
Spaceport
Spaceport หรือ ท่าอวกาศยาน เป็นฐานปล่อยจรวดที่ใช้ในการนำส่งดาวเทียมและภารกิจต่าง ๆ ขึ้นสู่อวกาศ โดยท่าอวกาศยาน มีทั้งแบบบนพื้นดินและกลางทะเล โดย "ฐานปล่อยจรวดบนพื้นดิน" เป็นระบบขนส่งจรวดที่ใช้งานอย่างแพร่หลายของนานาประเทศ เนื่องจากมีความเสถียรกว่า และสามารถรองรับรูปแบบภารกิจที่หลากหลาย
ขณะที่ "ฐานปล่อยจากเรือ" ช่วยลดความเสี่ยงของผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับพื้นที่ใกล้เคียง ในกรณีที่การปล่อยจรวดจากฐานปล่อยบนแผ่นดินเกิดข้อผิดพลาด แต่ยังมีข้อจำกัดเรื่องของน้ำหนักที่สามารถบรรทุกขึ้นสู่วงโคจร รวมไปถึงปัจจัยของการขนส่งดาวเทียมจนห้องคลีนรูมไปสู่เรือ และยังเป็นเทคโนโลยีที่ค่อนข้างใหม่ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาเพื่อพิสูจน์ความปลอดภัยและความเสถียรของระบบก่อน
อย่างไรก็ตาม สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ได้ศึกษาได้ทำการประเมินพื้นที่ศักยภาพในประเทศไทย จำนวน 3 แห่ง โดยพิจารณาจากปัจจัยด้านวิศวกรรม ความปลอดภัย เส้นทางการบิน และต้นทุนการลงทุน ดังนี้
• เกาะจวง–เกาะจาน จ.ชลบุรี เหมาะกับการส่งแบบแนวดิ่ง เด่นด้านการใช้ประโยชน์พื้นที่และผลกระทบต่อประชาชนน้อย เป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสมสูงสุด โดยมีต้นทุนการลงทุนเริ่มต้นต่ำที่สุดอยู่ที่ 376 ล้านบาท เนื่องจากเป็นพื้นที่ราชพัสดุและอยู่ในเขตภูมิประเทศที่เอื้อต่อการปล่อยจรวด ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเวนคืนที่ดินและการปรับสภาพพื้นที่
• สนามบินอู่ตะเภา จ.ระยอง เหมาะกับการส่งแบบแนวดิ่ง แต่อาจยังผลกระทบกับพื้นที่ชุมชน แม้จะมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินรองรับ แต่ต้องใช้งบประมาณลงทุนปรับปรุงกว่า 828 ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยด้านอวกาศและไม่กระทบต่อการบินพาณิชย์
• แหลมสนอ่อน จ.สงขลา เด่นด้านโลจิสติกส์ เหมาะกับการส่งแบบแนวราบ และมีศักยภาพพัฒนาเป็นคลัสเตอร์อุตสาหกรรมอวกาศในอนาคต แม้พิกัดทางภูมิศาสตร์ใกล้เส้นศูนย์สูตร แต่พบข้อจำกัดด้านต้นทุนกว่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นต้นทุนจากการจัดซื้อที่ดินของเอกชน ทำให้ความคุ้มค่าในการลงทุนระยะเริ่มต้นลดต่ำลง หากลงทุนจะใช้เวลาในการสร้างไม่เกิน 5 ปี
ที่มา : GISTDA
Spaceport
Spaceport หรือ ท่าอวกาศยาน เป็นฐานปล่อยจรวดที่ใช้ในการนำส่งดาวเทียมและภารกิจต่าง ๆ ขึ้นสู่อวกาศ โดยท่าอวกาศยาน มีทั้งแบบบนพื้นดินและกลางทะเล โดย "ฐานปล่อยจรวดบนพื้นดิน" เป็นระบบขนส่งจรวดที่ใช้งานอย่างแพร่หลายของนานาประเทศ เนื่องจากมีความเสถียรกว่า และสามารถรองรับรูปแบบภารกิจที่หลากหลาย
ขณะที่ "ฐานปล่อยจากเรือ" ช่วยลดความเสี่ยงของผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับพื้นที่ใกล้เคียง ในกรณีที่การปล่อยจรวดจากฐานปล่อยบนแผ่นดินเกิดข้อผิดพลาด แต่ยังมีข้อจำกัดเรื่องของน้ำหนักที่สามารถบรรทุกขึ้นสู่วงโคจร รวมไปถึงปัจจัยของการขนส่งดาวเทียมจนห้องคลีนรูมไปสู่เรือ และยังเป็นเทคโนโลยีที่ค่อนข้างใหม่ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาเพื่อพิสูจน์ความปลอดภัยและความเสถียรของระบบก่อน
อย่างไรก็ตาม สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ได้ศึกษาได้ทำการประเมินพื้นที่ศักยภาพในประเทศไทย จำนวน 3 แห่ง โดยพิจารณาจากปัจจัยด้านวิศวกรรม ความปลอดภัย เส้นทางการบิน และต้นทุนการลงทุน ดังนี้
• เกาะจวง–เกาะจาน จ.ชลบุรี เหมาะกับการส่งแบบแนวดิ่ง เด่นด้านการใช้ประโยชน์พื้นที่และผลกระทบต่อประชาชนน้อย เป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสมสูงสุด โดยมีต้นทุนการลงทุนเริ่มต้นต่ำที่สุดอยู่ที่ 376 ล้านบาท เนื่องจากเป็นพื้นที่ราชพัสดุและอยู่ในเขตภูมิประเทศที่เอื้อต่อการปล่อยจรวด ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเวนคืนที่ดินและการปรับสภาพพื้นที่
• สนามบินอู่ตะเภา จ.ระยอง เหมาะกับการส่งแบบแนวดิ่ง แต่อาจยังผลกระทบกับพื้นที่ชุมชน แม้จะมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินรองรับ แต่ต้องใช้งบประมาณลงทุนปรับปรุงกว่า 828 ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยด้านอวกาศและไม่กระทบต่อการบินพาณิชย์
• แหลมสนอ่อน จ.สงขลา เด่นด้านโลจิสติกส์ เหมาะกับการส่งแบบแนวราบ และมีศักยภาพพัฒนาเป็นคลัสเตอร์อุตสาหกรรมอวกาศในอนาคต แม้พิกัดทางภูมิศาสตร์ใกล้เส้นศูนย์สูตร แต่พบข้อจำกัดด้านต้นทุนกว่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นต้นทุนจากการจัดซื้อที่ดินของเอกชน ทำให้ความคุ้มค่าในการลงทุนระยะเริ่มต้นลดต่ำลง หากลงทุนจะใช้เวลาในการสร้างไม่เกิน 5 ปี
ที่มา : GISTDA