ทร. เตรียมแผนสำรองอพยพคนไทยทางเรือ หากน่านฟ้าปิด

12 ชั่วโมงที่แล้ว

กองทัพเรือไทยยกระดับความพร้อมเพื่อรับมือสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยเตรียมแผนเผชิญเหตุอพยพคนไทยกลับประเทศทางน้ำ หากสถานการณ์รุนแรงเข้าสู่ขั้นเลวร้ายที่สุดจนมีการปิดน่านฟ้า ทำให้ไม่สามารถขนส่งทางอากาศได้ ซึ่งมาตรการนี้เป็นการบูรณาการร่วมกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เพื่อรับประกันความปลอดภัยของพลเรือนไทยในพื้นที่เสี่ยงภัยทุกมิติ

พล.ร.อ. ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เปิดเผยถึงผลการประชุมร่วมกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ว่า กองทัพเรือได้รับมอบหมายให้เตรียมยุทโธปกรณ์และกำลังพลให้พร้อมสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือประชาชนทันที

  • หน่วยงานหลัก: ในระยะแรก กองทัพอากาศจะเป็นหน่วยงานหลักในการอพยพทางอากาศตามนโยบายรัฐบาล
  • บทบาทกองทัพเรือ: รับหน้าที่เป็น "แผนสำรอง" ที่สำคัญที่สุดในกรณีที่เกิดอุปสรรคต่อการบิน
  • การประสานงาน: ทำงานควบคู่กับกระทรวงการต่างประเทศและกองทัพไทยเพื่อประเมินสถานการณ์รายวัน

"กองทัพเรือเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลาง หากเกิดการปิดน่านฟ้า จนไม่สามารถอพยพทางอากาศได้ เราได้วางแผนสำรองในการใช้เรือเคลื่อนย้ายประชาชนไว้เรียบร้อยแล้ว"

ในกรณีที่สถานการณ์สู้รบทวีความรุนแรงจนการใช้เครื่องบินมีความเสี่ยงสูง หรือมีการประกาศปิดน่านฟ้าในภูมิภาคตะวันออกกลาง กองทัพเรือจะขยับขึ้นมาเป็นกลไกหลักในการพาคนไทยกลับบ้าน

  1. การเคลื่อนย้ายประชาชน: เตรียมเรือที่มีขีดความสามารถในการบรรทุกและดูแลสวัสดิภาพประชาชนในระยะไกล
  2. การป้องกันและคุ้มกัน: วางแผนเส้นทางเดินเรือที่ปลอดภัยเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่ปะทะ
  3. การส่งกลับสายการแพทย์: จัดเตรียมทีมแพทย์เดินเรือเพื่อดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยระหว่างการเดินทาง

"หากสถานการณ์เลวร้ายที่สุดถึงขั้นปิดน่านฟ้า กองทัพเรือพร้อมปฏิบัติหน้าที่ในฐานะแผนสำรองเพื่อพาพี่น้องชาวไทยออกจากพื้นที่อันตรายทางเรือทันที"

การเตรียมการอย่างเป็นระบบในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลและกองทัพไทยที่จะไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง ท่ามกลางวิกฤตความขัดแย้งระดับโลกที่ยังไม่มีทีท่าจะยุติลง

แท็กที่เกี่ยวข้อง:

-

ทร. เตรียมแผนสำรองอพยพคนไทยทางเรือ หากน่านฟ้าปิด

12 ชั่วโมงที่แล้ว

กองทัพเรือไทยยกระดับความพร้อมเพื่อรับมือสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยเตรียมแผนเผชิญเหตุอพยพคนไทยกลับประเทศทางน้ำ หากสถานการณ์รุนแรงเข้าสู่ขั้นเลวร้ายที่สุดจนมีการปิดน่านฟ้า ทำให้ไม่สามารถขนส่งทางอากาศได้ ซึ่งมาตรการนี้เป็นการบูรณาการร่วมกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เพื่อรับประกันความปลอดภัยของพลเรือนไทยในพื้นที่เสี่ยงภัยทุกมิติ

พล.ร.อ. ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เปิดเผยถึงผลการประชุมร่วมกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ว่า กองทัพเรือได้รับมอบหมายให้เตรียมยุทโธปกรณ์และกำลังพลให้พร้อมสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือประชาชนทันที

  • หน่วยงานหลัก: ในระยะแรก กองทัพอากาศจะเป็นหน่วยงานหลักในการอพยพทางอากาศตามนโยบายรัฐบาล
  • บทบาทกองทัพเรือ: รับหน้าที่เป็น "แผนสำรอง" ที่สำคัญที่สุดในกรณีที่เกิดอุปสรรคต่อการบิน
  • การประสานงาน: ทำงานควบคู่กับกระทรวงการต่างประเทศและกองทัพไทยเพื่อประเมินสถานการณ์รายวัน

"กองทัพเรือเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลาง หากเกิดการปิดน่านฟ้า จนไม่สามารถอพยพทางอากาศได้ เราได้วางแผนสำรองในการใช้เรือเคลื่อนย้ายประชาชนไว้เรียบร้อยแล้ว"

ในกรณีที่สถานการณ์สู้รบทวีความรุนแรงจนการใช้เครื่องบินมีความเสี่ยงสูง หรือมีการประกาศปิดน่านฟ้าในภูมิภาคตะวันออกกลาง กองทัพเรือจะขยับขึ้นมาเป็นกลไกหลักในการพาคนไทยกลับบ้าน

  1. การเคลื่อนย้ายประชาชน: เตรียมเรือที่มีขีดความสามารถในการบรรทุกและดูแลสวัสดิภาพประชาชนในระยะไกล
  2. การป้องกันและคุ้มกัน: วางแผนเส้นทางเดินเรือที่ปลอดภัยเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่ปะทะ
  3. การส่งกลับสายการแพทย์: จัดเตรียมทีมแพทย์เดินเรือเพื่อดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยระหว่างการเดินทาง

"หากสถานการณ์เลวร้ายที่สุดถึงขั้นปิดน่านฟ้า กองทัพเรือพร้อมปฏิบัติหน้าที่ในฐานะแผนสำรองเพื่อพาพี่น้องชาวไทยออกจากพื้นที่อันตรายทางเรือทันที"

การเตรียมการอย่างเป็นระบบในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลและกองทัพไทยที่จะไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง ท่ามกลางวิกฤตความขัดแย้งระดับโลกที่ยังไม่มีทีท่าจะยุติลง

แท็กที่เกี่ยวข้อง:

-