ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
“ฉีดวัคซีน” ไม่ใช่แค่เรื่องของเด็ก ทำไม ? “ผู้สูงอายุ” ต้องฉีดวัคซีน
วิทยาศาสตร์

“ฉีดวัคซีน” ไม่ใช่แค่เรื่องของเด็ก ทำไม ? “ผู้สูงอายุ” ต้องฉีดวัคซีน

จิราภพ ทวีสูงส่ง16 ธ.ค. 679 นาที16 ธ.ค. 67

ปัจจุบันอายุขัยของประชากรทั่วโลกยาวขึ้น โดยคาดการณ์ว่าจะมีประชากรกว่า 2.1 พันล้านคนที่มีอายุมากกว่า 60 ปีภายในปี 2050 การทำความเข้าใจถึงการเสื่อมของ “ระบบภูมิคุ้มกัน” ตามอายุ จึงมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น

ขนาดตัวอักษร

ปัจจุบันอายุขัยของประชากรทั่วโลกยาวขึ้น โดยคาดการณ์ว่าจะมีประชากรกว่า 2.1 พันล้านคนที่มีอายุมากกว่า 60 ปีภายในปี 2050 การทำความเข้าใจถึงการเสื่อมของ “ระบบภูมิคุ้มกัน” ตามอายุ จึงมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น ความท้าทายจากการเสื่อมของ “ภูมิคุ้มกันตามอายุ” และบทบาทของ “วัคซีน” ในการรักษาสุขภาพให้ดีตลอดชีวิตจึงจำเป็น

senior-male-patient-getting-vaccinated

“ระบบภูมิคุ้มกัน” เป็นเครือข่ายที่ซับซ้อนของอวัยวะ เซลล์ และกระบวนการต่าง ๆ โดยอาจารย์ ดร. ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิน ภาควิชาเภสัชวิทยา มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ให้ความรู้ว่า ระบบภูมิคุ้มกันทำหน้าที่ป้องกันร่างกายจากการติดเชื้อและสารแปลกปลอม ระบบนี้สามารถแบ่งออกเป็น 2 ส่วนสำคัญคือ

1. ภูมิคุ้มกันโดยกำเนิด (Innate Immunity)

ระบบป้องกันแรกของร่างกายที่ไม่จำเพาะเจาะจงและตอบสนองทันที ประกอบด้วยอุปสรรคทางกายภาพและเคมี

2. ภูมิคุ้มกันแบบปรับตัว (Adaptive Immunity)

ระบบป้องกันที่เฉพาะเจาะจงและถูกกระตุ้นเมื่อมีการโจมตีจากเชื้อโรค เป็นระบบที่มีการจดจำและตอบสนองต่อการติดเชื้อที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

doctor-preparing-vaccine-senior-woman

การเสื่อมของ “ภูมิคุ้มกันตามอายุ”

เมื่ออายุมากขึ้น “ระบบภูมิคุ้มกัน” จะเริ่มเสื่อมลง ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการตอบสนองต่อการติดเชื้อและการพัฒนาภูมิคุ้มกันจากวัคซีนลดลง การเสื่อมนี้เกิดขึ้นทั้งในระบบภูมิคุ้มกันโดยกำเนิดและภูมิคุ้มกันแบบปรับตัว

     - เซลล์ T: จำนวนเซลล์ T ที่ไม่เคยสัมผัสเชื้อ (naive T cells) จะลดลง ขณะที่เซลล์ T ที่มีอายุมากจะเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความสามารถในการจดจำและตอบสนองต่อแอนติเจนใหม่ ๆ ลดลง

     - เซลล์ B: การผลิตเซลล์ B ใหม่ลดลง แต่มีการสะสมของเซลล์ B ที่มีความจำ (memory B cells) ซึ่งทำให้การตอบสนองต่อแอนติเจนใหม่ไม่ดีเท่าที่ควร

covid-vaccine-fight-illness

การอักเสบเรื้อรัง (Inflamm-aging)

ภาวะการอักเสบเรื้อรังระดับต่ำที่เกิดขึ้นในผู้สูงอายุ มีส่วนทำให้เกิดการเสื่อมของระบบภูมิคุ้มกันและการพัฒนาของโรคที่เกี่ยวข้องกับอายุ เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคปอด และโรคมะเร็ง

เจ้าหน้าที่เตรียมวัคซีน

นวัตกรรมการผลิตวัคซีนสำหรับผู้สูงอายุ

เพื่อช่วยให้ร่างกายมีการตอบสนองต่อวัคซีนได้ดีขึ้น จึงมีการคิดค้นการใช้สารเสริมฤทธิ์ (adjuvant) ในวัคซีน เมื่อนำมาใช้กับวัคซีนจึงเป็นแอนติเจนที่ช่วยให้วัคซีนกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันได้ดี ทำให้มีการสร้างภูมิคุ้มกันจำเพาะที่มากขึ้น และอยู่ในร่างกายได้นานขึ้น

เข็มกับขวดวัคซีน

บทบาทของวัคซีนในการป้องกันโรคในผู้สูงอายุ

แม้ “ระบบภูมิคุ้มกัน” จะเสื่อมลงตามอายุ แต่วัคซีนยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันโรค ปัจจุบันในไทยมีวัคซีนสำหรับผู้สูงอายุที่มีส่วนผสมของระบบเสริมฤทธิ์ (adjuvant vaccine) ได้แก่

     1. วัคซีนป้องกันงูสวัด (Herpes Zoster) ชนิด Recombinant Zoster Vaccine (RZV) ที่มีส่วนผสมของระบบเสริมฤทธิ์ AS01B

     2. วัคซีน RSV ชนิด Adjuvanted RSVPreF3 Vaccine มีส่วนผสมของระบบเสริมฤทธิ์ AS01E

ได้รับการออกแบบมาเพื่อเพิ่มการตอบสนองของภูมิคุ้มกันทั้งเซลล์ T และการสร้างแอนติบอดี วัคซีนแบบที่มีส่วนผสมของระบบเสริมฤทธิ์นี้แสดงให้เห็นว่ามีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันโรคในผู้สูงอายุ

เจ้าหน้าที่เตรียมวัคซีน

การตอบสนองของ “ระบบภูมิคุ้มกัน”

วัคซีนที่มีการเสริมฤทธิ์ด้วย AS01 ถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันทั้งในด้านของเซลล์ T และแอนติบอดี โดยการศึกษาชี้ให้เห็นว่าวัคซีนชนิดนี้สามารถสร้างการตอบสนองที่แข็งแกร่งและยาวนาน ช่วยป้องกันการติดเชื้อในระยะยาว แม้ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอจากโรคหรือได้รับยากดภูมิคุ้มกันอื่น ๆ เช่น โรคมะเร็ง หรือโรคเบาหวาน

วัคซีนงูสวัด ชนิด Recombinant Zoster Vaccine (RZV)

ประสิทธิภาพของวัคซีนงูสวัด (RZV) ในผู้สูงอายุ

จากการศึกษาทางคลินิกที่ครอบคลุมประชากรกลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไป พบว่าวัคซีนชนิดนี้สามารถป้องกันการเกิดงูสวัดได้ 97.2% อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีอัตราการป้องกันสูงถึง 91.3% ในผู้ที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไป การศึกษานี้ยังชี้ให้เห็นว่าวัคซีนสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงจากงูสวัด เช่น อาการปวดประสาทหลังเป็นงูสวัด (Postherpetic Neuralgia) ได้ถึง 88.8% ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในการป้องกันโรคและบรรเทาความเจ็บปวดในผู้สูงอายุ

เจ้าหน้าที่เตรียมฉีดวัคซีน

การป้องกันการติดเชื้อและลดภาวะแทรกซ้อน

นอกจากนี้ วัคซีนชนิดนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการลดอัตราการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจากการติดเชื้อที่เกี่ยวข้องกับงูสวัด เช่น การอักเสบของเนื้อเยื่อประสาทและการสูญเสียการมองเห็น นอกจากนี้ยังช่วยลดภาวะแทรกซ้อนในผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง โดยมีอัตราการลดความเสี่ยงสูงถึง 77.8% ในกลุ่มที่มีภาวะแทรกซ้อนจากโรค

ตามคำแนะนำของสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยปี 2566 เกี่ยวกับวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด (Herpes Zoster Vaccine - HZV) สำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ วัคซีนนี้มีความสำคัญในการป้องกันการติดเชื้อไวรัส Varicella Zoster ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคงูสวัด โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปหรือผู้อายุ 18 ปีขึ้นไปที่มีภาวะภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ซึ่งมักมีความเสี่ยงต่อโรคนี้มากขึ้น

วัคซีนชนิด Recombinant Zoster Vaccine (RZV: Shingrix) ที่มีส่วนผสมของสารเสริม (Adjuvant) อย่าง AS01B ได้รับการรับรองว่ามีประสิทธิภาพสูงในการกระตุ้นการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน ทั้งในรูปแบบของเซลล์ T และการผลิตแอนติบอดี นอกจากนี้ยังแสดงประสิทธิภาพในการป้องกันโรคงูสวัดและภาวะแทรกซ้อน เช่น อาการปวดปลายประสาทหลังเป็นงูสวัด (Postherpetic Neuralgia - PHN) ได้ดี แม้ในผู้ป่วยที่มีอายุมากหรือมีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

การฉีดวัคซีนงูสวัดจึงเป็นวิธีที่แนะนำโดยแพทย์สำหรับผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปเพื่อป้องกันการเกิดโรคงูสวัดและผลกระทบจากโรคที่อาจมีความรุนแรงและต่อเนื่องนาน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่เคยป่วยเป็นโรคอีสุกอีใสมาก่อน

หากคุณเคยรับวัคซีนป้องกันงูสวัดชนิดอื่นมาก่อน เช่น วัคซีนชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ (Live-attenuated zoster vaccine หรือ Zostavax) และต้องการเปลี่ยนมาฉีดวัคซีนชนิด Recombinant Subunit Zoster Vaccine (Shingrix) ซึ่งเป็นวัคซีนชนิดใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า แพทย์แนะนำว่าเราสามารถรับวัคซีน Shingrix ได้เช่นกัน ไม่ว่าเราจะเคยได้รับวัคซีน Zostavax มาก่อนหรือไม่ก็ตาม เพราะ Shingrix มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคสูงถึง 97.2% ในการป้องกันการเกิดงูสวัด และยังมีประสิทธิภาพในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนอย่างอาการปวดตามแนวเส้นประสาทหลังการติดเชื้อถึง 91.2%

สำหรับผู้ที่เคยได้รับวัคซีนชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ก่อนหน้านี้ ควรทิ้งระยะเวลาห่างจากการฉีดวัคซีนอย่างน้อย 2 เดือน ก่อนที่จะรับวัคซีน Shingrix ทั้งสองเข็ม เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อวัคซีนใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ หากเราเคยเป็นโรคงูสวัดมาก่อน ยังสามารถฉีดวัคซีนป้องกันงูสวัดได้หลังจากหายจากโรคอย่างน้อย 6 เดือน เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ

เข็มฉีดวัคซีน

วัคซีนอาร์เอสวี (RSV vaccine) ชนิด Adjuvanted RSVPreF3 Vaccine มีส่วนผสมของระบบเสริมฤทธิ์ AS01E

ประสิทธิภาพของวัคซีน RSV ชนิด Adjuvanted RSVPreF3 Vaccine ในผู้สูงอายุ

Adjuvanted RSVPreF3 Vaccine (RSV: Arexvy) ใช้สำหรับกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันโรคทางเดินหายใจส่วนล่าง (Lower Respiratory Tract Disease: LRTD) ที่มีสาเหตุมาจาก Respiratory Syncytial Virus (RSV) ในผู้ใหญ่ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และ ผู้ใหญ่ที่มีอายุ 50 ถึง 59 ปี ที่มีความเสี่ยงต่อโรคที่เกิดจาก RSV

จากการศึกษาในกลุ่มประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป ในฤดูกาลที่ 1 ติดตามเป็นระยะเวลาการศึกษาทั้งสิ้น 6.7 เดือน พบว่าประสิทธิภาพของวัคซีนสำหรับการป้องกัน RSV-LRTD คือ 82.6% ประสิทธิภาพของวัคซีนสำหรับการป้องกัน Severe RSV-LRTD คือ 94.1% และประสิทธิภาพของวัคซีนสำหรับกลุ่มผู้มีโรคประจำตัวอย่างน้อย 1 โรค ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหืด โรคปอดเรื้อรัง โรคหัวใจวายเรื้อรัง โรคเบาหวาน โรคไตเรื้อรัง โรคตับเรื้อรัง คือ 94.6%

และจากการติดตามประสิทธิภาพของวัคซีนในระยะเวลาการศึกษาทั้งสิ้น 17.8 เดือน หรือ 2 ฤดูกาล พบว่า ประสิทธิภาพของวัคซีนสำหรับการป้องกัน RSV-LRTD คือ 74.5% ประสิทธิภาพของวัคซีนสำหรับการป้องกัน Severe RSV-LRTD คือ 82.7% และประสิทธิภาพของวัคซีนสำหรับกลุ่มผู้มีโรคประจำตัว 1 โรค คือ 74.5%

ปัจจุบันวัคซีน RSV ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับความจำเป็นสำหรับการฉีดวัคซีนซ้ำหลังจากเข็มแรก และสำหรับผู้สูงอายุที่เคยติด RSV นั้นสามารถฉีดวัคซีน RSV ได้ เมื่อหายจากโรค RSV  

hand-s-nurse-holding-pill-injecting-elderly-female-patients

การป้องกันการติดเชื้อและลดภาวะแทรกซ้อน

ประสิทธิภาพของ “วัคซีน” ใน “ผู้สูงอายุ” มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากช่วยลดการติดเชื้อและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างความสามารถในการป้องกันตัวเองของระบบภูมิคุ้มกันที่เสื่อมตามอายุ วัคซีนที่มีการออกแบบด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยเช่น Adjuvant Vaccine AS01 เป็นตัวอย่างหนึ่งของการพัฒนาที่สำคัญในการรักษาสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุอย่างมีประสิทธิภาพ
 

อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS

แหล่งข้อมูลอ้างอิง : pidst, อาจารย์ ดร. ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิน ภาควิชาเภสัชวิทยา มหาวิทยาลัยมหิดล

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

บทความที่เกี่ยวข้อง

ครั้งแรกของโลก! ใช้ AI สร้างจีโนมและผลิตไวรัส ฆ่าเชื้อแบคทีเรียอีโคไลได้จริงAI

ครั้งแรกของโลก! ใช้ AI สร้างจีโนมและผลิตไวรัส ฆ่าเชื้อแบคทีเรียอีโคไลได้จริง

เทคโนโลยีก้าวหน้า ต้องนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับมนุษยชาติ! การศึกษาตีพิมพ์ในวารสาร Science เผยว่า นักวิทยาศาสตร์ได้ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สร้างจีโนมและผลิตไวรัสที่ใช้งานได้จริง

07 ส.ค. 69|6 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
ใช้ AI เป็น แต่อาจคิดเองไม่เป็น รัฐบาลนอร์เวย์เล็งกลับมาใช้หนังสือ ห้ามเด็กประถม Gen Alpha ใช้ AIAI

ใช้ AI เป็น แต่อาจคิดเองไม่เป็น รัฐบาลนอร์เวย์เล็งกลับมาใช้หนังสือ ห้ามเด็กประถม Gen Alpha ใช้ AI

ท่ามกลางกระแสที่ทั่วโลกแข่งกันผลักดัน AI เข้าห้องเรียน นอร์เวย์กลับเดินสวนทาง เมื่อรัฐบาลเตรียมออกกฎหมายห้ามเด็กประถมศึกษา หรือเด็กในช่วง 6-13 ปี ใช้ Generative AI โดยเด็ดขาด

07 ส.ค. 69|11 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
ใช้ประโยชน์ในทางสันติ ไทย-เมียนมาร่วมใช้เทคโนโลยีสำรวจโลก จัดการสิ่งแวดล้อม-รับมือภัยพิบัติเทคโนโลยี

ใช้ประโยชน์ในทางสันติ ไทย-เมียนมาร่วมใช้เทคโนโลยีสำรวจโลก จัดการสิ่งแวดล้อม-รับมือภัยพิบัติ

เทคโนโลยีสำรวจโลก (Earth Observation Technology) คือการใช้เครื่องมือ เช่น ดาวเทียม และกล้องพิเศษเพื่อเก็บข้อมูลพื้นผิวโลก น้ำ และอากาศ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เราเข้าใจสภาพอากาศ ภัยธรรมชาติ และการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ต่าง ๆ ได้ดีขึ้น

06 ส.ค. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
    “ฉีดวัคซีน” ไม่ใช่แค่เรื่องของเด็ก ทำไม ? “ผู้สูงอายุ” ต้องฉีดวัคซีน | Thai PBS Sci & Tech