
ทำไมไทยเกิดฝนตกหนักและตกแช่ จนน้ำท่วมสูงในหลายพื้นที่
การเกิดปรากฏการณ์ "ฝนตกแช่" ทำให้ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทยในปีนี้ มีความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมสูง แม้จะเป็นช่วงปีที่มีสภาวะ Super El Niño (ซึ่งปกติจะพาความแห้งแล้งมา) แต่กลับเกิดฝนตกหนักสุดขั้วฉับพลันได้จาก 4 ปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาที่ส่งเสริมกัน ดังนี้
1. ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรง: หอบเอาความชื้นและไอน้ำมหาศาลจากทะเลอันดามันและมหาสมุทรอินเดียเข้ามาปะทะกับร่องความกดอากาศต่ำ ทำให้เกิดเมฆฝนก่อตัวหนาแน่น
2. มวลอากาศเย็นจากจีนแผ่ลงมาตรึงแนวฝน: ความกดอากาศสูงที่แห้งและหนักกว่าจากจีน แผ่ลงมากดให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางและภาคตะวันออก เกิดการปะทะกันของมวลอากาศต่างขั้วจนเมฆฝนถูก "ตรึงให้อยู่กับที่" กลายเป็นฝนตกแช่ยาวนาน
3. พายุและหย่อมความกดอากาศต่ำช่วยเพิ่มพลังงาน: หย่อมความกดอากาศต่ำและพายุหมุนเขตร้อนในทะเลจีนใต้เคลื่อนตัวตามแนวร่องมรสุม ช่วยอัดฉีดพลังงานและขยายรัศมีแนวฝนให้กว้างและรุนแรงขึ้น
4. อุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้นจากภาวะโลกร้อน (Climate Change): ผิวน้ำทะเลที่อุ่นขึ้นเป็นประวัติการณ์ทำให้บรรยากาศกักเก็บไอน้ำได้มากขึ้น เมื่อเกิดร่องมรสุมจึงเปรียบเสมือน "ฟองน้ำยักษ์" ที่ซับความชื้นไว้เต็มที่ แล้วเทลงมาเป็นปริมาณฝนสะสมมหาศาล
สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ: เกิดจากการรวมตัวของ ความชื้นจากน้ำทะเลอุ่น + ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้แรง + มวลอากาศเย็นจากจีนกดทับ จนตรึงร่องมรสุมให้อยู่กับที่และปล่อยฝนตกหนักแช่ยาวนานข้ามวันข้ามคืน
📌อ่านบทความเต็มทางเว็บไซต์ : www.thaipbs.or.th/sciandtech/earth/4448
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech
ทำไมไทยเกิดฝนตกหนักและตกแช่ จนน้ำท่วมสูงในหลายพื้นที่
การเกิดปรากฏการณ์ "ฝนตกแช่" ทำให้ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทยในปีนี้ มีความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมสูง แม้จะเป็นช่วงปีที่มีสภาวะ Super El Niño (ซึ่งปกติจะพาความแห้งแล้งมา) แต่กลับเกิดฝนตกหนักสุดขั้วฉับพลันได้จาก 4 ปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาที่ส่งเสริมกัน ดังนี้
1. ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรง: หอบเอาความชื้นและไอน้ำมหาศาลจากทะเลอันดามันและมหาสมุทรอินเดียเข้ามาปะทะกับร่องความกดอากาศต่ำ ทำให้เกิดเมฆฝนก่อตัวหนาแน่น
2. มวลอากาศเย็นจากจีนแผ่ลงมาตรึงแนวฝน: ความกดอากาศสูงที่แห้งและหนักกว่าจากจีน แผ่ลงมากดให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางและภาคตะวันออก เกิดการปะทะกันของมวลอากาศต่างขั้วจนเมฆฝนถูก "ตรึงให้อยู่กับที่" กลายเป็นฝนตกแช่ยาวนาน
3. พายุและหย่อมความกดอากาศต่ำช่วยเพิ่มพลังงาน: หย่อมความกดอากาศต่ำและพายุหมุนเขตร้อนในทะเลจีนใต้เคลื่อนตัวตามแนวร่องมรสุม ช่วยอัดฉีดพลังงานและขยายรัศมีแนวฝนให้กว้างและรุนแรงขึ้น
4. อุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้นจากภาวะโลกร้อน (Climate Change): ผิวน้ำทะเลที่อุ่นขึ้นเป็นประวัติการณ์ทำให้บรรยากาศกักเก็บไอน้ำได้มากขึ้น เมื่อเกิดร่องมรสุมจึงเปรียบเสมือน "ฟองน้ำยักษ์" ที่ซับความชื้นไว้เต็มที่ แล้วเทลงมาเป็นปริมาณฝนสะสมมหาศาล
สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ: เกิดจากการรวมตัวของ ความชื้นจากน้ำทะเลอุ่น + ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้แรง + มวลอากาศเย็นจากจีนกดทับ จนตรึงร่องมรสุมให้อยู่กับที่และปล่อยฝนตกหนักแช่ยาวนานข้ามวันข้ามคืน
📌อ่านบทความเต็มทางเว็บไซต์ : www.thaipbs.or.th/sciandtech/earth/4448
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech