
แม้จะผ่านมากว่า 2 สัปดาห์ แต่สถานการณ์ก็ยังไม่มีทีท่าจะคลี่คลายแต่อย่างใด ไม่เพียงแค่ในพื้นที่ตะวันออกกลางเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ ในประเทศไทยเองก็กำลังได้รับผลกระทบทีละส่วน ๆ โดยเฉพาะ "น้ำมัน" ที่เป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในใช้ชีวิตประจำวัน หรือการประกอบอาชีพ
หากย้อนกลับไปวันที่ 3 มีนาคม 2569 การปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน ได้กลายเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดความกังวลและตื่นตระหนก บางส่วนแห่ออกไปเติมน้ำมัน เพราะหวั่นว่าการดำเนินการครั้งนี้จะทำให้เกิดภาวะน้ำมันขาดแคลน
หลังจากนั้นไม่นาน ภาพที่เราไม่คิดว่าจะได้เห็นในปี 2569 เราก็ได้เห็น เมื่อประชาชนขับรถออกไปต่อคิวที่ปั๊มน้ำมันกันเป็นจำนวนมาก หลายพื้นที่เกิดการมีปากเสียง กลายเป็นความกดดัน จี้ให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหา และขอความชัดเจนของคำว่า “น้ำมันมีเพียงพอ”
สังคมเกิดอะไรขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ?
มีปฏิกิริยาอะไรเกิดขึ้นบ้าง ?
และผู้คนมีความรู้สึกแบบใด ?
มาหาคำตอบผ่าน DATA ไปกับไทยพีบีเอส…
เมื่อวิเคราะห์จากเครื่องมือ Social Listening ช่วงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ - 16 มีนาคม 2569 จะสามารถแบ่งปฏิกิริยาของสังคมออกเป็น 2 ระลอกใหญ่ นั้นคือ “ข่าวสาร vs สถานการณ์จริง”
สร้างการมีส่วนร่วม (Engagement) รวมกว่า 77.4 ล้านครั้ง จาก 609,522 ข้อความ ซึ่งจะเห็นได้ว่า กราฟการตื่นตัวพุ่งสูงใน 2 ช่วงเวลา
จากการค้นหา "ปั๊มน้ำมัน" เมื่อวิเคราะห์ดูรายจังหวัดที่มีระดับความสนใจสูงสุด ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งอาจด้วยเป็นเส้นทางผ่าน ทั้งในแง่การสัญจรไปจังหวัดต่าง ๆ หรือแม้แต่ภาคอุตสาหกรรม
ขณะที่ อารมณ์และความรู้สึกของผู้คนบนโซเชียลฯ เอียงไปทางอารมณ์เชิงลบ (Negative) สูงถึง 61.49% โดยปัญหาถึงจุดวิกฤตในช่วง 15-16 มีนาคม 2569 เมื่อหลายปั๊มขึ้นป้ายว่า "น้ำมันหมด" ซึ่งในยอดการพูดถึงช่วงนั้น มีสัดส่วนการบ่นถึงปัญหา "น้ำมันหมด" สูงถึง 30.93% และปัญหา "จำกัดการเติม" 27.97%
และประเภทน้ำมันที่ถูกพูดถึงมากที่สุด คือ ดีเซล 69.23% สอดคล้องกับข้อมูลข้างต้นว่า วิกฤตน้ำมันในครั้งนี้ ไม่ได้เพียงกระทบส่วนใดส่วนหนึ่ง แต่สะเทือนไปทุกภาคส่วน ซึ่งต่อจากนี้ต้องจับตาดูว่า สงครามตะวันออกกลางจะยุติลงแบบใด และจะคลี่คลายสถานการณ์ตึงเครียดทั้งหมดนี้ได้เมื่อใด…
ที่มา: รวบรวมข้อมูลผ่านเครื่องมือ Zocial Eye และ Google Trends วิเคราะห์โดยไทยพีบีเอส
แม้จะผ่านมากว่า 2 สัปดาห์ แต่สถานการณ์ก็ยังไม่มีทีท่าจะคลี่คลายแต่อย่างใด ไม่เพียงแค่ในพื้นที่ตะวันออกกลางเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ ในประเทศไทยเองก็กำลังได้รับผลกระทบทีละส่วน ๆ โดยเฉพาะ "น้ำมัน" ที่เป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในใช้ชีวิตประจำวัน หรือการประกอบอาชีพ
หากย้อนกลับไปวันที่ 3 มีนาคม 2569 การปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน ได้กลายเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดความกังวลและตื่นตระหนก บางส่วนแห่ออกไปเติมน้ำมัน เพราะหวั่นว่าการดำเนินการครั้งนี้จะทำให้เกิดภาวะน้ำมันขาดแคลน
หลังจากนั้นไม่นาน ภาพที่เราไม่คิดว่าจะได้เห็นในปี 2569 เราก็ได้เห็น เมื่อประชาชนขับรถออกไปต่อคิวที่ปั๊มน้ำมันกันเป็นจำนวนมาก หลายพื้นที่เกิดการมีปากเสียง กลายเป็นความกดดัน จี้ให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหา และขอความชัดเจนของคำว่า “น้ำมันมีเพียงพอ”
สังคมเกิดอะไรขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ?
มีปฏิกิริยาอะไรเกิดขึ้นบ้าง ?
และผู้คนมีความรู้สึกแบบใด ?
มาหาคำตอบผ่าน DATA ไปกับไทยพีบีเอส…
เมื่อวิเคราะห์จากเครื่องมือ Social Listening ช่วงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ - 16 มีนาคม 2569 จะสามารถแบ่งปฏิกิริยาของสังคมออกเป็น 2 ระลอกใหญ่ นั้นคือ “ข่าวสาร vs สถานการณ์จริง”
สร้างการมีส่วนร่วม (Engagement) รวมกว่า 77.4 ล้านครั้ง จาก 609,522 ข้อความ ซึ่งจะเห็นได้ว่า กราฟการตื่นตัวพุ่งสูงใน 2 ช่วงเวลา
จากการค้นหา "ปั๊มน้ำมัน" เมื่อวิเคราะห์ดูรายจังหวัดที่มีระดับความสนใจสูงสุด ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งอาจด้วยเป็นเส้นทางผ่าน ทั้งในแง่การสัญจรไปจังหวัดต่าง ๆ หรือแม้แต่ภาคอุตสาหกรรม
ขณะที่ อารมณ์และความรู้สึกของผู้คนบนโซเชียลฯ เอียงไปทางอารมณ์เชิงลบ (Negative) สูงถึง 61.49% โดยปัญหาถึงจุดวิกฤตในช่วง 15-16 มีนาคม 2569 เมื่อหลายปั๊มขึ้นป้ายว่า "น้ำมันหมด" ซึ่งในยอดการพูดถึงช่วงนั้น มีสัดส่วนการบ่นถึงปัญหา "น้ำมันหมด" สูงถึง 30.93% และปัญหา "จำกัดการเติม" 27.97%
และประเภทน้ำมันที่ถูกพูดถึงมากที่สุด คือ ดีเซล 69.23% สอดคล้องกับข้อมูลข้างต้นว่า วิกฤตน้ำมันในครั้งนี้ ไม่ได้เพียงกระทบส่วนใดส่วนหนึ่ง แต่สะเทือนไปทุกภาคส่วน ซึ่งต่อจากนี้ต้องจับตาดูว่า สงครามตะวันออกกลางจะยุติลงแบบใด และจะคลี่คลายสถานการณ์ตึงเครียดทั้งหมดนี้ได้เมื่อใด…
ที่มา: รวบรวมข้อมูลผ่านเครื่องมือ Zocial Eye และ Google Trends วิเคราะห์โดยไทยพีบีเอส