ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

รู้จัก Cardioversion การช็อกหัวใจเมื่อหัวใจเต้นผิดจังหวะ

25 พ.ย. 685 นาที25 พ.ย. 68

Synchronized Electrical Cardioversion เป็นหัตถการทางหัวใจที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจให้กลับมาปกติ (Normal Sinus Rhythm)

ขนาดตัวอักษร

Synchronized Electrical Cardioversion เป็นหัตถการทางหัวใจที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจให้กลับมาปกติ (Normal Sinus Rhythm) โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่หัวใจเต้นเร็วหรือเต้นไม่สม่ำเสมอ เช่น ภาวะหัวใจห้องบนเต้นพลิ้ว (Atrial Fibrillation) หรือภาวะหัวใจห้องบนเต้นรัว (Atrial Flutter)

การทำงานของหัวใจแบ่งได้เป็นจังหวะ ซึ่งทำหน้าที่แตกต่างกัน หรือที่เรียกว่า Cardiac Cycle การเต้นผิดจังหวะเกิดขึ้นเมื่อการเต้นของหัวใจไม่เป็นไปตาม Cardiac Cycle

ในสภาวะปกติ หัวใจของเราทำงานภายใต้การควบคุมของกระแสไฟฟ้า (Cardiac Electrical Conduction) ที่เริ่มต้นจากโหนดไซนัส (Sinoatrial Node หรือ SA Node) ซึ่งทำหน้าที่เหมือนกลองใหญ่เพื่อกำหนดจังหวะของหัวใจ (Pacemaker) แต่เมื่อเกิดความผิดปกติในการนำกระแสไฟฟ้า เช่น การเกิดวงจรนำไฟฟ้าซ้ำหรือวนในหัวใจห้องบน (Re-entry Circuit) จังหวะการเต้นของหัวใจจะไม่สม่ำเสมออีกต่อไป บางครั้งเต้นเร็วเกินไป บางครั้งสั่นผิดปกติ ทำให้ไม่สามารถบีบเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจมีเลือดคั่งในหัวใจ ผู้ป่วยเกิดอาการใจสั่น เหนื่อยง่าย หรือแม้แต่หมดสติในบางราย

Synchronized Electrical Cardioversion จึงเปรียบเสมือนการปรับจังหวะการเต้นของหัวใจให้กลับมาเป็นปกติด้วยไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยให้เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจซึ่งกำลังเต้นอย่างไร้ระเบียบ กลับมาทำงานพร้อมกันอีกครั้งในจังหวะที่ถูกต้องได้

การเต้นของหัวใจแบบผิดจังหวะที่เรียกว่า _Atrial Flutter_ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อหัวใจห้องบนสั่นระริก ทำให้ไม่สามารถสูบฉีดเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หัตถการนี้มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นช็อกไฟฟ้าหัวใจแบบเดียวกับที่ใช้ในกรณีหัวใจหยุดเต้น แต่อันที่จริง Cardioversion เป็นการปล่อยกระแสไฟฟ้าอย่างมีจังหวะ ให้ตรงกับช่วงคลื่น R-wave ของ QRS complex ในคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram หรือ ECG) เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟฟ้าปล่อยในช่วงที่หัวใจยังบีบตัวไม่สุดหรือบีบตัวเร็วก่อนจะคลาย ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดภาวะหัวใจห้องล่างเต้นพลิ้ว (Ventricular Fibrillation)

ก่อนเริ่มทำหัตถการ แพทย์จะติดแผ่นนำไฟฟ้า (Electrode Pads) ที่บริเวณหน้าอกของผู้ป่วย จากนั้นจะตั้งค่าเครื่องกระตุ้นหัวใจ (Defibrillator) ให้ปล่อยพลังงานในระดับที่เหมาะสม ระหว่าง 50–100 จูล สำหรับภาวะหัวใจห้องบนเต้นรัว (Atrial Flutter) ในภาพ และ 120–200 จูล สำหรับภาวะหัวใจห้องบนเต้นพลิ้ว (Atrial Fibrillation) ทั้งนี้ ปริมาณไฟฟ้าที่ใช้ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ด้วยว่าเป็นแบบปล่อยกระแสไฟฟ้าหนึ่งทาง (Monophasic) หรือ สองทาง (Biphasic)

การทำ Cardioversion ด้วยเครื่อง Defribrillator ซึ่งอาศัยการติดแผ่น Electrode ไว้ที่หน้าอกของผู้ป่วยหรือหลังของผู้ป่วยร่วมกับหน้าอก

เพื่อให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกเจ็บปวด แพทย์อาจจะให้ยานอนหลับสั้น ๆ เช่น Propofol ร่วมกับยาแก้ปวดอย่าง Fentanyl การช็อกไฟฟ้าหัวใจจะเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที และหลังจากนั้นจึงประเมินว่าหัวใจกลับมาสู่จังหวะปกติหรือไม่ หากจังหวะการเต้นของหัวใจยังไม่ปกติ แพทย์อาจเพิ่มปริมาณไฟฟ้าที่ใช้และทำ Cardioversion ใหม่ได้

ในบางกรณี โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะไม่นาน เช่น Atrial Fibrillation ที่เพิ่งเกิดไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่วัน แพทย์อาจเลือกใช้ยาแทนการใช้ไฟฟ้า ยาในกลุ่มนี้จะออกฤทธิ์ปรับสมดุลการนำไฟฟ้าในกล้ามเนื้อหัวใจ เพื่อให้จังหวะการเต้นกลับมาเป็นปกติ

ยาที่ใช้แบ่งตามกลไกออกเป็นหลายกลุ่ม ได้แก่

- กลุ่ม Sodium Channel Blockers (Class I) เช่น Flecainide, Procainamide และ Quinidine ยับยั้งการนำไฟฟ้าผ่านช่องโซเดียม ลดอัตราการเต้นของหัวใจ

- กลุ่ม Beta Blockers (Class II) เช่น Metoprolol และ Propranolol ลดอัตราการเต้นของหัวใจโดยยับยั้งการทำงานของโหนด SA และ AV(Atrioventriculer)

- กลุ่ม Potassium Channel Blockers (Class III) เช่น Amiodarone และ Sotalol ปรับสมดุลการนำไฟฟ้าในหัวใจ ทำให้การเต้นของหัวใจมีเสถียรภาพมากขึ้น

- กลุ่ม Calcium Channel Blockers (Class IV) เช่น Verapamil และ Diltiazem ลดการนำกระแสไฟฟ้าระหว่างห้องหัวใจ

- ในบางกรณีอาจใช้ Adenosine เพื่อหยุดการนำไฟฟ้าชั่วขณะในโหนด AV ซึ่งจะทำให้หัวใจหยุดเต้นชั่วคราว แต่กลับมาเต้นใหม่และกลับเข้าสู่จังหวะปกติได้ภายในไม่กี่วินาที

การเลือกใช้วิธีไฟฟ้าหรือยา ขึ้นอยู่กับความเร่งด่วนของอาการ เสถียรภาพของระบบไหลเวียนโลหิต และระยะเวลาที่ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะดำเนินอยู่ หากผู้ป่วยมีอาการรุนแรง เช่น ความดันตก เวียนศีรษะ หรือหมดสติ จะเลือกทำ Electrical Cardioversion ทันที แต่ถ้าผู้ป่วยอาการคงที่ อาจเริ่มจากการใช้ยาก่อน

หลังทำ Cardioversion หัวใจแม้จะกลับมาเต้นเป็นจังหวะปกติ แต่ยังมีโอกาสกลับเข้าสู่ภาวะเดิมอีก โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีโครงสร้างหัวใจผิดปกติ หรือยังมีภาวะที่กระตุ้นการเต้นผิดจังหวะ เช่น ความดันโลหิตสูง ภาวะหัวใจล้มเหลว หรือโรคลิ้นหัวใจ

เครื่อง Defibrillator ซึ่งอยู่ในโหมด Sync กับคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (QRS Complex)

แพทย์มักให้ยาต้านการเต้นผิดจังหวะ (Antiarrhythmic Drugs) ต่อเนื่อง เพื่อคงจังหวะหัวใจให้นิ่ง และอาจให้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (Anticoagulant) เช่น Warfarin หรือ NOACs เพื่อป้องกันการเกิดลิ่มเลือดที่อาจหลุดไปอุดหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนสำคัญของโรคหัวใจห้องบนเต้นพลิ้ว

ก่อนการทำ Cardioversion ในผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะมานาน แพทย์อาจทำการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงผ่านทางหลอดอาหาร (Transesophageal Echocardiography หรือ TEE) เพื่อดูว่ามีลิ่มเลือดในหัวใจหรือไม่ หากพบลิ่มเลือด จะต้องให้ยาละลายลิ่มเลือดก่อนทำหัตถการ เพื่อป้องกันภาวะหลอดเลือดสมองอุดตันหลัง Cardioversion

เรียบเรียงโดย 
โชติทิวัตถ์ จิตต์ประสงค์
ภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์และการบาดเจ็บ
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย The Chinese University of Hong Kong


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS  

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

เขียนโดย

🌎 "รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก" ไปกับ Thai PBS Sci & Tech • วิทยาศาสตร์ • เทคโนโลยี นวัตกรรม • ดาราศาสตร์ • Media Literacy • Cyber Security • Tips & Tricks • Trends

บทความที่เกี่ยวข้อง

อุตสาหกรรม AI คือกำลังสำคัญ! ช่วยดันเศรษฐกิจโลกโต 3%AI

อุตสาหกรรม AI คือกำลังสำคัญ! ช่วยดันเศรษฐกิจโลกโต 3%

วันนี้ (12 ต.ค. 69) หนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงในวันแรกของงาน World Bank Flagship “Small AI: More and Better Jobs” ระหว่างการประชุมประจำปี IMF และ World Bank Group 2026 ณ กรุงเทพมหานคร

12 ต.ค. 69|10 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
พีก ธ.ค. นี้! ปรากฏการณ์เอลนีโญมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น และจะอยู่จนถึง ก.พ. ปีหน้าสิ่งแวดล้อม

พีก ธ.ค. นี้! ปรากฏการณ์เอลนีโญมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น และจะอยู่จนถึง ก.พ. ปีหน้า

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) กล่าวในรายงานสภาพอากาศรายเดือนว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญในปีนี้จะทวีความรุนแรงขึ้นก่อนจะถึงจุดสูงสุดในเดือนธันวาคม และมีความแน่นอนเกือบ 100% ว่าจะอยู่จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า

12 ต.ค. 69|12 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
หมอตัวจิ๋วในร่างกาย ส่องการพัฒนาหุ่นยนต์จิ๋ว สู่การรักษาโรคร้ายในอนาคตเทคโนโลยี

หมอตัวจิ๋วในร่างกาย ส่องการพัฒนาหุ่นยนต์จิ๋ว สู่การรักษาโรคร้ายในอนาคต

ในยุคสมัยปัจจุบันการแพทย์แบบเฉพาะจุด (Precision Medicine) กำลังจะทำให้เรื่องที่ดูไกลตัวอย่างหุ่นยนต์ซ่อมแซมร่างกายที่เราเคยเห็นในภาพยนตร์กลายเป็นความจริงขึ้นมา

12 ต.ค. 69|16 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
กรองอากาศด้วยแสง! แผ่นกรองซักได้ ดักอนุภาค 0.3 ไมครอน ช่วยลดขยะจากไส้กรองอากาศวิทยาศาสตร์

กรองอากาศด้วยแสง! แผ่นกรองซักได้ ดักอนุภาค 0.3 ไมครอน ช่วยลดขยะจากไส้กรองอากาศ

12 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
เปิด “วิทยาศาสตร์แห่งอำนาจ : ศาสตร์นอกห้องเรียน” ครั้งที่ 2!วิทยาศาสตร์

เปิด “วิทยาศาสตร์แห่งอำนาจ : ศาสตร์นอกห้องเรียน” ครั้งที่ 2!

11 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
Francis Halzen คว้ารางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ 2026 จากการบุกเบิกการตรวจจับนิวทริโนพลังงานสูงจากเอกภพวิทยาศาสตร์

Francis Halzen คว้ารางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ 2026 จากการบุกเบิกการตรวจจับนิวทริโนพลังงานสูงจากเอกภพ

08 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
รู้จัก “กาฬโรค” เพื่อรู้เท่าทันโรค พร้อมรับมือ-ป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นวิทยาศาสตร์

รู้จัก “กาฬโรค” เพื่อรู้เท่าทันโรค พร้อมรับมือ-ป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น

06 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
“ลูกเห็บหลงฤดู” เหตุการณ์ลูกเห็บตกกลางกรุง เมื่อ 1 ต.ค. 69วิทยาศาสตร์

“ลูกเห็บหลงฤดู” เหตุการณ์ลูกเห็บตกกลางกรุง เมื่อ 1 ต.ค. 69

02 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
สาเหตุการสูญพันธุ์ใหญ่ที่สุด : ผลวิจัยใหม่วิทยาศาสตร์

สาเหตุการสูญพันธุ์ใหญ่ที่สุด : ผลวิจัยใหม่

27 ก.ย. 69
อ่านต่อ →
“พยากรณ์อากาศ” รู้ได้อย่างไร? ฝนจะตก แดดจะออก พายุจะเข้าวิทยาศาสตร์

“พยากรณ์อากาศ” รู้ได้อย่างไร? ฝนจะตก แดดจะออก พายุจะเข้า

23 ก.ย. 69
อ่านต่อ →
นักวิทย์อัปโหลดสมองแมลงหวี่ สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ในโลกอินเทอร์เน็ตวิทยาศาสตร์

นักวิทย์อัปโหลดสมองแมลงหวี่ สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ในโลกอินเทอร์เน็ต

22 ก.ย. 69
อ่านต่อ →