
เปิดสมรรถนะ "เครื่องบินล่องหน" F-35 Lightning II
จากกระแสข่าวที่สหรัฐฯ อาจจะไม่ขายเครื่องบิน F-35 ให้กับประเทศไทย และทางกองทัพอากาศจะส่งคืนงบประมาณดำเนินการที่ขอไว้เบื้องต้นกว่า 369 ล้านบาท
F-35 นับว่าเป็นเครื่องบินที่หลาย ๆ ประเทศให้ความสนใจเป็นพิเศษ ซึ่งรวมไปถึงประเทศไทย แต่เมื่อเปิดตัวออกมาด้วยราคาขายต่ออยู่ที่ประมาณ 241 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ก่อนจะลดลงมาเหลือลำละประมาณ 89 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีพ.ศ. 2561 และ 82 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 2,833 ล้านบาท ตามข้อมูลจากกองทัพอากาศไทย จึงเกิดคำถามว่าทำไมถึงมีราคาสูง ? และ ทำไมกองทัพอากาศจึงอยากได้เครื่องบินรุ่นนี้ ?
"เครื่องบินล่องหน" F-35 Lightning II นี้ผลิตโดยบริษัท ล็อกฮีด มาร์ติน (Lockheed Martin ) เป็นเครื่องบินขับไล่ในยุคที่ 5 (Fifth Generation) ซึ่งเป็นยุคที่มีเทคโนโลยีระดับสูง
โดยในปัจจุบันมีทั้งหมด 3 รุ่นได้แก่
- F-35A แบบขึ้นลงปกติ เหมาะกับกองทัพอากาศที่มีสนามบินและรันเวย์ปกติ (ซึ่งเป็นรุ่นที่กองทัพอากาศอยากได้)
- F-35B แบบขึ้นและลงจอดในแนวดิ่ง เหมาะกับหน่วยนาวิกโยธินและกองทัพเรือ มีสมรรถนะบินขึ้นได้ในระยะทางสั้นๆ และลงจอดในแนวดิ่งได้เหมือนเฮลิคอปเตอร์
- F-35C แบบที่ใช้บนเรือบรรทุกเครื่องบิน เหมาะกับกองทัพเรือ โดยเฉพาะเรือบรรทุกเครื่องบินที่มีรันเวย์ขนาดสั้น มีลักษณะเฉพาะคือจะมีปีกที่ใหญ่กว่ารุ่นอื่น ๆ และสามารถพับปีกได้
และด้วยสมรรถนะที่มีไม่ว่าจะเป็น
- ระบบ Stealth ที่หลีกเลี่ยงการตรวจจับเรดาร์ของศัตรูได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ระบบ Data link ระบบการกระจายข้อมูลระหว่างเครื่อง
- ระบบ Super Thrust ระบบขับเคลื่อนความเร็วเหนือเสียง ที่ใช้เครื่องยนต์ Pratt & Whitney F135 Turbofan สามารถทำความเร็วสูงสุด 1,930 กิโลเมตร/ชั่วโมง (Mach 1.6+) (ยกเว้นรุ่น F-35B ที่บินต่อเนื่องได้ประมาณ 900 กิโลเมตร)
- จอระบบ Touch screen ที่แสดงค่าได้ทุกอย่างตั้งแต่การวางแผนภารกิจ ไปจนถึงระบบเซนเซอร์ต่าง ๆ
นอกจากนั้นตัวหมวกนักบินของ F-35 เอง ก็ยังมีระบบ HMDS (Helmet-Mounted Display System) ซึ่งแสดงผลด้านการบินและภารกิจผ่านทางกะบังหน้าหมวก นอกจากนี้สามารถแสดงผลภาพจากกล้องอินฟาเรดได้ ก็เป็นที่น่าสนใจไม่น้อย
- ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เครื่องบินขับไล่ "F-35 Lightning II" กับเทคโนโลยีล่องหน ทันสมัยที่สุดในโลก
เปิดสมรรถนะ "เครื่องบินล่องหน" F-35 Lightning II
จากกระแสข่าวที่สหรัฐฯ อาจจะไม่ขายเครื่องบิน F-35 ให้กับประเทศไทย และทางกองทัพอากาศจะส่งคืนงบประมาณดำเนินการที่ขอไว้เบื้องต้นกว่า 369 ล้านบาท
F-35 นับว่าเป็นเครื่องบินที่หลาย ๆ ประเทศให้ความสนใจเป็นพิเศษ ซึ่งรวมไปถึงประเทศไทย แต่เมื่อเปิดตัวออกมาด้วยราคาขายต่ออยู่ที่ประมาณ 241 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ก่อนจะลดลงมาเหลือลำละประมาณ 89 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีพ.ศ. 2561 และ 82 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 2,833 ล้านบาท ตามข้อมูลจากกองทัพอากาศไทย จึงเกิดคำถามว่าทำไมถึงมีราคาสูง ? และ ทำไมกองทัพอากาศจึงอยากได้เครื่องบินรุ่นนี้ ?
"เครื่องบินล่องหน" F-35 Lightning II นี้ผลิตโดยบริษัท ล็อกฮีด มาร์ติน (Lockheed Martin ) เป็นเครื่องบินขับไล่ในยุคที่ 5 (Fifth Generation) ซึ่งเป็นยุคที่มีเทคโนโลยีระดับสูง
โดยในปัจจุบันมีทั้งหมด 3 รุ่นได้แก่
- F-35A แบบขึ้นลงปกติ เหมาะกับกองทัพอากาศที่มีสนามบินและรันเวย์ปกติ (ซึ่งเป็นรุ่นที่กองทัพอากาศอยากได้)
- F-35B แบบขึ้นและลงจอดในแนวดิ่ง เหมาะกับหน่วยนาวิกโยธินและกองทัพเรือ มีสมรรถนะบินขึ้นได้ในระยะทางสั้นๆ และลงจอดในแนวดิ่งได้เหมือนเฮลิคอปเตอร์
- F-35C แบบที่ใช้บนเรือบรรทุกเครื่องบิน เหมาะกับกองทัพเรือ โดยเฉพาะเรือบรรทุกเครื่องบินที่มีรันเวย์ขนาดสั้น มีลักษณะเฉพาะคือจะมีปีกที่ใหญ่กว่ารุ่นอื่น ๆ และสามารถพับปีกได้
และด้วยสมรรถนะที่มีไม่ว่าจะเป็น
- ระบบ Stealth ที่หลีกเลี่ยงการตรวจจับเรดาร์ของศัตรูได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ระบบ Data link ระบบการกระจายข้อมูลระหว่างเครื่อง
- ระบบ Super Thrust ระบบขับเคลื่อนความเร็วเหนือเสียง ที่ใช้เครื่องยนต์ Pratt & Whitney F135 Turbofan สามารถทำความเร็วสูงสุด 1,930 กิโลเมตร/ชั่วโมง (Mach 1.6+) (ยกเว้นรุ่น F-35B ที่บินต่อเนื่องได้ประมาณ 900 กิโลเมตร)
- จอระบบ Touch screen ที่แสดงค่าได้ทุกอย่างตั้งแต่การวางแผนภารกิจ ไปจนถึงระบบเซนเซอร์ต่าง ๆ
นอกจากนั้นตัวหมวกนักบินของ F-35 เอง ก็ยังมีระบบ HMDS (Helmet-Mounted Display System) ซึ่งแสดงผลด้านการบินและภารกิจผ่านทางกะบังหน้าหมวก นอกจากนี้สามารถแสดงผลภาพจากกล้องอินฟาเรดได้ ก็เป็นที่น่าสนใจไม่น้อย
- ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เครื่องบินขับไล่ "F-35 Lightning II" กับเทคโนโลยีล่องหน ทันสมัยที่สุดในโลก