


กาญจนา ตัณทราวัฒน์พันธ์ รองผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคถลาง ยอมรับว่า วิทยาลัยไม่มีงบประมาณการทำแนวเขตรั้ว และเคยพยายามเดินสำรวจพื้นที่กว่า 142 ไร่ ในป่า บางครั้งได้ยินเสียงปืน คาดว่า เป็นการข่มขู่ของบุคคลปริศนาที่ซ่อนตัวอยู่ ขณะนี้ ได้สร้างรั้วแนวเขตที่ชัดเจน แต่กลับถูกคัดค้านโดยชาวบ้าน ที่อ้างตัวว่ามีเอกสารสิทธิ์ ทป. 4 ทับซ้อน และคาบเกี่ยวกับเขตวิทยาลัย

ที่เจอคือ การบุกรุกมีทั้งการปักรั้วเข้ามาในเขตพื้นที่ รวมถึงการปลูกพืชทั้งได้รับผลแล้ว และปลูกใหม่ โดยวิทยาลัยพยายามขอใช้พื้นที่นี้ เพื่อจัดการศึกษาและขอให้เป็นสถานที่ราชการที่คนทั่วไปไม่ควรเข้ามา ยกเว้นได้รับอนุญาต
ภาพประกอบข่าว THE EXIT : ตรวจสอบพื้นที่สวนป่าบางขนุน


ใบ ทป.4 หรือ แบบบันทึกการใช้ที่ดินของบุคคลในพื้นที่ป่าไม้ ของชาวบ้านรายหนึ่ง นำมาอ้างสิทธิ์การเข้าทำกินในพื้นที่สวนป่าบางขนุน ปี 2518 กว่า 8 ไร่ ซึ่งเนื้อที่ 3 ไร่ ทับซ้อนกับเขตของวิทยาลัย ท้ายแบบบันทึกมีรายนามของสมาชิกสภาจังหวัด และเจ้าหน้าที่จากป่าไม้ 5 แต่กลับไม่มีลายเซนต์รับรองของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ซึ่งไม่แน่ชัดว่าเป็นเพราะเหตุใด หรือ ทป.4 นี้ ถูกต้องตามกฏหมายหรือไม่ นำไปสู่การตรวจสอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ พบการได้มาซึ่ง แบบ ทป.4 อาจไม่ถูกต้อง และไม่สามารถใช้อ้างสิทธิ์ได้

ภาพประกอบข่าว THE EXIT : ตรวจสอบพื้นที่สวนป่าบางขนุน


เจตนา เหมมุน ผู้อำนวยการส่วนวิเคราะห์ข้อมูลอาชญากรรมและการข่าว ระบุว่า มีการอ้างว่า ยังไม่เป็นไปตามระเบียบของกรมป่าไม้ เนื่องจากอธิบดีกรมป่าไม้ยังไม่มีข้อสั่งการไป ส่วนจะถูกหรือผิดอย่างไร ต้องไปดูในชั้นสืบสวนต่อไป 

เกาะภูเก็ต มีพื้นที่ประมาณ 540 ตารางกิโลเมตร ในอดีตพื้นที่ส่วนใหญ่ของภูเก็ต เคยมีสภาพเป็นป่า และบางส่วนเป็นป่าสงวน รวมทั้งอุทยานแห่งชาติแต่กระแสการท่องเที่ยว และการเติบโตของเมืองทำให้เกาะภูเก็ต เปลี่ยนแปลงจากป่ากลายเป็นเมือง และกำลังเติบโตด้านอสังหาริมทรัพย์ เพื่อตอบสนองเมืองแห่งการท่องเที่ยว

ภาพประกอบข่าว THE EXIT : ตรวจสอบพื้นที่สวนป่าบางขนุน


ผืนป่าบางขนุน เป็นป่าสงวนแห่งชาติ ในอำเภอถลาง ห่างจากเมืองภูเก็ต ประมาณ 30 กิโลเมตร และยังเคยเป็นพื้นที่ด้านการเกษตร ปลูกยางพารา และผลไม้เศรษฐกิจ ทั้งนี้ ป่าบางขนุน อาจเป็นผืนป่าสงวนแห่งสุดท้าย ที่เหลืออยู่ ท่ามกลางการบุกรุก ของนายทุน ที่อาศัยช่องว่างข้อกฏหมายสวมสิทธิ์เข้าครอบครอง