ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

พลิกฟื้นบ่อกุ้งร้างเมืองคอน ปั้น "ปูขาว" สัตว์เศรษฐกิจใหม่

สังคม
15:00
735
พลิกฟื้นบ่อกุ้งร้างเมืองคอน ปั้น "ปูขาว" สัตว์เศรษฐกิจใหม่
อ่านให้ฟัง
07:40อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)

กลายเป็นโมเดลความสำเร็จ เมื่อเกษตรกรในพื้นที่ อ.เมือง อ.ปากพนัง และ อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช สามารถพลิกฟื้นนากุ้งทิ้งร้างที่มีรายได้เป็นศูนย์และเต็มไปด้วยหนี้สิน ให้กลายเป็นฟาร์มเลี้ยงปูทะเลมูลค่ามหาศาล โดยเน้นการเลี้ยง "ปูขาว" ซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่ให้ผลตอบแทนสูงและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

ย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีก่อน เกษตรกรในพื้นที่ต้องเผชิญกับหนี้สินสะสมจากธุรกิจนากุ้งที่ล้มเหลว ส่งผลให้มีบ่อกุ้งร้างจำนวนมาก กว่า 44,000 ไร่ หนี้บางรายสูงถึง 7-8 หลัก และมีพื้นที่นาเปิดที่มีการเลี้ยงปูทะเลแบบเดิมหรือแบบพึ่งพาธรรมชาติ มากกว่า 5,000 ไร่ ซึ่งมีอัตรารอดเพียง 15-20% ทำให้เกษตรกรมีรายได้ไม่แน่นอนและไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ ความพยายามในการหาทางรอดจึงนำไปสู่การวิจัยและพัฒนาสัตว์เศรษฐกิจชนิดใหม่ ภายใต้ความร่วมมือคณะนักวิจัยคณะเกษตรศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย นำโดย ดร.กิตติชนม์ อุเทนะพันธุ์ และการสนับสนุนทุนวิจัยจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)

ดร.กิตติชนม์ เปิดเผยว่า โครงการ "การขยายผลเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการเลี้ยงปูขาวเพื่อยกระดับรายได้เกษตรกรท้องถิ่นลุ่มน้ำปากพนัง" มีเป้าหมายเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส ด้วยการฟื้นฟูบ่อกุ้งร้างให้กลับมาใช้ประโยชน์ ยกระดับการเลี้ยงปูทะเลแบบดั้งเดิมสู่การเลี้ยง "ปูขาว" ด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม สร้างความมั่นคงทางอาชีพและรายได้อย่างยั่งยืนให้กับเกษตรกรในพื้นที่

โครงการดังกล่าวต่อยอดจาก "ปูขาว-นครศรีโมเดล" มุ่งพัฒนาชุดความรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยง เพิ่มอัตราการรอด ลดต้นทุนการผลิต และยกระดับคุณภาพสู่มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร (Food Safety) โดยไม่ใช้สารเคมีและยาปฏิชีวนะ

ดร.กิตติชนม์ อุเทนะพันธุ์ คณะนักวิจัยคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย

ดร.กิตติชนม์ อุเทนะพันธุ์ คณะนักวิจัยคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย

ชุดความรู้ที่รับการพัฒนาขึ้นจากโครงการวิจัยนี้ ทำให้เกิดการปรับปรุงกระบวนการผลิตซึ่งสามารถยกระดับอัตราการรอดตายของปูขาวจากต่ำกว่า 20 % เป็น 60 – 80 % โดยลูกพันธุ์ปูขนาดใหญ่ และมากกว่า 80 % สำหรับปูไซส์ตลาดสามารถสร้างรายได้เฉลี่ย 30,000 บาทต่อรอบ สำหรับการขุนลูกพันธุ์และ 76,800 บาทต่อรอบ สำหรับการเลี้ยงปูไซส์ตลาด แต่ยังคงมีข้อจำกัดในการสร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจในวงกว้างและขีดความสามารถในการแข่งขันที่ยั่งยืน

โครงการวิจัยนี้ ได้ดำเนินการกับกลุ่มผู้ประกอบการเป้าหมายจำนวน 16 ราย ประกอบด้วยผู้ผลิตปูขาว 14 ราย และแพรับซื้อ 2 ราย ซึ่งจะมุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการผลิตปูขาวเพื่อเน้นแก้ไขปัญหาคอขวดของห่วงโซ่คุณค่าเดิมที่ข้อต่อผู้ผลิตปูขาว การพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าใหม่ ดำเนินการด้วยการปรับชุดความคิด ชุดทักษะความรู้ในการเลี้ยง และสร้างนวัตกรรมชุดเครื่องมือเทคโนโลยีที่เหมาะสม

สำหรับวงจรธุรกิจปูขาว จะมีระบบธุรกิจในการผลิตต้นแบบ 3 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่

1.ธุรกิจผลิตลูกพันธุ์ปูขาวขนาดใหญ่ 5 เซนติเมตร

2.ธุรกิจผลิตปูขาวไซส์ตลาดจากลูกพันธุ์ 5 เซนติเมตร

3.ธุรกิจแบบผสมที่ผู้ประกอบการ 1 รายสามารถผลิตทั้งลูกพันธุ์ 5 เซนติเมตรและปูไซส์ตลาด

ผลจากงานวิจัยโครงการดังกล่าวได้ก่อให้เกิดผลที่ตามมา กล่าวคือ เกิดผู้ประกอบการธุรกิจปูขาวในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช มีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจสูงขึ้นจำนวน 16 ราย เกิดชุดความรู้ในการผลิตลูกพันธุ์ปูขาวขนาดใหญ่ อัตราการรอดของลูกพันธุ์ปูขนาดใหญ่ 60 % และชุดความรู้การผลิตปูขาวไซส์ตลาด อัตราการรอดของปูไซส์ตลาดจากปู 5 เซนติเมตร จำนวน 80 % นอกจากนี้ยังได้เกิดโมเดลธุรกิจ แบบร่างแผนธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการผลิตปูขาว

สำหรับตัวเลขแห่งความสำเร็จ ต่อ 1 ไร่ ปริมาณผลผลิตประมาณ 500 กิโลกรัม ราคาขายประมาณ 450 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งใช้ระยะเวลาเลี้ยงประมาณ 3 เดือน

นอกจากนี้ยังได้ก่อเกิดผลลัพธ์ที่สำคัญคือ รายได้ของผู้ประกอบการธุรกิจปูขาวในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 100% เกิดมูลค่าทรัพยากรพื้นถิ่น ผลิตภัณฑ์ชุมชนเพิ่มขึ้นมากกว่า 200% รวมทุกข้อต่อในชุมชน

ความสำเร็จของโครงการได้ขับเคลื่อนให้เกิดนิเวศธุรกิจปูขาวครบวงจรในจังหวัดนครศรีธรรมราช ช่วยยกระดับรายได้ผู้ประกอบการ กระตุ้นธุรกิจเกี่ยวเนื่อง เพิ่มการจ้างงาน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้ทรัพยากรท้องถิ่น ภายใต้ระบบการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปลอดสารเคมีและยาปฏิชีวนะ ส่งผลให้ปูขาวก้าวสู่การเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจใหม่ที่ตอบโจทย์ตลาดทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ

ในมิติทางสังคม ชุมชนเกษตรกรลุ่มน้ำปากพนังสามารถสร้างอาชีพ แก้ปัญหาความยากจน และเพิ่มรายได้ ผ่านการใช้ทรัพยากรในพื้นที่ การจ้างงานในชุมชน และการพัฒนาทักษะควบคู่ภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือในห่วงโซ่คุณค่าให้เข้มแข็ง

ขณะเดียวกัน รูปแบบการเลี้ยงที่ใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงและรักษาสมดุลระบบนิเวศ ยังช่วยอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ อ.หัวไทร อ.ปากพนัง และ อ.เมือง อีกทั้งการนำปลาหมอคางดำซึ่งเป็นสัตว์น้ำต่างถิ่นมาแปรรูปเป็นอาหารปู ยังช่วยลดต้นทุน ควบคุมสายพันธุ์รุกราน และสร้างรายได้เสริมให้ชุมชนไปพร้อมกัน

ในปีงบประมาณ 2568 ได้รับการต่อยอดสู่การดำเนินงานภายใต้ "โครงการขยายผลเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการเลี้ยงปูขาวเพื่อยกระดับรายได้เกษตรกรท้องถิ่นลุ่มน้ำปากพนัง" โดยการสนับสนุนทุนวิจัยจาก บพท. กรอบการวิจัยการขยายผลวิจัยเทคโนโลยีที่เหมาะสม (Appropriate Technology) เพื่อยกระดับรายได้ครัวเรือนและยกระดับเศรษฐกิจฐานราก โดยยังคงดำเนินการต่อเนื่องในบริเวณลุ่มน้ำปากพนังครอบคลุมพื้นที่ใน อ.หัวไทร อ.ปากพนัง และ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยมีกลุ่มเป้าหมายรวม 120 ครัวเรือน เป็นเกษตรกรแม่ข่าย 16 ครัวเรือน และเกษตรกรลูกข่าย 104 ครัวเรือน (กลุ่มหัวไทร 49 ครัวเรือน กลุ่มปากพญา 55 ครัวเรือน กลุ่มปากพูน 16 ครัวเรือน) โดยตั้งเป้าหมายยกระดับรายได้ให้สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 60,000 บาทต่อปี

อ่านข่าว :

"บ้านปลามีชีวิต" งานวิจัยผสานภูมิปัญญา ฟื้นทรัพยากรสัตว์น้ำทะเลสาบสงขลา

พลิกโฉมชายขอบ! เดินหน้างานวิจัยหนุนการศึกษา - ทุนวัฒนธรรมกะเหรี่ยงราชบุรี