โครงการจัดตั้งสถานีวิจัยนานาชาติบนดวงจันทร์ (International Lunar Research Station: ILRS) คือ โครงการสร้างฐานปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ระยะยาวบนดวงจันทร์ เริ่มต้นโดย 2 หน่วยงานหลัก ได้แก่ องค์การบริหารอวกาศแห่งชาติจีน (CNSA) และ รัฐวิสาหกิจเพื่อกิจกรรมทางอวกาศรัสเซีย (Roscosmos) เป็นแกนนำหลักในการพัฒนา ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรนานาชาติ ซึ่งมีประเทศไทยร่วมอยู่ด้วย
ในเรื่องนี้ NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) ให้ความรู้ว่า เป้าหมายสำคัญของ ILRS คือการสร้างฐานการทดลองทางวิทยาศาสตร์บนพื้นผิวดวงจันทร์ หรือบนวงโคจรของดวงจันทร์ เพื่อรองรับการวิจัยวิทยาศาสตร์หลากหลายแขนงในระยะยาว เช่น การสำรวจและใช้ประโยชน์จากดวงจันทร์ การสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์บนดวงจันทร์ การทดลองทางวิทยาศาสตร์พื้นฐานบนดวงจันทร์ และการทดสอบเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง โดยมีแผนดำเนินงานของโครงการแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะสำรวจ ระยะก่อสร้าง และระยะใช้ประโยชน์ ซึ่งมีกำหนดการเปิดใช้งานสถานีวิจัยบนดวงจันทร์อย่างเต็มรูปแบบในช่วงปี ค.ศ. 2031-2035 เป็นต้นไป
หนึ่งในโครงการสำคัญที่อยู่ในระยะสำรวจของ ILRS คือ โครงการฉางเอ๋อ ของจีน เริ่มส่งยานสำรวจดวงจันทร์ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2007 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน มีภารกิจที่มีชื่อเสียง เช่น ยานฉางเอ๋อ 5 ที่สามารถนำดินจากดวงจันทร์กลับมายังโลกได้ และยานฉางเอ๋อ 6 ที่สามารถลงจอดบนดวงจันทร์ด้านไกลและเก็บตัวอย่างกลับมายังโลกได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก
ปัจจุบันอยู่ในระยะของภารกิจฉางเอ๋อ 7 มีเป้าหมายหลักในการสำรวจบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ ซึ่งคาดว่าอาจมีน้ำแข็งและทรัพยากรสำคัญที่เอื้อต่อการตั้งสถานีวิจัยในอนาคต ภารกิจประกอบด้วยดาวเทียมส่งต่อสัญญาณ Queqiao-2 และยานสำรวจหลัก ได้แก่ ยานโคจรรอบดวงจันทร์ (Orbiter) ยานลงจอด (Lander) รถสำรวจ (Rover) และยานกระโดด (Hopper)
ภาพจำลอง โครงการจัดตั้งสถานีวิจัยนานาชาติบนดวงจันทร์ (International Lunar Research Station: ILRS) ภาพจาก CNSA
ประเทศไทยมีส่วนร่วมในภารกิจนี้ผ่านอุปกรณ์ตรวจวัดสภาวะอวกาศ “CE-7 MATCH” ซึ่งเป็นหนึ่งในอุปกรณ์วิจัยวิทยาศาสตร์ที่จะติดตั้งบนยานโคจรรอบดวงจันทร์ของภารกิจฉางเอ๋อ 7 ออกแบบและพัฒนาโดย NARIT ร่วมกับ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อตรวจวัดรังสีคอสมิก หรืออนุภาคพลังงานสูงจากอวกาศ รวมถึงศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการทำความเข้าใจปริมาณรังสีต้นกำเนิด และกระบวนการเกิดรังสีที่อาจจะเป็นอันตรายต่อมนุษย์ ในการตั้งถิ่นฐานบนดวงจันทร์
นอกจากอุปกรณ์จากประเทศไทยแล้ว ยานโคจรรอบดวงจันทร์ของภารกิจฉางเอ๋อ 7 ยังบรรทุกอุปกรณ์วิทยาศาสตร์จากหลายประเทศและหลายองค์กรระหว่างประเทศ เช่น สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี อียิปต์ และ International Lunar Observatory Association โดยอุปกรณ์เหล่านี้ครอบคลุมงานวิจัยหลากหลาย อาทิ เครื่องวัดสเปกตรัมรังสีโลกแบบสองช่องสัญญาณที่ติดตั้งบนดวงจันทร์ กล้องถ่ายภาพไฮเปอร์สเปกตรัมของวัสดุบนพื้นผิวดวงจันทร์
ยานฉางเอ๋อ 7 มีกำหนดการปล่อยขึ้นสู่อวกาศด้วย จรวดลองมาร์ช 5 (Long March 5) จาก ศูนย์ปล่อยดาวเทียมเหวินชาง (Wenchang Space Launch Site) บนเกาะไห่หนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีกำหนดในการทะยานสู่อวกาศในวันที่ 24 สิงหาคมนี้
หลังจากยานฉางเอ๋อ 7 ขึ้นสู่อวกาศ จะใช้เวลาเดินทางสู่ดวงจันทร์ประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนเริ่มปฏิบัติภารกิจ โดยอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ของไทย CE-7 MATCH จะเริ่มทำงานตามแผนที่กำหนดไว้ และคาดว่าจะส่งข้อมูลชุดแรกกลับมายังโลกในช่วงเวลาประมาณ 1 เดือนหลังจากนั้น
ILRS เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีความท้าทาย และเป็นรากฐานของการสำรวจอวกาศห้วงลึกในอนาคต ผลสัมฤทธิ์สูงสุดของการสำรวจอวกาศคือการเข้าใจจักรวาลที่เราอาศัยอยู่ เข้าใจต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาบนโลก เพื่อให้มนุษย์รู้จักตัวเอง รู้ตำแหน่งของตนในจักรวาล และสามารถปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติเพื่อความอยู่รอดได้ และระหว่างทาง การพัฒนาด้านอวกาศได้ก่อให้เกิดเทคโนโลยีพลอยได้ (Spin-off Technology) ที่ยกระดับคุณภาพชีวิตบนโลก ดังที่ปรากฏชัดในประวัติศาสตร์ตลอด 70 ปีที่ผ่านมา
📌อ่าน : “ดวงจันทร์” ห้องทดลองแห่งอนาคต กับบทบาทใหม่ของไทยบนเวทีอวกาศโลก
📌อ่าน : ครั้งแรกของไทย! ร่วมภารกิจสำรวจดวงจันทร์กับจีน ภายใต้โครงการ ILRS
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
ที่มาข้อมูล : NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.)
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech









