ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ทำไมโลกเผชิญภัยความหนาวเย็นสุดขั้วหนักขึ้น สวนทางกับอุณหภูมิโลกที่เพิ่มขึ้น

06 ก.พ. 696 นาที06 ก.พ. 69

เดือนมกราคมที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกาและแคนาดาเผชิญหน้ากับอุณหภูมิหนาวเย็นสุดขั้ว บางพื้นที่อุณหภูมิต่ำกว่า -50 องศาเซลเซียส กลายเป็นสถานที่ที่อุณหภูมิต่ำที่สุดบนโลก

ขนาดตัวอักษร

เดือนมกราคมที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกาและแคนาดาเผชิญหน้ากับอุณหภูมิหนาวเย็นสุดขั้ว บางพื้นที่อุณหภูมิต่ำกว่า -50 องศาเซลเซียส กลายเป็นสถานที่ที่อุณหภูมิต่ำที่สุดบนโลก เกิดเป็นคำถามว่าทั้งที่เราประกาศกันว่าอุณหภูมิโลกในแต่ละปีนั้นร้อนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ในหลายพื้นที่เหตุใดกลับพบปรากฏการณ์ภัยหนาวที่รุนแรงขึ้นมากกว่าทุกปี

ภาพถ่ายจากดาวเทียมของพื้นที่บริเวณทะเลสาบ Great Lake บริเวณชายแดนสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ที่เผชิญกับภัยความหนาวและหิมะตกหนักสะสมในช่วงมกราคมที่ผ่านมา ภาพจาก NASA

สิ่งแรกที่เราต้องเข้าใจกันก่อนคือปรากฏการณ์ Polar Vortex หรือกระแสลมกรดขั้วโลก กระแสลมนี้มีความเร็วลมสูงถึง 110–300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อยู่เหนือพื้นโลกที่ระดับความสูง 10–50 กิโลเมตร กระแสลมกรดทำหน้าที่เปรียบเสมือนกับกำแพงกั้นความหนาวเย็นของขั้วโลกไม่ให้ไหลออกมาจากบริเวณขั้วโลก ทำให้ความหนาวเย็นคงตัวอยู่ในบริเวณขั้วโลกได้ ซึ่งพบได้ทั้งขั้วโลกเหนือและใต้

แต่เมื่ออุณหภูมิของพื้นที่ขั้วโลกเหนือและใต้สูงขึ้น กระแสลมกรดขั้วโลกที่พัดผ่านอย่างรวดเร็วก็มีการอ่อนตัวลง ความเร็วของกระแสลมกรดอาจลดต่ำลงเหลือเพียง 70–90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อความเร็วลดลง กระแสลมที่ทำหน้าที่เหมือนกำแพงป้องกันความหนาวเย็นจะไม่สามารถกักความเย็นของกระแสอากาศบริเวณขั้วโลกไว้ได้อีกต่อไป อากาศเย็นของขั้วโลกจึงไหลบ่าไหลออกมายังพื้นที่อื่น ๆ เกิดเป็นเส้นทางของกระแสลมกรดที่บิดเบี้ยว เคลื่อนตัวลงมาตามแนวภูมิประเทศ เช่น บริเวณทางตอนเหนือของแคนาดาและสหรัฐอเมริกา เป็นต้น บริเวณที่กระแสลมขั้วโลกเดินทางไปถึงก็จะพบกับสภาพบรรยากาศที่มีความหนาวเย็นเทียบเท่ากับอุณหภูมิของขั้วโลกที่เย็นจัด จัดว่าเป็นภัยพิบัติที่มีความอันตรายมาก

กระแสลมกรดบริเวณขั้วโลกใต้นับว่ามีความเสถียรของการไหลและอุณหภูมิที่มากกว่ากระแสลมกรดที่บริเวณขั้วโลกเหนือ เนื่องจากแอนตาร์กติกานั้นล้อมรอบด้วยมหาสมุทร กระแสลมกรดสามารถเดินทางผ่านมหาสมุทรที่ราบเรียบได้อย่างสบาย ต่างจากบริเวณขั้วเหนือที่เป็นพื้นทวีป มีไหล่เขา ป่า และเมืองที่ทำให้กระแสลมกรดถูกรบกวนและง่ายต่อการเปลี่ยนแปลงของความเร็วของกระแสลมภายในกระแสลมกรด

ล่าสุดในช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา การอ่อนตัวของกระแสลมกรดทำให้เกิดการบิดเบี้ยวและขยายตัวของกระแสลมขั้วโลกมายังบริเวณทางตอนเหนือของสหรัฐอเมริกา ในรัฐแมสซาชูเซตส์ โอไฮโอ อาร์คันซอ เท็กซัส แคนซัส และนิวยอร์ก ส่งผลให้มีหิมะตกหนัก ส่งผลกระทบต่อการจราจรบนท้องถนนจนเป็นอัมพาต รถยนต์จำนวนมากติดค้างกลางกองหิมะ รวมถึงการจราจรทางอากาศที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากพายุหิมะ มีเที่ยวบินประกาศยกเลิกไปแล้วมากกว่า 14,000 เที่ยวบิน และยังส่งผลให้ชาวอเมริกันอีกมากกว่า 820,000 คนไม่มีไฟฟ้าใช้  ส่วนทางตอนใต้ของแคนาดา อย่างในนครโตรอนโต มีหิมะตกสะสมเกือบ 60 เซนติเมตร และอุณหภูมิต่ำกว่า -40 องศาเซลเซียส  และในบางพื้นที่มีอุณหภูมิที่ต่ำกว่า -50 องศาเซลเซียสกลายเป็นพื้นที่ที่อุณหภูมิต่ำที่สุดในโลก

อาจมีบางคนที่คิดว่าการที่กระแสลมกรดขั้วโลกอ่อนกำลังและทำให้หลายพื้นที่บนโลกมีอุณหภูมิลดลงนั้นจะเป็นสิ่งที่ดีกับพื้นที่บนโลกจากการที่มีหิมะปกคลุมมากขึ้น ทำให้แสงแดดสะท้อนออกไปได้มากขึ้น โลกก็จะมีอุณหภูมิที่ลดลง แท้จริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น เนื่องจากการที่กระแสลมกรดขั้วโลกอ่อนกำลังลงนั้นเกิดจากการที่อุณหภูมิบริเวณขั้วโลกนั้นเพิ่มสูงขึ้น จากข้อมูลพบว่าอุณหภูมิของบริเวณอาร์กติกนั้นเพิ่มขึ้นเร็วกว่าบริเวณอื่นของโลก 3–4 เท่า ทำให้อุณหภูมิระหว่างขั้วโลกใกล้เคียงกับพื้นที่อื่นใกล้เคียงกับขั้วโลกมากขึ้น

ภาพข้อมูลอุณหภูมิระหว่างวันที่ 21 มกราคม ถึง 27 มกราคมพบว่าหลายพื้นที่ทางชายฝั่งตะวันออกของแคนาดาและทางตอนเหนือของสหรัฐอเมริกาจะพบเจอกับความหนาวเย็นสุดขั้วและหิมะตกหนัก ซึ่งทำให้บางพื้นที่ของแคนาดา

ผลที่ตามมาคือ ความต่างอุณหภูมิลดลงกระแสลมกรดขั้วโลกจะอ่อนกำลังลงแล้วเริ่มมีอาการแกว่งเหมือนกับลูกข่างที่กำลังจะล้มลง ส่งผลให้กระแสลมรั่วไหลออกมาจากพื้นที่อื่น ๆ ซึ่งยิ่งที่ให้อุณหภูมิบริเวณอาร์กติกสูงขึ้นอีก

อีกทั้งตามปกติแล้วน้ำแข็งในบริเวณอาร์กติกจะทำหน้าที่สะท้อนแสงอาทิตย์กลับขึ้นไปยังอวกาศ เป็นกลไกที่ทำให้อุณหภูมิลดลง แต่เมื่อกระแสลมกรดไม่สามารถประคองอุณหภูมิบริเวณขั้วโลกไว้ได้เหมือนเดิม หิมะและธารน้ำแข็งที่เคยอยู่บริเวณอาร์กติกก็ย่อมละลายและกลายเป็นน้ำทะเลที่มีสีเข้ม คอยดูดซับแสง ส่งผลให้อุณหภูมิบริเวณอาร์กติกเพิ่มขึ้นตามไปอีก กลายเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ที่ทำให้น้ำแข็งบริเวณอาร์กติกลดลง

ซ้ำร้ายการที่ภูมิอากาศขั้วโลกไหลทะลักลงมาที่บริเวณอื่น ถือว่าเป็นการแย่งอุณหภูมิที่หนาวเย็นของอาร์กติก ทำให้การก่อตัวของน้ำแข็งและหิมะลดลง และพื้นที่เหล่านั้นเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ อุณหภูมิก็จะเพิ่มสูงทันที และสุดท้ายแล้วการที่อุณหภูมิลดต่ำในฤดูหนาวและมีหิมะพอกพูนก็เป็นเพียงสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ในการลดอุณหภูมิโลก เพราะสิ่งที่ลดอุณหภูมิโลกได้จริงคือการที่เพิ่มพื้นที่สีขาวในบริเวณอาร์กติกในระยะยาวตลอดทั้งปี มากกว่าการเพิ่มพื้นที่สีขาวเพียงไม่กี่เดือน

สุดท้ายการที่อุณหภูมิของโลกเพิ่มสูงขึ้นมันไม่ได้หมายความว่าทุกวินาทีและทุกสถานที่บนโลกจะต้องอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นเพียงอย่างเดียว การที่อุณหภูมิของโลกเพิ่มสูงขึ้น คือการทำลายระบบนิเวศและสมดุลของโลก ทำให้ลมหนาวที่เคยถูกขังไว้ในที่ที่มันควรอยู่ หลุดกระจายออกมาสร้างความหนาวสุดขั้วในพื้นที่อื่นแทน ซึ่งสภาวะอากาศที่รุนแรงเหล่านี้จะเกิดมากยิ่งขึ้นตามอุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้น ในโลกที่ทุกระบบเชื่อมโยงถึงกันอย่างซับซ้อน อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นเพียงไม่กี่องศาเหนือมหาสมุทรอาร์กติก อาจหมายถึงภัยพิบัติความหนาวที่ทำให้กิจกรรมทางสังคมและเศรษฐกิจของทั้งประเทศต้องชะงักงัน เหตุการณ์เหล่านี้ย้ำเตือนเราว่า ภาวะโลกร้อนไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือเป็นเรื่องของคนบริเวณขั้วโลกเพียงอย่างเดียว แต่เป็นชะตากรรมร่วมที่มนุษย์ทุกคนต้องเผชิญ เมื่อเราเปลี่ยนแปลงกลไกทางธรรมชาติที่ดำเนินมามากกว่าล้านปีในระบบของโลก ผลกระทบย่อมสะท้อนกลับมาหาเราในรูปแบบที่คาดอย่างแน่นอน

เรียบเรียงโดย จิรสิน อัศวกุล
พิสูจน์อักษร ศุภกิจ พัฒนพิฑูรย์


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS  

ที่มาข้อมูล : NASA

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

เขียนโดย

🌎 "รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก" ไปกับ Thai PBS Sci & Tech • วิทยาศาสตร์ • เทคโนโลยี นวัตกรรม • ดาราศาสตร์ • Media Literacy • Cyber Security • Tips & Tricks • Trends

บทความที่เกี่ยวข้อง

Polar Vortex คืออะไร ? รู้จักกับ “กระแสลมกรดขั้วโลก”วิทยาศาสตร์

Polar Vortex คืออะไร ? รู้จักกับ “กระแสลมกรดขั้วโลก”

เมื่อหลายปีก่อนหน้านี้ผู้อ่านหลายท่านอาจจะได้ยินสิ่งที่เรียกว่า “กระแสลมกรดขั้วโลก” หรือ Polar Vortex กันมาบ้าง

04 ก.พ. 67|04 ก.พ. 67
อ่านต่อ →
อุตสาหกรรม AI คือกำลังสำคัญ! ช่วยดันเศรษฐกิจโลกโต 3%AI

อุตสาหกรรม AI คือกำลังสำคัญ! ช่วยดันเศรษฐกิจโลกโต 3%

วันนี้ (12 ต.ค. 69) หนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงในวันแรกของงาน World Bank Flagship “Small AI: More and Better Jobs” ระหว่างการประชุมประจำปี IMF และ World Bank Group 2026 ณ กรุงเทพมหานคร

12 ต.ค. 69|5 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
พีก ธ.ค. นี้! ปรากฏการณ์เอลนีโญมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น และจะอยู่จนถึง ก.พ. ปีหน้าสิ่งแวดล้อม

พีก ธ.ค. นี้! ปรากฏการณ์เอลนีโญมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น และจะอยู่จนถึง ก.พ. ปีหน้า

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) กล่าวในรายงานสภาพอากาศรายเดือนว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญในปีนี้จะทวีความรุนแรงขึ้นก่อนจะถึงจุดสูงสุดในเดือนธันวาคม และมีความแน่นอนเกือบ 100% ว่าจะอยู่จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า

12 ต.ค. 69|7 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
หมอตัวจิ๋วในร่างกาย ส่องการพัฒนาหุ่นยนต์จิ๋ว สู่การรักษาโรคร้ายในอนาคตเทคโนโลยี

หมอตัวจิ๋วในร่างกาย ส่องการพัฒนาหุ่นยนต์จิ๋ว สู่การรักษาโรคร้ายในอนาคต

12 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
กรองอากาศด้วยแสง! แผ่นกรองซักได้ ดักอนุภาค 0.3 ไมครอน ช่วยลดขยะจากไส้กรองอากาศวิทยาศาสตร์

กรองอากาศด้วยแสง! แผ่นกรองซักได้ ดักอนุภาค 0.3 ไมครอน ช่วยลดขยะจากไส้กรองอากาศ

12 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
ผลตรวจสุขภาพโลกล่าสุด! เราข้ามขีดจำกัดของโลก ไปแล้ว 7 ใน 9 ข้อสิ่งแวดล้อม

ผลตรวจสุขภาพโลกล่าสุด! เราข้ามขีดจำกัดของโลก ไปแล้ว 7 ใน 9 ข้อ

09 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
จับตาคลื่นความร้อนทำยุโรปร้อนจัด! สร้างสถิติใหม่ต่อเนื่อง?สิ่งแวดล้อม

จับตาคลื่นความร้อนทำยุโรปร้อนจัด! สร้างสถิติใหม่ต่อเนื่อง?

05 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
อธิบาย “ปรากฏการณ์เอลนีโญ” ทำให้โลกเกิดภัยแล้งและน้ำท่วมได้อย่างไร?สิ่งแวดล้อม

อธิบาย “ปรากฏการณ์เอลนีโญ” ทำให้โลกเกิดภัยแล้งและน้ำท่วมได้อย่างไร?

05 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
เปิดเหตุผล  “โตเกียว” รอดน้ำท่วม แม้ฝนตกนานถึง 34 วันสิ่งแวดล้อม

เปิดเหตุผล “โตเกียว” รอดน้ำท่วม แม้ฝนตกนานถึง 34 วัน

02 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
โลกกำลังเตือนอะไรเรา ? 10 ประเทศเสี่ยงเผชิญภัยพิบัติรุนแรงสิ่งแวดล้อม

โลกกำลังเตือนอะไรเรา ? 10 ประเทศเสี่ยงเผชิญภัยพิบัติรุนแรง

02 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
เมืองใหญ่ทั่วโลก มีวิธีรับมือฝนตกสุดขั้วอย่างไร?สิ่งแวดล้อม

เมืองใหญ่ทั่วโลก มีวิธีรับมือฝนตกสุดขั้วอย่างไร?

30 ก.ย. 69
อ่านต่อ →