กระทรวงสาธารณสุขมาเลเซีย รายงานล่าสุด (29 ม.ค. 67) ว่า ยอดผู้ป่วยโรคเรื้อนเพิ่มขึ้นร้อยละ 40 ในปี 66
แถลงการณ์จากซูลเคฟลาย อาหมัด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ เนื่องในวันโรคเรื้อนโลก (World Leprosy Day) ซึ่งตรงกับทุกวันอาทิตย์สัปดาห์ที่ 4 ของเดือน ม.ค. ของทุกปี ระบุว่าในปี 66 มีการบันทึกจำนวนผู้ป่วยโรคดังกล่าวอยู่ที่ 256 ราย เทียบกับ 183 รายในปี 65 ซึ่งตัวเลขที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากความพยายามในการตรวจหาอย่างเข้มข้นมากขึ้น
ซูลเคฟลายระบุว่าความพยายามในการตรวจหาอย่างเข้มข้นมากขึ้นเป็นไปตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อให้บรรลุเป้าหมายผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ในท้องถิ่นเป็นศูนย์ภายในปี 2573 (ปี 2030)
ซูลเคฟลายเสริมว่าการตรวจพบผู้ป่วยและผู้สัมผัสใกล้ชิดตั้งแต่แรกเริ่ม สามารถควบคุมไม่ให้โรคเรื้อนแพร่กระจายต่อไป ขณะที่การรักษาตั้งแต่แรกเริ่มสามารถลดและป้องกันภาวะแทรกซ้อนของโรคและความพิการได้
สำหรับ “โรคเรื้อน” เป็นโรคติดเชื้อเรื้อรังซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพผู้คนอย่างร้ายแรง โดยในกรณีป่วยรุนแรงอาจส่งผลให้ใบหน้าผิดรูป และการทำงานของมือ-เท้ามีความผิดปกติ
ขณะที่ “จีน” ได้มีการออกแผนกำจัด “โรคเรื้อน” อย่างครอบคลุม
สำนักบริหารการป้องกันและควบคุมโรคระดับชาติของจีน รายงานการออกแผนการกำจัดโรคเรื้อนอย่างครอบคลุมของจีน
แผนการดังกล่าวซึ่งร่วมออกโดยสำนักบริหารฯ และหน่วยงานอื่น ๆ ระบุว่าจีนจะไม่มีภูมิภาคระดับอำเภอที่มีความชุกโรคเรื้อนมากกว่า 1 ราย ต่อประชากร 100,000 คน ภายในปี 2573 (ปี 2030)
โดยจีนดำเนินการตามแผนการฉบับหนึ่งระหว่างปี 2011-2020 (ปี 2554-2563) และสร้างความคืบหน้าในการกำจัดภัยคุกคามของโรคเรื้อน โดยข้อมูลทางการเผยว่าเมื่อนับถึงสิ้นปี 2020 จำนวนผู้ป่วยโรคเรื้อนในจีนลดลงครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับทศวรรษก่อน
ส่วนแผนการฉบับใหม่ข้างต้นสำหรับช่วงปี 2024-2030 (ปี 2567-2573) เรียกร้องการดำเนินมาตรการแบบสอดประสานทั่วประเทศใน 3 ระดับ โดยมุ่งเป้าที่การแพร่กระจายของโรค ความผันผวนของจำนวนผู้ป่วยและการระบาดซ้ำ และการแจ้งเตือนล่วงหน้า เพื่อลดความชุกของโรคเพิ่มเติม
ขณะเดียวกัน แผนการใหม่ยังกำหนดภารกิจการดำเนินงานหลัก อาทิ การตรวจหาผู้ป่วย การรักษาแบบมุ่งเป้า รวมถึงการป้องกันความผิดปกติและความบกพร่อง
🎧 อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech
แหล่งข้อมูลอ้างอิง : Xinhua



