ใช้ “มือถือ” ขณะฝนตก ล่อฟ้าผ่าจริงไหม

ใช้ “มือถือ” ขณะฝนตก ล่อฟ้าผ่าจริงไหม

เชื่อว่าหลายคนอาจมีเรื่องสงสัยที่ว่า หากเราใช้มือถือตอนฝนตก อาจล่อฟ้าผ่าได้จริง ด้วยเหตุนี้ Thai PBS Sci & Tech จึงขอนำคำตอบด้วยหลักวิทยาศาสตร์ ที่มาจากการทดลองโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มาให้ได้ทราบกัน

สำหรับความเชื่อที่ว่าเล่นมือถือขณะฝนตกทำให้ “ฟ้าผ่า” จริง ๆ แล้วมีความเป็นไปได้น้อยมาก เพราะมือถือไม่ได้เป็นสื่อล่อฟ้า การใช้มือถือในขณะที่ฝนตกไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้โดนฟ้าผ่า เพราะจากการทดลองของ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พบว่าฟ้าไม่ผ่าลงโทรศัพท์มือถือ และทุกเครื่องยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ และโทรศัพท์เวลาใช้งานจะอยู่ต่ำกว่าตัวคน

ที่สำคัญพลังงานของสัญญาณโทรศัพท์มือถือไม่สามารถทำให้อากาศแตกตัวเป็นตัวนำได้ พร้อมกันนี้ยังมีรายงานว่าการใช้โทรศัพท์อยู่ใกล้บริเวณที่เกิดฟ้าผ่า อาจจะมีผลเหนี่ยวนำให้แบตเตอรี่เกิดการลัดวงจรและเกิดการระเบิดจนเป็นสาเหตุ ของการบาดเจ็บได้ เป็นผลข้างเคียงแต่ไม่ใช่สื่อล่อให้ฟ้าผ่า อย่างไรก็ดีการใช้โทรศัพท์มือถือในสภาวะที่เกิดฝนฟ้าคะนอง ก็นับเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง เพราะหากน้ำเข้าโทรศัพท์ก็มีโอกาสทำให้แบตเตอรี่เกิดการลัดวงจรได้เช่นเดียวกัน

พาไปรู้จัก 7 วิธีป้องกันอันตรายจาก “ฟ้าผ่า”

    - หลีกเลี่ยงการอยู่บริเวณที่โล่งแจ้ง ขณะเกิดฝนฟ้าคะนอง เช่น ลานกว้าง สนามฟุตบอล สระว่ายน้ำ สนามกอล์ฟ
    - ไม่กางร่มที่มีปลายโลหะยอดแหลมในที่โล่งแจ้ง และไม่ถือวัตถุที่ชูสูงขึ้นไปจากตัว
    - ถอดปลั๊กอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าป้องกันการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร
    - ถอดวัตถุหรือเครื่องประดับที่เป็นโลหะออกจากร่างกาย
    - ไม่ใช้เครื่องมือสื่อสาร เช่น โทรศัพท์มือถือ เนื่องจากมีวัสดุจำพวกโลหะเป็นส่วนประกอบให้เกิดการเหนี่ยวนำคลื่นไฟฟ้า
    - กรณีหลบอยู่ในรถยนต์ดับเครื่องยนต์ปิดกระจกควรนั่งกอดอกหรือวางมือบนตักและไม่สัมผัสกับส่วนใดส่วนหนึ่งของรถที่เป็นโครงโลหะ
    - ไม่จอดรถหรือยืนใกล้ต้นไม้ใหญ่ ตึกสูง ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ เสาไฟฟ้า

📌อ่านต่อ : www.thaipbs.or.th/now/content/2692

ใช้ “มือถือ” ขณะฝนตก ล่อฟ้าผ่าจริงไหม

เชื่อว่าหลายคนอาจมีเรื่องสงสัยที่ว่า หากเราใช้มือถือตอนฝนตก อาจล่อฟ้าผ่าได้จริง ด้วยเหตุนี้ Thai PBS Sci & Tech จึงขอนำคำตอบด้วยหลักวิทยาศาสตร์ ที่มาจากการทดลองโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มาให้ได้ทราบกัน

สำหรับความเชื่อที่ว่าเล่นมือถือขณะฝนตกทำให้ “ฟ้าผ่า” จริง ๆ แล้วมีความเป็นไปได้น้อยมาก เพราะมือถือไม่ได้เป็นสื่อล่อฟ้า การใช้มือถือในขณะที่ฝนตกไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้โดนฟ้าผ่า เพราะจากการทดลองของ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พบว่าฟ้าไม่ผ่าลงโทรศัพท์มือถือ และทุกเครื่องยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ และโทรศัพท์เวลาใช้งานจะอยู่ต่ำกว่าตัวคน

ที่สำคัญพลังงานของสัญญาณโทรศัพท์มือถือไม่สามารถทำให้อากาศแตกตัวเป็นตัวนำได้ พร้อมกันนี้ยังมีรายงานว่าการใช้โทรศัพท์อยู่ใกล้บริเวณที่เกิดฟ้าผ่า อาจจะมีผลเหนี่ยวนำให้แบตเตอรี่เกิดการลัดวงจรและเกิดการระเบิดจนเป็นสาเหตุ ของการบาดเจ็บได้ เป็นผลข้างเคียงแต่ไม่ใช่สื่อล่อให้ฟ้าผ่า อย่างไรก็ดีการใช้โทรศัพท์มือถือในสภาวะที่เกิดฝนฟ้าคะนอง ก็นับเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง เพราะหากน้ำเข้าโทรศัพท์ก็มีโอกาสทำให้แบตเตอรี่เกิดการลัดวงจรได้เช่นเดียวกัน

พาไปรู้จัก 7 วิธีป้องกันอันตรายจาก “ฟ้าผ่า”

    - หลีกเลี่ยงการอยู่บริเวณที่โล่งแจ้ง ขณะเกิดฝนฟ้าคะนอง เช่น ลานกว้าง สนามฟุตบอล สระว่ายน้ำ สนามกอล์ฟ
    - ไม่กางร่มที่มีปลายโลหะยอดแหลมในที่โล่งแจ้ง และไม่ถือวัตถุที่ชูสูงขึ้นไปจากตัว
    - ถอดปลั๊กอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าป้องกันการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร
    - ถอดวัตถุหรือเครื่องประดับที่เป็นโลหะออกจากร่างกาย
    - ไม่ใช้เครื่องมือสื่อสาร เช่น โทรศัพท์มือถือ เนื่องจากมีวัสดุจำพวกโลหะเป็นส่วนประกอบให้เกิดการเหนี่ยวนำคลื่นไฟฟ้า
    - กรณีหลบอยู่ในรถยนต์ดับเครื่องยนต์ปิดกระจกควรนั่งกอดอกหรือวางมือบนตักและไม่สัมผัสกับส่วนใดส่วนหนึ่งของรถที่เป็นโครงโลหะ
    - ไม่จอดรถหรือยืนใกล้ต้นไม้ใหญ่ ตึกสูง ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ เสาไฟฟ้า

📌อ่านต่อ : www.thaipbs.or.th/now/content/2692