
เสียงจากโซเชียลฯ ในวันที่น้ำท่วมกรุง...
เมื่อ "วิกฤตน้ำท่วม" เกิดขึ้นในยุคที่โซเชียลฯ เป็นช่องทางสื่อสารหลัก ทุกโพสต์และทุกคอมเมนต์ไม่ได้เป็นเพียงการรายงานสถานการณ์ แต่ยังสะท้อนอีกหลาย ๆ อย่างให้ได้เห็น
ไทยพีบีเอสรวบรวมข้อมูลผ่านเครื่องมือ Social Listening ระหว่างวันที่ 23-30 ก.ย. 69 (ณ เวลา 14.30 น.) พบการพูดถึง "น้ำท่วม" สูงถึง 464,456 ข้อความ สร้างการมีส่วนร่วมสูงรวม 155,541,460 Engagement
ซึ่งวันที่น้ำท่วมกลายเป็นจุดพีกของบทสนทนาก็คือ 26 ก.ย. 69
มีพูดถึงน้ำท่วมสูงที่สุด 130,944 ข้อความ เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าจากวันก่อนหน้า และมี Engagement สูงถึง 52,515,106 หรือมากกว่า 1 ใน 3 ของ Engagement ทั้งหมดตลอดช่วงที่เก็บข้อมูล
ทำไมวันนั้น "น้ำท่วม" ถึงเป็นจุดพีกบทสนทนา ?
ฝนที่ตกตลอดคืนวันที่ 25 ก.ย. 69 ทำให้กรุงเทพฯ เกิดน้ำท่วมฉับพลันหลายพื้นที่ ตั้งแต่ 05.00-07.00 น. ฟีดโซเชียลฯ เริ่มเต็มไปด้วยรายงานน้ำท่วมขังและถนนที่สัญจรไม่ได้
ในวันเดียวกันยังเกิดกระแสถกเถียงเกี่ยวกับเพจพยากรณ์อากาศที่เคยเตือนล่วงหน้า ซึ่งกลายเป็นคำถามต่อความน่าเชื่อถือของการสื่อสารและการเตือนภัย ขณะเดียวกัน การเปรียบเทียบ "มหาอุทกภัยปี 2554" ก็ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงมากขึ้นเกือบ 5 เท่า
คนพูดถึงน้ำท่วมช่วงเวลาไหน ?
ในช่วงวิกฤต 26-29 ก.ย. 69 บทสนทนาหนาแน่นที่สุดในช่วงกลางวัน ได้แก่ 09.00-12.59 น. (26.8%) และ 13.00-16.59 น. (25.2%) สองช่วงนี้รวมกันคิดเป็นกว่าครึ่งหนึ่งของข้อความทั้งหมด โดยชั่วโมงที่มีการพูดถึงสูงสุด คือ 11.00 น.
ส่วนช่วงเช้า 05.00-08.00 น. เป็นช่วงที่ปริมาณการพูดถึงเพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่า ภายใน 3 ชั่วโมง และแม้ในช่วงเดินทางกลับบ้าน 17.00-20.59 น. การพูดถึงก็ยังคงสูงต่อเนื่องที่ 21.4%
ชีวิตประจำวันที่สะดุด และการบริหารจัดการที่ถูกตั้งคำถาม ?
เสียงส่วนใหญ่บนโซเชียลฯ สะท้อนผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและความเชื่อมั่นต่อการจัดการน้ำ
- การเดินทาง / รถติด / ถนนตัดขาด (35.4%) กลายเป็นความกังวลที่ถูกพูดถึงมากที่สุด
- ระดับน้ำ / การระบายน้ำ / เขื่อนปล่อยน้ำ (22.9%) ความกังวลต่อการบริหารจัดการน้ำของหน่วยงาน
- บ้านเรือนและทรัพย์สินเสียหาย (19.9%)
- ความสับสนและความไม่เชื่อมั่นข้อมูลพยากรณ์อากาศ (11.6%) รวมถึงความไม่มั่นใจต่อระบบเตือนภัยล่วงหน้า
- การตุนอาหาร / ของขาดแคลน / ของแพง (10.2%)
แล้วประชาชนต้องการอะไร ?
- ความช่วยเหลือเร่งด่วนและการอพยพ (40.4%) โดยเฉพาะช่วง 27-29 ก.ย. 69 ที่พื้นที่อย่างบางกะปิ, แฟลตคลองจั่น และเคหะร่มเกล้า ถูกพูดถึงในฐานะจุดที่ระดับน้ำวิกฤต
- ถุงยังชีพ, อาหาร และน้ำดื่ม (19.9%) การบรรเทาทุกข์เบื้องต้น
- การแจ้งเตือนและข้อมูลที่ชัดเจน (19.3%)
- การสูบน้ำ, กระสอบทราย และการเร่งระบายน้ำ (12.2%) เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมขัง
- การเยียวยาและชดเชยความเสียหาย (8.2%) ความคาดหวังต่อมาตรการฟื้นฟูหลังน้ำลด
ทั้งนี้ เมื่อดูการกระจายตัวเชิงพื้นที่ "กรุงเทพฯ" ครองสัดส่วนถึง 54.3% ของการพูดถึงใน 10 จังหวัดแรก มากกว่าจังหวัดอื่นรวมกัน ซึ่งพื้นที่ที่ถูกพูดถึงส่วนใหญ่อยู่ในโซนตะวันออก ได้แก่ มีนบุรี, ร่มเกล้า, บางกะปิ, ลาดกระบัง และลาดพร้าว
ก็ "คนไทย..." เล่าวิกฤตเดียวกันคนละแบบ
ท่ามกลางความกังวลและความตึงเครียด วิกฤตนี้ยังทำให้เห็นภาพความเป็น "คนไทย" ได้ชัดเจน ทั้งการวิพากษ์อย่างตรงไปตรงมา อารมณ์ขันท่ามกลางน้ำท่วม และการลงมือช่วยเหลือกันเอง ซึ่งแต่ละแพลตฟอร์มสะท้อนออกมาแตกต่างกัน
- Facebook: พื้นที่ติดตามข่าวสารและคลิปข่าว และเป็นเวทีหลักของการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐ
- TikTok: พื้นที่ของคลิปสั้นขำขันและไลฟ์สไตล์ของผู้ประสบภัย ที่เลือกยิ้มสู้กับสถานการณ์
- Instagram: ภาพถ่ายและคลิปที่บันทึกชีวิตจริงและบรรยากาศของเมืองในวันน้ำท่วม
- X: ศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การตั้งคำถาม และการส่งต่อคำขอความช่วยเหลือ
- YouTube: พื้นที่ของการถ่ายทอดสด รายการข่าว และเนื้อหาเชิงวิเคราะห์วิจารณ์
- Threads: พื้นที่เล่าเรื่องส่วนตัวและให้กำลังใจกัน
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเสียงสะท้อนต่อวิกฤต "น้ำท่วม" ...ยังมีผู้คนอีกจำนวนมากที่ไม่ได้ส่งเสียงออกมาบนโลกออนไลน์ด้วยปัจจัยที่หลากหลาย
แต่เสียงที่ปรากฏก็เพียงพอจะบอกได้ว่า…
ทุกครั้งที่เกิดวิกฤต สิ่งที่ประชาชนต้องการ คือ "ความชัดเจน" และการบริหารจัดการที่รวดเร็วทันท่วงที
ที่มา: รวบรวมข้อมูลผ่านเครื่องมือ #SocialListening : Zocial Eye และวิเคราะห์โดยไทยพีบีเอส
เข้าใจทุกกระแสสังคม วิเคราะห์โลกออนไลน์ เข้าใจง่ายในแผ่นเดียวกับ The Visual ‣ www.thaipbs.or.th/TheVisualInfo
เสียงจากโซเชียลฯ ในวันที่น้ำท่วมกรุง...
เมื่อ "วิกฤตน้ำท่วม" เกิดขึ้นในยุคที่โซเชียลฯ เป็นช่องทางสื่อสารหลัก ทุกโพสต์และทุกคอมเมนต์ไม่ได้เป็นเพียงการรายงานสถานการณ์ แต่ยังสะท้อนอีกหลาย ๆ อย่างให้ได้เห็น
ไทยพีบีเอสรวบรวมข้อมูลผ่านเครื่องมือ Social Listening ระหว่างวันที่ 23-30 ก.ย. 69 (ณ เวลา 14.30 น.) พบการพูดถึง "น้ำท่วม" สูงถึง 464,456 ข้อความ สร้างการมีส่วนร่วมสูงรวม 155,541,460 Engagement
ซึ่งวันที่น้ำท่วมกลายเป็นจุดพีกของบทสนทนาก็คือ 26 ก.ย. 69
มีพูดถึงน้ำท่วมสูงที่สุด 130,944 ข้อความ เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าจากวันก่อนหน้า และมี Engagement สูงถึง 52,515,106 หรือมากกว่า 1 ใน 3 ของ Engagement ทั้งหมดตลอดช่วงที่เก็บข้อมูล
ทำไมวันนั้น "น้ำท่วม" ถึงเป็นจุดพีกบทสนทนา ?
ฝนที่ตกตลอดคืนวันที่ 25 ก.ย. 69 ทำให้กรุงเทพฯ เกิดน้ำท่วมฉับพลันหลายพื้นที่ ตั้งแต่ 05.00-07.00 น. ฟีดโซเชียลฯ เริ่มเต็มไปด้วยรายงานน้ำท่วมขังและถนนที่สัญจรไม่ได้
ในวันเดียวกันยังเกิดกระแสถกเถียงเกี่ยวกับเพจพยากรณ์อากาศที่เคยเตือนล่วงหน้า ซึ่งกลายเป็นคำถามต่อความน่าเชื่อถือของการสื่อสารและการเตือนภัย ขณะเดียวกัน การเปรียบเทียบ "มหาอุทกภัยปี 2554" ก็ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงมากขึ้นเกือบ 5 เท่า
คนพูดถึงน้ำท่วมช่วงเวลาไหน ?
ในช่วงวิกฤต 26-29 ก.ย. 69 บทสนทนาหนาแน่นที่สุดในช่วงกลางวัน ได้แก่ 09.00-12.59 น. (26.8%) และ 13.00-16.59 น. (25.2%) สองช่วงนี้รวมกันคิดเป็นกว่าครึ่งหนึ่งของข้อความทั้งหมด โดยชั่วโมงที่มีการพูดถึงสูงสุด คือ 11.00 น.
ส่วนช่วงเช้า 05.00-08.00 น. เป็นช่วงที่ปริมาณการพูดถึงเพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่า ภายใน 3 ชั่วโมง และแม้ในช่วงเดินทางกลับบ้าน 17.00-20.59 น. การพูดถึงก็ยังคงสูงต่อเนื่องที่ 21.4%
ชีวิตประจำวันที่สะดุด และการบริหารจัดการที่ถูกตั้งคำถาม ?
เสียงส่วนใหญ่บนโซเชียลฯ สะท้อนผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและความเชื่อมั่นต่อการจัดการน้ำ
- การเดินทาง / รถติด / ถนนตัดขาด (35.4%) กลายเป็นความกังวลที่ถูกพูดถึงมากที่สุด
- ระดับน้ำ / การระบายน้ำ / เขื่อนปล่อยน้ำ (22.9%) ความกังวลต่อการบริหารจัดการน้ำของหน่วยงาน
- บ้านเรือนและทรัพย์สินเสียหาย (19.9%)
- ความสับสนและความไม่เชื่อมั่นข้อมูลพยากรณ์อากาศ (11.6%) รวมถึงความไม่มั่นใจต่อระบบเตือนภัยล่วงหน้า
- การตุนอาหาร / ของขาดแคลน / ของแพง (10.2%)
แล้วประชาชนต้องการอะไร ?
- ความช่วยเหลือเร่งด่วนและการอพยพ (40.4%) โดยเฉพาะช่วง 27-29 ก.ย. 69 ที่พื้นที่อย่างบางกะปิ, แฟลตคลองจั่น และเคหะร่มเกล้า ถูกพูดถึงในฐานะจุดที่ระดับน้ำวิกฤต
- ถุงยังชีพ, อาหาร และน้ำดื่ม (19.9%) การบรรเทาทุกข์เบื้องต้น
- การแจ้งเตือนและข้อมูลที่ชัดเจน (19.3%)
- การสูบน้ำ, กระสอบทราย และการเร่งระบายน้ำ (12.2%) เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมขัง
- การเยียวยาและชดเชยความเสียหาย (8.2%) ความคาดหวังต่อมาตรการฟื้นฟูหลังน้ำลด
ทั้งนี้ เมื่อดูการกระจายตัวเชิงพื้นที่ "กรุงเทพฯ" ครองสัดส่วนถึง 54.3% ของการพูดถึงใน 10 จังหวัดแรก มากกว่าจังหวัดอื่นรวมกัน ซึ่งพื้นที่ที่ถูกพูดถึงส่วนใหญ่อยู่ในโซนตะวันออก ได้แก่ มีนบุรี, ร่มเกล้า, บางกะปิ, ลาดกระบัง และลาดพร้าว
ก็ "คนไทย..." เล่าวิกฤตเดียวกันคนละแบบ
ท่ามกลางความกังวลและความตึงเครียด วิกฤตนี้ยังทำให้เห็นภาพความเป็น "คนไทย" ได้ชัดเจน ทั้งการวิพากษ์อย่างตรงไปตรงมา อารมณ์ขันท่ามกลางน้ำท่วม และการลงมือช่วยเหลือกันเอง ซึ่งแต่ละแพลตฟอร์มสะท้อนออกมาแตกต่างกัน
- Facebook: พื้นที่ติดตามข่าวสารและคลิปข่าว และเป็นเวทีหลักของการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐ
- TikTok: พื้นที่ของคลิปสั้นขำขันและไลฟ์สไตล์ของผู้ประสบภัย ที่เลือกยิ้มสู้กับสถานการณ์
- Instagram: ภาพถ่ายและคลิปที่บันทึกชีวิตจริงและบรรยากาศของเมืองในวันน้ำท่วม
- X: ศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การตั้งคำถาม และการส่งต่อคำขอความช่วยเหลือ
- YouTube: พื้นที่ของการถ่ายทอดสด รายการข่าว และเนื้อหาเชิงวิเคราะห์วิจารณ์
- Threads: พื้นที่เล่าเรื่องส่วนตัวและให้กำลังใจกัน
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเสียงสะท้อนต่อวิกฤต "น้ำท่วม" ...ยังมีผู้คนอีกจำนวนมากที่ไม่ได้ส่งเสียงออกมาบนโลกออนไลน์ด้วยปัจจัยที่หลากหลาย
แต่เสียงที่ปรากฏก็เพียงพอจะบอกได้ว่า…
ทุกครั้งที่เกิดวิกฤต สิ่งที่ประชาชนต้องการ คือ "ความชัดเจน" และการบริหารจัดการที่รวดเร็วทันท่วงที
ที่มา: รวบรวมข้อมูลผ่านเครื่องมือ #SocialListening : Zocial Eye และวิเคราะห์โดยไทยพีบีเอส
เข้าใจทุกกระแสสังคม วิเคราะห์โลกออนไลน์ เข้าใจง่ายในแผ่นเดียวกับ The Visual ‣ www.thaipbs.or.th/TheVisualInfo