ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
งานวิจัยเผย “เมกะโมนาส” แบคทีเรียสำคัญเชื่อมโยงก่อ “โรคอ้วน”
วิทยาศาสตร์

งานวิจัยเผย “เมกะโมนาส” แบคทีเรียสำคัญเชื่อมโยงก่อ “โรคอ้วน”

จิราภพ ทวีสูงส่ง02 ส.ค. 674 นาที02 ส.ค. 67

ในชีวิตประจำวันของคนเรา บางคนอาจกินจุแต่ยังดูผอมเพรียว ส่วนบางคนดูจะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นง่ายมากและมีแนวโน้มเป็น “โรคอ้วน” (Obesity) โดยธรรมชาติ

ขนาดตัวอักษร

ในชีวิตประจำวันของคนเรา บางคนอาจกินจุแต่ยังดูผอมเพรียว ส่วนบางคนดูจะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นง่ายมากและมีแนวโน้มเป็น “โรคอ้วน” (Obesity) โดยธรรมชาติ

ข้อสังเกตนี้ได้รับการสนับสนุนจากผลการศึกษาล่าสุดจากคณะนักวิจัยชาวจีนที่เผยแพร่ในวารสารเซลล์ โฮสต์ & ไมโครบ (Cell Host & Microbe) ซึ่งเสนอว่าสาเหตุที่อยู่เบื้องหลังของประเด็นข้างต้นอาจมาจาก “แบคทีเรียเมกะโมนาส” (Megamonas) โดยเป็นวงศ์แบคทีเรียที่ทำให้เกิด “โรคอ้วน” (Obesity)

เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์ไชน่า ไซแอนซ์ แอนด์ เทคโนโลยี เดลี รายงานว่าทีมนักวิจัยจากโรงพยาบาลรุ่ยจินในเครือคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ เจียวทง สถาบันวิจัยจีโนมิกส์ (BGI) และสถาบันวิจัยการแพทย์อัจฉริยะสังกัดสถาบันบีจีไอ ได้ระบุแบคทีเรียที่อาจเป็นต้นตอนำไปสู่ “โรคอ้วน” (Obesity) พร้อมเปิดเผยกลไกเบื้องหลังจากการศึกษาในกลุ่มคนที่มีภาวะน้ำหนักเกินจำนวนมากในจีน

woman-feet-standing-weight-scale-wooden-background

การระบุแบคทีเรีย

การศึกษาหลายฉบับได้เน้นย้ำบทบาทสำคัญของโพรไบโอติกส์ (Probiotics) ในลำไส้ที่มีต่อ “โรคอ้วน” (Obesity) ทว่าจุลินทรีย์เฉพาะที่มีส่วนก่อให้เกิด “โรคอ้วน” และกลไกพื้นฐานยังคงไม่มีการระบุแน่ชัด

ทีมวิจัยใช้วิธี shotgun sequencing เพื่อศึกษาสารพันธุกรรมทั้งหมดในตัวอย่างอุจจาระจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นโรคอ้วน 631 คน และกลุ่มควบคุมที่มีน้ำหนักปกติ 374 คน โดยระบุกลุ่มจุลินทรีย์ที่มี “เมกะโมนาส” เป็นส่วนใหญ่ในตัวอย่างจากบุคคลที่เป็นโรคอ้วน

นักวิจัยระบุกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีองค์ประกอบของแบคทีเรียคล้ายคลึงกัน 3 กลุ่ม ได้แก่ แบคทีรอยด์ดีส (Bacteroides) พรีโวเทลลา (Prevotella) และเมกะโมนาส จากตัวอย่าง 1,005 รายการ โดยผู้ที่มีแบคทีเรียเมกะโมนาสจำนวนมาก พบว่ามีดัชนีมวลกาย (BMI) และสัดส่วนการเป็น “โรคอ้วน” (Obesity) มากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับแบคทีเรียอีกสองประเภท

การวิเคราะห์เพิ่มเติมเผยให้เห็นว่า “เมกะโมนาส” สามสายพันธุ์ล้วนมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับน้ำหนักตัว เส้นรอบเอว และดัชนีมวลกาย ทีมวิจัยจึงมองว่าแบคทีเรียเมกะโมนาสและ “โรคอ้วน” (Obesity) นั้นเชื่อมโยงกันอย่างมีนัยสำคัญ

woman-body-fat-belly-obese-woman-hands-holding-excessive-tummy-fat-change-diet-lifestyle-concept-shape-up-healthy-stomach-muscle-studio-anonymous-shot-photo-body-parts

ความเสี่ยงทางพันธุกรรม

จากผลการค้นพบเกี่ยวกับ “เมกะโมนาส” ที่นำไปสู่ “โรคอ้วน” (Obesity) ทีมวิจัยได้ศึกษาเพิ่มเติมถึงผลของเมกะโมนาสซึ่งมีต่อประชากรที่มีความเสี่ยงทางพันธุกรรมต่อโรคอ้วนแตกต่างกัน

การศึกษาพบว่าในประชากรที่มีความเสี่ยงทางพันธุกรรมต่อโรคอ้วนต่ำ แบคทีเรียเมกะโมนาสส่งผลต่อดัชนีมวลกายสูงกว่าในประชากรที่มีความเสี่ยงทางพันธุกรรมต่อ “โรคอ้วน” (Obesity) สูงอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนั้น ผู้เชี่ยวชาญพบว่าจุลินทรีย์ในลำไส้ระหว่างกลุ่มคนที่เป็น “โรคอ้วน” (Obesity) และกลุ่มน้ำหนักปกติ มีความแตกต่างชัดเจนมากกว่าในกลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยงทางพันธุกรรมต่อโรคอ้วนต่ำ

serious-surprised-blue-eyed-man-with-thick-beard-keeps-arms-folded-listens-wife-explanation-feels-jealous-has-big-tummy-overweight-because-wrong-nutrition-isolated-yellow-wall

กลไกเบื้องหลัง

เพื่อเปิดเผยกลไกเบื้องหลังของแบคทีเรียที่ทำให้เกิด “โรคอ้วน” (Obesity) ทีมวิจัยได้ทำการทดลองเพิ่มเติมโดยใช้ต้นแบบหลายชนิด เช่น หนูทดลองปลอดเชื้อจําเพาะ (SPF), หนูปลอดเชื้อโรค (GF) และออร์แกนอยด์ของลำไส้เล็ก โดยใช้ M. rupellensis ซึ่งเป็นตัวแทนสายพันธุ์ของแบคทีเรียเมกะโมนาส มาใช้เป็นอาหารทดลอง

การทดลองในสัตว์เผยให้เห็นว่า M. rupellensis ไม่ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อน้ำหนักตัวของหนูทดลองปลอดเชื้อจําเพาะที่ได้รับอาหารปกติ แต่กระตุ้นให้หนูทดลองชนิดเดียวกันที่ได้รับอาหารไขมันสูง มีน้ำหนักและสะสมไขมันเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ส่วนในหนูปลอดเชื้อโรคที่ได้รับอาหารไขมันสูง M. rupellensis เพิ่มน้ำหนักตัวของหนูอย่างมีนัยสำคัญ และส่งเสริมการขนส่งกรดไขมันในลำไส้และการดูดซึมไขมันอย่างชัดเจน

ทีมนักวิจัยได้พิสูจน์ศักยภาพของ M. rupellensis ในการย่อยสลายอิโนซิทอล (Inositol) ทั้งในหลอดทดลองและในร่างกาย โดยอิโนซิทอลสามารถยับยั้งประสิทธิภาพในการขนส่งกรดไขมันได้ ซึ่งสะท้อนว่าผลลัพธ์ของ M. rupellensis ในการก่อ “โรคอ้วน” (Obesity) นั้นอาจเชื่อมโยงกับการย่อยสลายอิโนซิทอล

หยางฟางหมิง นักวิจัยจากสถาบันวิจัยจีโนมิกส์ กล่าวว่าการศึกษานี้เผยความเชื่อมโยงใกล้ชิดระหว่างแบคทีเรียเมกะโมนาสและการเกิดโรคอ้วน และชี้แจงกลไกที่แบคทีเรียชนิดนี้กระตุ้นให้เกิด “โรคอ้วน” (Obesity) ซึ่งคาดว่าการศึกษาดังกล่าวจะมีส่วนสนับสนุนการวินิจฉัยและการรักษาโรคอ้วนในอนาคต


🎧 อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS  

แหล่งข้อมูลอ้างอิง : cell, Xinhua

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

บทความที่เกี่ยวข้อง

ครั้งแรกของโลก! ใช้ AI สร้างจีโนมและผลิตไวรัส ฆ่าเชื้อแบคทีเรียอีโคไลได้จริงAI

ครั้งแรกของโลก! ใช้ AI สร้างจีโนมและผลิตไวรัส ฆ่าเชื้อแบคทีเรียอีโคไลได้จริง

เทคโนโลยีก้าวหน้า ต้องนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับมนุษยชาติ! การศึกษาตีพิมพ์ในวารสาร Science เผยว่า นักวิทยาศาสตร์ได้ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สร้างจีโนมและผลิตไวรัสที่ใช้งานได้จริง

07 ส.ค. 69|6 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
ใช้ AI เป็น แต่อาจคิดเองไม่เป็น รัฐบาลนอร์เวย์เล็งกลับมาใช้หนังสือ ห้ามเด็กประถม Gen Alpha ใช้ AIAI

ใช้ AI เป็น แต่อาจคิดเองไม่เป็น รัฐบาลนอร์เวย์เล็งกลับมาใช้หนังสือ ห้ามเด็กประถม Gen Alpha ใช้ AI

ท่ามกลางกระแสที่ทั่วโลกแข่งกันผลักดัน AI เข้าห้องเรียน นอร์เวย์กลับเดินสวนทาง เมื่อรัฐบาลเตรียมออกกฎหมายห้ามเด็กประถมศึกษา หรือเด็กในช่วง 6-13 ปี ใช้ Generative AI โดยเด็ดขาด

07 ส.ค. 69|11 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
ใช้ประโยชน์ในทางสันติ ไทย-เมียนมาร่วมใช้เทคโนโลยีสำรวจโลก จัดการสิ่งแวดล้อม-รับมือภัยพิบัติเทคโนโลยี

ใช้ประโยชน์ในทางสันติ ไทย-เมียนมาร่วมใช้เทคโนโลยีสำรวจโลก จัดการสิ่งแวดล้อม-รับมือภัยพิบัติ

เทคโนโลยีสำรวจโลก (Earth Observation Technology) คือการใช้เครื่องมือ เช่น ดาวเทียม และกล้องพิเศษเพื่อเก็บข้อมูลพื้นผิวโลก น้ำ และอากาศ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เราเข้าใจสภาพอากาศ ภัยธรรมชาติ และการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ต่าง ๆ ได้ดีขึ้น

06 ส.ค. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
    งานวิจัยเผย “เมกะโมนาส” แบคทีเรียสำคัญเชื่อมโยงก่อ “โรคอ้วน” | Thai PBS Sci & Tech