
ควรทำอย่างไร? เมื่อคนข้างกายป่วยไบโพลาร์ และเสี่ยงฆ่าตัวตาย
30 มีนาคม ของทุกปี วันไบโพลาร์โลก เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนตระหนักถึงโรคไบโพลาร์ หรือโรคอารมณ์สองขั้ว ซึ่งพบได้ประมาณร้อยละ 1.5 - 5 สาเหตุหลักของไบโพลาร์ เกิดมาจากสารสื่อประสาทในสมองทำงานผิดปกติ และอาจเกิดในผู้ที่มีความเครียดสะสม ทำให้อาการเปลี่ยนแปลงไปจากนิสัยหรือบุคลิกเดิมของคน ๆ นั้น โดบมีอาการระหว่างคึกคักสลับกับซึมเศร้า นาน 1-2 สัปดาห์ขึ้นไป
ขั้วแมเนีย (อารมณ์คึกคัก สนุกสนาน) เช่น
- หงุดหงิดง่าย
- นอนไม่หลับ 2-3 วัน
- พูดมากขึ้น
- อารมณ์ครื้นเครงผิดปกติ
- มีพฤติกรรมใช้จ่ายฟุ่มเฟือย
ขั้วเศร้า (อารมณ์ซึมเศ้า) เช่น
- เศร้าผิดปกติ
- บ่นว่าตัวเองไร้ค่า
- รู้สึกอยากตาย
- เริ่มเขียนพินัยกรรมทิ้งไว้
คนรอบตัวผู้ป่วยจึงควรสังเกตอาการ หากพบผู้ป่วยมีอาการข้างต้น ควรรีบปรึกษาแพทย์ ก่อนอาการกำเริบไปกว่านี้ เพราะการ "ป่วยโรคจิตเวช" เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงอันดับต้น ๆ ที่ทำให้คนฆ่าตัวตายสำเร็จ มากถึง 24.2% ในเพศชาย และ 30.2% ในเพศหญิง จากข้อมูลสถิติจากใบมรณบัตร กองยุทธศาสตร์และแผนงาน กระทรวงสาธารณสุข ปีงบประมาณ 2565 (เดือน ต.ค. 64 - ส.ค. 65) นอกจากนี้ คนรอบตัวผู้ป่วยไบโพลาร์ควรปฏิบัติดังต่อไปนี้ เพื่อกระตุ้นให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น
- ดูแลผู้ป่วยให้กินยาเคร่งครัด อย่าหยุดกินยาเอง
- เข้าใจพฤติกรรมของผู้ป่วยว่าเป็นความเจ็บป่วย ไม่ใช่นิสัยไม่ดี
- เปิดใจรับฟัง ฟังให้เป็น ไม่ตัดสิน
- คุยด้วยน้ำเสียง คำพูดที่เหมาะสม
- อย่ากระตุ้นด้วยคำพูดที่เหมือนโต้แย้ง ท้าทาย ชวนทะเลาะ
- เก็บสิ่งของที่ผู้ป่วยอาจใช้เป็นอาวุธให้มิดชิด
- เตรียมเบอร์ติดต่อฉุกเฉินต่าง ๆ ไว้เผื่อกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น สพฉ. 1669
- รู้จักแบ่งเวลาดูแลตัวเอง ไม่ให้เครียดเกินไป เพราะการดูแลผู้ป่วยต้องใช้ความอดทน และความเข้าใจเป็นอย่างมาก
Thai PBS ชวนทำความเข้าใจไบโพลาร์ให้มากขึ้น ผ่านหนัง Happy Bad Day กำกับโดย “นนทรีย์ นิมิบุตร”
ควรทำอย่างไร? เมื่อคนข้างกายป่วยไบโพลาร์ และเสี่ยงฆ่าตัวตาย
30 มีนาคม ของทุกปี วันไบโพลาร์โลก เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนตระหนักถึงโรคไบโพลาร์ หรือโรคอารมณ์สองขั้ว ซึ่งพบได้ประมาณร้อยละ 1.5 - 5 สาเหตุหลักของไบโพลาร์ เกิดมาจากสารสื่อประสาทในสมองทำงานผิดปกติ และอาจเกิดในผู้ที่มีความเครียดสะสม ทำให้อาการเปลี่ยนแปลงไปจากนิสัยหรือบุคลิกเดิมของคน ๆ นั้น โดบมีอาการระหว่างคึกคักสลับกับซึมเศร้า นาน 1-2 สัปดาห์ขึ้นไป
ขั้วแมเนีย (อารมณ์คึกคัก สนุกสนาน) เช่น
- หงุดหงิดง่าย
- นอนไม่หลับ 2-3 วัน
- พูดมากขึ้น
- อารมณ์ครื้นเครงผิดปกติ
- มีพฤติกรรมใช้จ่ายฟุ่มเฟือย
ขั้วเศร้า (อารมณ์ซึมเศ้า) เช่น
- เศร้าผิดปกติ
- บ่นว่าตัวเองไร้ค่า
- รู้สึกอยากตาย
- เริ่มเขียนพินัยกรรมทิ้งไว้
คนรอบตัวผู้ป่วยจึงควรสังเกตอาการ หากพบผู้ป่วยมีอาการข้างต้น ควรรีบปรึกษาแพทย์ ก่อนอาการกำเริบไปกว่านี้ เพราะการ "ป่วยโรคจิตเวช" เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงอันดับต้น ๆ ที่ทำให้คนฆ่าตัวตายสำเร็จ มากถึง 24.2% ในเพศชาย และ 30.2% ในเพศหญิง จากข้อมูลสถิติจากใบมรณบัตร กองยุทธศาสตร์และแผนงาน กระทรวงสาธารณสุข ปีงบประมาณ 2565 (เดือน ต.ค. 64 - ส.ค. 65) นอกจากนี้ คนรอบตัวผู้ป่วยไบโพลาร์ควรปฏิบัติดังต่อไปนี้ เพื่อกระตุ้นให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น
- ดูแลผู้ป่วยให้กินยาเคร่งครัด อย่าหยุดกินยาเอง
- เข้าใจพฤติกรรมของผู้ป่วยว่าเป็นความเจ็บป่วย ไม่ใช่นิสัยไม่ดี
- เปิดใจรับฟัง ฟังให้เป็น ไม่ตัดสิน
- คุยด้วยน้ำเสียง คำพูดที่เหมาะสม
- อย่ากระตุ้นด้วยคำพูดที่เหมือนโต้แย้ง ท้าทาย ชวนทะเลาะ
- เก็บสิ่งของที่ผู้ป่วยอาจใช้เป็นอาวุธให้มิดชิด
- เตรียมเบอร์ติดต่อฉุกเฉินต่าง ๆ ไว้เผื่อกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น สพฉ. 1669
- รู้จักแบ่งเวลาดูแลตัวเอง ไม่ให้เครียดเกินไป เพราะการดูแลผู้ป่วยต้องใช้ความอดทน และความเข้าใจเป็นอย่างมาก
Thai PBS ชวนทำความเข้าใจไบโพลาร์ให้มากขึ้น ผ่านหนัง Happy Bad Day กำกับโดย “นนทรีย์ นิมิบุตร”