ยกเลิกโทษอาญา "คดีเช็คเด้ง"  ไม่มีเจตนา เปิดช่อง "ฟ้องแพ่ง"

อาชญากรรม
14:28
จำนวนผู้ชม 80
Thai PBS
ยกเลิกโทษอาญา "คดีเช็คเด้ง"  ไม่มีเจตนา เปิดช่อง "ฟ้องแพ่ง"

หลังรัฐบาลยืนยันตามกำหนด ให้มีการประชุมพิจารณามีมติรับพิจารณา ร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกพระราชบัญญัติว่าด้วยความ ผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 พ.ศ. ...วาระที่ 1 ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เป็น“กฎหมายค้าง” พิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้ว โดยรัฐสภาได้เห็นชอบ หากพ.ร.บ.ดังกล่าวมีผลบังคับใช้ก็จะทำให้ “ผู้ต้องขัง” ที่อยู่ระหว่างถูกคุมประ พฤติหรือการพักการลงโทษ พ้นจากการคุมประพฤติหรือการพักการลงโทษทันที โดยไม่ต้องรอหมายปล่อยจากศาลและแจ้งให้ศาลทราบ

ถือเป็นครั้งแรกที่กฎหมายมีบทบัญญัติที่เป็นธรรมและมีมนุษยธรรมอย่างแท้จริง ข้อมูลจากกรมราชทัณฑ์ เมื่อวันที่ 21พฤษภาคม 2569 ระบุว่า มีผู้ต้องขังในเรือนจำและทัณฑสถาน 140 แห่งทั่วประเทศ จำนวน 322,419 ราย เป็นผู้ต้องขังตามคดีเช็ค 555 ราย ซึ่งบทเฉพาะกาลตามกฎหมายมาตรา 6 ให้กรมราชทัณฑ์มีอำนาจปล่อยตัวผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุกในความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คโดยเร็วและทันที

ยกเลิกโทษอาญา "คดีเช็คเด้ง"  ไม่เจตนา เปิดช่อง "ฟ้องแพ่ง"

ยกเลิกโทษอาญา "คดีเช็คเด้ง" ไม่เจตนา เปิดช่อง "ฟ้องแพ่ง"

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หัวหน้าพรรคประชาชาติ และสส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ กล่าวว่า ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้เสนอการพิจารณายกเลิกกฎหมายฉบับดังกล่าวเข้า ครม. และรัฐบาลได้เสนอสภาผู้แทนราษฎรที่กล่าวมาแล้ว เห็นว่าเป็นการสร้างระบบนิติธรรมที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ หลักสากล และสอดคล้องกับความจริงทางเศรษฐกิจ ด้วยเหตุผล คือ

พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 วิธีการกำหนดให้เป็นโทษทางอาญาสำหรับผู้ซึ่งไม่สามารถชำระเงินตามเช็คได้ เป็นการนำโทษทางอาญามาใช้บังคับกับการผิดนัดทางแพ่ง ซึ่งพฤติการณ์นี้ไม่สอดคล้องกับมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่กำหนดให้พึงกำหนดโทษอาญาเฉพาะความผิดร้ายแรงเท่านั้น

และไม่สอดคล้องกับข้อ 11 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง หรือ ICCPR ที่ประเทศไทยเป็นภาคี ซึ่งกำหนดชัดเจนว่า บุคคลจะถูกจำคุกเพียงเพราะเหตุว่าไม่สามารถปฏิบัติการชำระหนี้ตามสัญญามิได้ สมควรยกเลิกกฎหมายว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องรับผิดทางอาญาโดยไม่สมควรอีก

นอกจากนี้ การใช้เช็คทวงหนี้ไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 13 “ห้ามผู้ทวงถามหนี้กระทําการทวงถามหนี้ในลักษณะที่ไม่เป็นธรรมดังต่อไปนี้ (2) การเสนอหรือจูงใจให้ลูกหนี้ออกเช็คทั้งที่รู้อยู่ว่าลูกหนี้อยู่ในฐานะที่ไม่สามารถชําระหนี้ได้

หากผู้ใดฝ่าฝืนบทบัญญัติดังกล่าว จะต้องระวางโทษตามมาตรา 39 คือ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ในเมื่อกฎหมายทวงถามหนี้ลงโทษเจ้าหนี้ที่ใช้เช็คเป็นเครื่องมืออย่างไม่เป็นธรรมแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องเก็บกฎหมายเช็คปี 2534 ไว้

ยกเลิกโทษอาญา "คดีเช็คเด้ง"  ไม่เจตนา เปิดช่อง "ฟ้องแพ่ง"

ยกเลิกโทษอาญา "คดีเช็คเด้ง" ไม่เจตนา เปิดช่อง "ฟ้องแพ่ง"

อดีตรมว.ยุติธรรม กล่าวอีกว่า การยกเลิกโทษอาญา สอดคล้องกับหลักอาชญาวิทยาที่ว่า ความผิดเรื่องเช็คเด้งนั้น ตรงกับคำในอาชญาวิทยาว่า Mala prohibita คือ ”เป็นความผิดเพราะกฎหมายห้ามและกำหนดโทษไว้“ ไม่ใช่ความผิดประเภท Mala in se ซึ่งหมายถึง “ความผิดที่เป็นสิ่งชั่วร้ายในตัวเองหรืออาชญากรรมโดยแท้” และพ.ร.บ.ความผิดว่าด้วยการใช้เช็คเดิมก็ไม่ได้แยกแยะชัดเจนระหว่างผู้จนมุมทางธุรกิจกับผู้ทุจริตหรือโกง ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่สุจริตแต่ขาดสภาพคล่องชั่วคราวต้องกลายสภาพเป็นอาชญากรและต้องติดคุก ซึ่งขัดกับหลักความยุติธรรมทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง

ดังนั้น หากผู้สั่งจ่ายเช็คมีพฤติกรรมตั้งใจหลอกลวงหรือมีเจตนาทุจริตฉ้อโกงมาตั้งแต่แรก สามารถปรับเข้ากับความผิดอาญาฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญาได้อยู่แล้วโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพากฎหมายเช็คฉบับนี้

ธวัชชัย (ขอสงวนนามสกุล) อดีตพนักงานบริษัทเอกชน ซึ่งเคยถูกจำคุกในข้อหาเช็คเด้งเป็นเวลา 6 เดือน บอกว่า หากกฎหมายว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับเช็กมีการยกเลิกตั้งแต่ 5 ปีที่แล้ว คงไม่ต้องเสียประวัติเพราะเคยต้องคดีจนติดคุก ด้วยจำนวนเงินที่ไม่มีพอในบัญชีที่จะต้องจ่ายให้กับเจ้าหนี้ ตามที่ระบุอยู่ในเช็คใบนั้น

“จริง ๆ การจ่ายเช็ค มันก็คือ การประวิงเวลา การจ่ายเงินสดนั่นแหละ เพราะเราคิดว่าจะหาเงินมาเข้าบัญชีให้ทันในวันสั่งจ่าย แต่ช่วงนั้นขายประกัน เราเอาเงินไปหมุนทำอย่างอื่น เพราะถึงเวลาที่เราจะต้องจ่าย มันหาไม่ทัน ไม่เคยคิดจะเบี้ยว ไม่จ่าย เพราะเงิน 3 หมื่นในยุคนั้น จะว่ามากก็มาก หยิบยืมใครก็ยาก สุดท้ายก็ต้องติดคุก เราคิดว่า หากอยู่ข้างนอก หากคุยกันได้ เจ้าหนี้ยอมให้เราผ่อนจ่ายเขาไปเรื่อย ๆ หรือถูกฟ้องเพ่งให้ใช้หนี้ ก็ไม่ต้องติดคุก ยังไงเราก็ต้องหาใช้คืนเขาจะมากจะน้อย ” อดีตผู้ชอกช้ำปัญหาจ่ายเช็คเด้ง กล่าว

อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่า ที่ผ่านมามักมีการใช้เช็คในการทำธุรกรรมแทนเงินสด เนื่องจากสะดวกและปลอดภัยจากการไม่ต้องพกเงินสดจำนวนมาก แต่ปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นจากการใช้เช็คคือปัญหา “เช็คเด้ง” หรือการที่เมื่อผู้รับเช็คนำเช็คไปขึ้นเงินแล้ว ผู้ออกเช็คกลับมีเงินในบัญชีไม่เพียงพอที่จะจ่ายเงินตามจำนวนที่ระบุไว้ในเช็คและเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีเช็คเด้งซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้รับเช็ค จึงมีการออกกฎหมายกำหนดโทษอาญา ให้ผู้ซึ่งออกเช็คแล้วมีเงินในบัญชีไม่พอจ่าย ไม่ว่าจะมีเจตนาทุจริตหรือไม่ จะต้องถูกปรับหรือต้องโทษจำคุก เสมือนให้ผู้ออกเช็คนำเสรีภาพของตัวเองมาเป็นประกันว่าเช็คจะไม่เด้ง

โดยการกำหนดโทษอาญาดังกล่าว เกิดขึ้นในยุคที่มีการนำเช็คมาใช้ในการทำธุรกรรมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2497 ซึ่งที่มีการตราพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คขึ้นใช้เป็นครั้งแรก ต่อมา เมื่อมีการปรับปรุงกฎหมายและมีการตราพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 ซึ่งใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน ขึ้นใช้แทนฉบับเดิม ก็ยังคงหลักการกำหนดโทษอาญาดังกล่าวเอาไว้ เพื่อให้เช็คมีความน่าเชื่อถือ

ยกเลิกโทษอาญา "คดีเช็คเด้ง"  ไม่มีเจตนา เปิดช่อง "ฟ้องแพ่ง"

ยกเลิกโทษอาญา "คดีเช็คเด้ง" ไม่มีเจตนา เปิดช่อง "ฟ้องแพ่ง"

การกำหนดให้ผู้ออกเช็คซึ่งมีเงินไม่พอจ่ายต้องได้รับโทษอาญานั้น ก่อให้เกิดผลประหลาด เนื่องจากหนี้ที่เกิดขึ้นจากการออกเช็คเป็นหนี้เงิน ซึ่งทางที่ถูกต้อง เจ้าหนี้ควรจะฟ้องเรียกเงินตามเช็คเป็นคดีแพ่งเพื่อให้ลูกหนี้ชำระหนี้คืน เช่นเดียวกับกรณีหนี้เงินอื่น ๆ แต่ในทางปฏิบัติเจ้าหนี้มักเลือกฟ้องเป็นคดีอาญา เพื่อบีบคั้นให้ลูกหนี้ยอมใช้หนี้จะได้ไม่ต้องติดคุก

การกระทำดังกล่าวเป็นการนำโทษทางอาญามาใช้บังคับกับการผิดนัดชำระหนี้ทางแพ่ง ซึ่งไม่สอดคล้องกับมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่กำหนดให้พึงกำหนดโทษอาญาเฉพาะความผิดร้ายแรง และไม่สอดคล้องกับข้อ 11 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองที่กำหนดว่าบุคคลจะถูกจำคุกเพียงเพราะเหตุว่าไม่สามารถปฏิบัติการชำระหนี้ตามสัญญามิได้

ด้วยเหตุนี้ เมื่อปี 2565 กระทรวงยุติธรรมจึงเสนอยกเลิกกฎหมายว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค และหลังจากพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง มาดำรงตำแหน่งรมว.ยุติธรรม ต่อเนื่องยาว 2 สมัย 2566-2568 จึงได้ผลักดันการแก้ไขยกเลิกพ.ร.บ.ดังกล่าว

อ่านข่าว

ขัดแย้งตะวันออกกลางป่วน ดันดัชนีก่อสร้างสูงสุดรอบ 44 เดือนกระทบต้นทุนพุ่ง

ต่างชาติลงทุนไทยพุ่ง 124% จีน-ญี่ปุ่น แห่ปักหมุดลงทุนพื้นที่ EEC

“ศุภจี” เร่งสรุปประเด็นคงค้างสหรัฐฯ ก่อนสหรัฐฯ ประกาศผลไต่สวน ม.301