ไขปริศนา! คางคกไทยรอดตายบิน 6,000 ไมล์ไกลถึงเวลส์

ต่างประเทศ
07:00
จำนวนผู้ชม 2,407
ไขปริศนา! คางคกไทยรอดตายบิน 6,000 ไมล์ไกลถึงเวลส์
ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์สะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก อพวช.ไขปริศนาเหตุใด "คางคกบ้าน" จึงรอดตายหลังเดินทางไกลไปถึงเวลส์ที่ต้องเดินทางถึง 6,000 ไมล์ข้ามโลก ชี้ลักษณะเป็นสัตว์ที่อึด และโชคดีแอบในรองเท้า ไม่ร้อนไม่เย็นเกินไป ผิวหนังหนา หยาบป้องกันการสูญเสียน้ำ

วันนี้ (10 ส.ค.2565) สำนักข่าว walesonline รายงานข่าวที่กำลังเป็นที่สนใจในโลกออนไลน์ข้ามประเทศ หลังจาก HANNAH TURIAN นักศึกษาสาวชาวเวลส์ โพสต์ภาพ “คางคก” ที่ระบุว่า ซุกกระ เป๋ามาด้วยจากเมืองไทย เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล เป็นระยะทางกว่า 6,000 ไมล์ ไปถึงเวลส์ สหราชอาณาจักร

เธอให้สัมภาษณ์ผ่านทางสำนักข่าวดังกล่าว ระบุว่า เพิ่งกลับจากการเดินทางไปเยี่ยมญาติ ทีประเทศไทย และไปสอนภาษาอังกฤษนาน 1 เดือน แต่ภายหลังจากเดินทางกลับถึงบ้านเกิด และเตรียมนำสัมภาระออกจากกระเป๋าเดินทาง เริ่มรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างอยู่ในนั้น กระทั่งมันออกมาต้องตกใจ และกรีดร้องเสียงดัง

เพื่อนบ้านของเธอเข้ามาดู และพบว่าเป็นคางคก ที่สันนิษฐานน่าจะติดมาจากประเทศไทย ต่อมาจึงตั้งชื่อคางคกว่า "โรเบิร์ต" และโพสต์ทางเฟซบุ๊ก เพื่อหาบ้านให้กับมัน

กระทั่งได้รับการติดต่อมาจากศูนย์ดูแลสัตว์เลื้อยคลาน (RSPCA) ในเวลส์ มารับเจ้าโรเบิร์ตไปดูแล ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ ระบุว่าคางคกโรเบิร์ต ถือเป็นคางคกตัวแรก ที่เดินทางมาไกลติดในรองเท้าของนักศึกษารายนี้ ก่อนหน้านี้ เคยเจอเพียงกบตัวเล็กๆ ที่ติดมากับกล้วยเท่านั้น

ภาพประกอบข่าว ไขปริศนา! คางคกไทยรอดตายบิน 6,000 ไมล์ไกลถึงเวลส์

ไขปริศนาทำไมคางคกไทยอึด-เดินทาง 6,000 ไมล์ 

ไทยพีบีเอสออนไลน์ สัมภาษณ์นายวัชระ สงวนสมบัติ นักวิชาการพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ระุบุว่า คางคกที่ปรากฎในข่าวเป็นคางคกบ้าน สาเหตุที่เดินทางไกล และยังไม่ตายน่าจะอยู่ในจุดที่ไม่ถูกกดทับ ไม่ร้อน หรือเย็นจัดเกินไป โดยจากข่าวพบว่าอยู่ในรองเท้าที่เก็บในกระเป๋าเดินทาง จึงเป็นไปได้ที่ไม่ตาย ที่ผ่านมาเคยมีเคสแบบนี้ครั้งหนึ่ง แต่ไม่เป็นข่าว

หากถามว่า จะมีโอกาสปรับตัวหรืออยู่ในสภาพอากาศของต่างประเทศหรือไม่ เชื่อว่าไม่สามารถอยู่รอดในธรรมชาติได้ เพราะยุโรปมีช่วงฤดูหนาวจัด แต่ถ้าเอามาเลี้ยงแบบคุมอุณหภูมิ ก็คงอยู่ได้ รวมทั้งถ้าจะขยายพันธุ์ก็ต้องมีตัวอื่นๆ เพียงพอให้จับคู่กันได้

นอกจากนี้นักวิชาการ อพวช. ยังระบุอีกว่า คางคกบ้าน อึดกว่าชนิดอื่นๆ เพราะตามปกติคางคก ก็อดทนในพื้นที่ความชื้นต่ำได้ดีกว่า กบ เขียด ที่ชอบพื้นที่เปียกชื้นมากกว่า เพราะลักษณะของมันอยู่ในพื้นที่แห้งแล้งได้ดีกว่าเพราะผิวหนังหนา หยาบป้องกันการสูญเสียน้ำได้ดีกว่า

ภาพประกอบข่าว ไขปริศนา! คางคกไทยรอดตายบิน 6,000 ไมล์ไกลถึงเวลส์

คางคกบ้าน มีพิษความร้อนไม่ทำลายพิษได้ 

สำหรับคางคกบ้าน ชื่อวิทยาศาสตร์ Duttaphrynus melanostictus หรือขี้คันคาก ในภาษาอีสานและภาษาลาว หรือที่นิยมเรียกโดยทั่วไปว่า คางคก มีผิวหนังที่แห้งและมีปุ่มปมทั้งตัว ที่เป็นปุ่มพิษ โดยเฉพาะหลังลูกตา มีรูปทรงกลมคล้ายเมล็ดถั่วขนาดยาวประมาณ 25 มิลลิเมตร กว้าง 10 มิลลิเมตร แผ่นหูมีลักษณะเห็นได้ชัดเจน ขนาดเล็กกว่าลูกตาเล็กน้อย

มีสีผิวหนังเป็นสีน้ำตาลหรือสีเทาตลอดทั้งลำตัว บริเวณรอบปุ่มพิษ จะมีสีเข้มกว่าบริเวณอื่น ๆ ใต้ท้องเป็นสีน้ำตาลเหลืองอ่อน ในขณะที่ยังเป็นวัยอ่อนจะเป็นสีขาวซีดกว่า มีขนาดประมาณ 68-105 มิลลิเมตร พบกระจายพันธุ์ทั่วไปในวงกว้างในทวีปเอเชีย ตั้งแต่แนวเทือกเขาหิมาลัย อินเดีย  จีนตอนใต้ เมียนมาทุกประเทศในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ และพบได้ทั่วไปในทุกสภาพแวดล้อม ทั้งในเมืองใหญ่และในป่าดิบ

คางคก มักเป็นสัตว์ที่มีผู้นิยมนำมากินทั้งๆ ที่มีพิษ มักมีผู้เสียชีวิตบ่อยๆ จากการกิน เพราะเชื่อว่าเป็นยาบำรุงและรักษาโรคต่าง ๆ ได้ โดยพิษของคางคกนั้นไม่สามารถทำให้หายไปได้ด้วยความร้อน