ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคดีสำคัญในวันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม 2568 เกี่ยวกับกรณีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ว่าเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง อันเป็นเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ หลังสมาชิกวุฒิสภา 36 คนร่วมกันยื่นคำร้อง
การพิจารณาเริ่มตั้งแต่เวลา 09.30 น. ด้วยการแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติ ก่อนที่ศาลจะออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยในเวลา 15.00 น.
กรณีนี้ถือเป็นครั้งที่สองที่ศาลรัฐธรรมนูญถูกยื่นคำร้องเกี่ยวกับนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน หลังจากก่อนหน้านี้ นายเศรษฐา ทวีสิน ต้องพ้นจากตำแหน่งด้วยประเด็นเดียวกัน
2 ฉากทัศน์การเมืองไทย
✅ หากศาลวินิจฉัยว่า “รอด”
นายกรัฐมนตรีสามารถกลับมาปฏิบัติหน้าที่ต่อได้ แต่ยังเผชิญความท้าทายสำคัญ โดยเฉพาะคดีมาตรา 144 เกี่ยวกับการจัดทำงบประมาณปี 2568 ซึ่ง ป.ป.ช. มีมติรับเรื่องกล่าวหาแล้ว หากมีมูลและศาลวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญ อาจนำไปสู่การพ้นตำแหน่งในอนาคต
❎ หากศาลวินิจฉัยว่า “ไม่รอด”
แพทองธารต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีทันที คณะรัฐมนตรีสิ้นสภาพไปทั้งคณะ แต่ยังคงทำหน้าที่รักษาการต่อไปจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ โดยนายกรัฐมนตรีที่ขาดคุณสมบัติจะไม่สามารถทำหน้าที่รักษาการได้
การเมืองหลังจากนั้นอาจเดินได้ 2 แนวทาง คือ
1. ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ : ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีในฐานะรักษาการ อาจเลือกใช้มาตรการยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน แม้ยังมีข้อถกเถียงทางกฎหมายว่า รักษาการนายกรัฐมนตรีมีอำนาจยุบสภาหรือไม่
2. เลือกนายกฯ คนใหม่ในสภา : สภาผู้แทนราษฎรจะโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีจากรายชื่อแคนดิเดตที่พรรคการเมืองเสนอไว้ โดยใช้เพียงเสียง สส. ไม่ต้องอาศัยเสียง สว. เหมือนกรณีเศรษฐา ปัจจุบันมีรายชื่อแคนดิเดต 5 คน ได้แก่
1. ชัยเกษม นิติสิริ (เพื่อไทย)
2. อนุทิน ชาญวีรกูล (ภูมิใจไทย)
3. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (รวมไทยสร้างชาติ)
4. พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (รวมไทยสร้างชาติ)
5. จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ (ประชาธิปัตย์)
*หมายเหตุ : มีความเห็นแตกต่าง-ข้อถกเถียงว่ารักษาการนายกฯ
มีอำนาจยุบสภาหรือไม่ ?
- ฝ่ายที่เห็นว่ามีอำนาจยุบสภา เช่น วิษณุ เครืองาม ชูศักดิ์ ศิรินิล
- ฝ่ายที่เห็นว่าไม่มีอำนาจยุบสภา เช่น สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคดีสำคัญในวันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม 2568 เกี่ยวกับกรณีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ว่าเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง อันเป็นเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ หลังสมาชิกวุฒิสภา 36 คนร่วมกันยื่นคำร้อง
การพิจารณาเริ่มตั้งแต่เวลา 09.30 น. ด้วยการแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติ ก่อนที่ศาลจะออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยในเวลา 15.00 น.
กรณีนี้ถือเป็นครั้งที่สองที่ศาลรัฐธรรมนูญถูกยื่นคำร้องเกี่ยวกับนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน หลังจากก่อนหน้านี้ นายเศรษฐา ทวีสิน ต้องพ้นจากตำแหน่งด้วยประเด็นเดียวกัน
2 ฉากทัศน์การเมืองไทย
✅ หากศาลวินิจฉัยว่า “รอด”
นายกรัฐมนตรีสามารถกลับมาปฏิบัติหน้าที่ต่อได้ แต่ยังเผชิญความท้าทายสำคัญ โดยเฉพาะคดีมาตรา 144 เกี่ยวกับการจัดทำงบประมาณปี 2568 ซึ่ง ป.ป.ช. มีมติรับเรื่องกล่าวหาแล้ว หากมีมูลและศาลวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญ อาจนำไปสู่การพ้นตำแหน่งในอนาคต
❎ หากศาลวินิจฉัยว่า “ไม่รอด”
แพทองธารต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีทันที คณะรัฐมนตรีสิ้นสภาพไปทั้งคณะ แต่ยังคงทำหน้าที่รักษาการต่อไปจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ โดยนายกรัฐมนตรีที่ขาดคุณสมบัติจะไม่สามารถทำหน้าที่รักษาการได้
การเมืองหลังจากนั้นอาจเดินได้ 2 แนวทาง คือ
1. ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ : ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีในฐานะรักษาการ อาจเลือกใช้มาตรการยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน แม้ยังมีข้อถกเถียงทางกฎหมายว่า รักษาการนายกรัฐมนตรีมีอำนาจยุบสภาหรือไม่
2. เลือกนายกฯ คนใหม่ในสภา : สภาผู้แทนราษฎรจะโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีจากรายชื่อแคนดิเดตที่พรรคการเมืองเสนอไว้ โดยใช้เพียงเสียง สส. ไม่ต้องอาศัยเสียง สว. เหมือนกรณีเศรษฐา ปัจจุบันมีรายชื่อแคนดิเดต 5 คน ได้แก่
1. ชัยเกษม นิติสิริ (เพื่อไทย)
2. อนุทิน ชาญวีรกูล (ภูมิใจไทย)
3. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (รวมไทยสร้างชาติ)
4. พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (รวมไทยสร้างชาติ)
5. จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ (ประชาธิปัตย์)
*หมายเหตุ : มีความเห็นแตกต่าง-ข้อถกเถียงว่ารักษาการนายกฯ
มีอำนาจยุบสภาหรือไม่ ?
- ฝ่ายที่เห็นว่ามีอำนาจยุบสภา เช่น วิษณุ เครืองาม ชูศักดิ์ ศิรินิล
- ฝ่ายที่เห็นว่าไม่มีอำนาจยุบสภา เช่น สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา