ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ครบรอบ 45 ปีการตกสู่ชั้นบรรยากาศของ “สถานีอวกาศ Skylab”
อวกาศ

ครบรอบ 45 ปีการตกสู่ชั้นบรรยากาศของ “สถานีอวกาศ Skylab”

Thai PBS Sci & Tech19 ก.ค. 676 นาที19 ก.ค. 67

วันที่ 11 กรกฎาคม 1979 สถานีอวกาศ Skylab ตกเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก สิ้นสุดยุคสมัยของสถานีอวกาศของสหรัฐอเมริกา ในบทความนี้จะพาไปย้อนถึงเหตุการณ์การเสียสถานีอวกาศ Skylab ไป และสิ่งที่เราเรียนรู้จากสถานีอวกาศนี้

ขนาดตัวอักษร

วันที่ 11 กรกฎาคม 1979 สถานีอวกาศ Skylab ตกเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก สิ้นสุดยุคสมัยของสถานีอวกาศของสหรัฐอเมริกา ในบทความนี้จะพาไปย้อนถึงเหตุการณ์การเสียสถานีอวกาศ Skylab ไป และสิ่งที่เราเรียนรู้จากสถานีอวกาศนี้

สถานีอวกาศ Skylab คือสถานีอวกาศแห่งแรกของสหรัฐอเมริกา 8 กุมภาพันธ์ 1974 หลังจากสิ้นสุดภารกิจสุดท้ายของ Skylab ลูกเรือได้ปรับวงโคจรของสถานีอวกาศ Skylab ให้ได้สูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อรอการมาถึงของกระสวยอวกาศเพื่อต่ออายุการใช้งานสถานีอวกาศแห่งแรกของสหรัฐอเมริกา

ภาพถ่ายสุดท้ายของสถานีอวกาศ Skylab จากลูกเรือภารกิจ Skylab 4

ในเวลานั้นลูกเรือคาดการณ์ว่าสถานีอวกาศ Skylab จะสามารถค้างอยู่ในวงโคจรได้นานถึงปี 1983 ซึ่งเวลานั้นกระสวยอวกาศจะสามารถขึ้นไปทำภารกิจเพื่อต่ออายุของสถานีอวกาศ Skylab ได้ แต่สถานการณ์จริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น อันดับแรกคือความล่าช้าของการพัฒนาโครงการกระสวยอวกาศที่ทำให้ภารกิจแรกที่จะส่งขึ้นสู่อวกาศล่าช้าออกไปจนถึงช่วงทศวรรษที่ 1980 อันดับที่สองคือกิจกรรมบนพื้นผิวของดวงอาทิตย์ส่งผลกระทบต่อชั้นบรรยากาศและสถานีอวกาศ Skylab มากกว่าที่คาดการณ์ไว้

ในช่วงวัฏจักรสูงสุดของดวงอาทิตย์หรือ Solar Maximum ดวงอาทิตย์ปลดปล่อยมวลสารจำนวนมหาศาลออกสู่อวกาศ ซึ่งสิ่งนี้รบกวนพฤติกรรมของชั้นบรรยากาศโลกและท่าทางของสถานีอวกาศ Skylab ที่โคจรอยู่รอบโลก ก่อนที่สถานีอวกาศ Skylab จะยุติการใช้งาน ทางสถานีภาคพื้นได้ปรับท่าทางของสถานีอวกาศให้ขนานกับพื้นโลกเพื่อลดแรงต้านอากาศจากชั้นบรรยากาศเพื่อให้สถานีอวกาศค้างอยู่ในวงโคจรมากที่สุด แต่การที่ปรากฏการณ์บนดวงอาทิตย์นั้นรุนแรงมากในช่วงเวลานั้นทำให้พฤติกรรมภายในชั้นบรรยากาศของโลกเปลี่ยนแปลงไปและนั้นส่งผลให้สถานีอวกาศ Skylab เปลี่ยนท่าทางไปจากที่มันถูกตั้งค่าไว้แต่แรก

ภาพถ่ายสถานีอวกาศ Skylab ขณะที่ยาน Apollo ในภารกิจ Skylab 3 กำลังบินวนรอบสถานีวอวกาศเพื่อทำการเชื่อมต่อกับตัวสถานี

ในปี 1977 ได้มีการประเมินว่าหากไม่ดำเนินการใด ๆ ภายในกลางปี 1979 สถานีอวกาศ Skylab จะตกลงสู่ชั้นบรรยากาศของโลกอย่างไร้การควบคุมและนั่นหมายความว่าอาจจะเป็นอันตรายต่อพื้นที่อยู่อาศัยของผู้คนได้ จึงได้มีการติดต่อกับสถานีอวกาศ Skylab อีกครั้งหนึ่งในช่วงมิถุนายน 1978 เพื่อควบคุมสถานีอวกาศอีกครั้งหลังจากไม่มีการควบคุมตลอดระยะเวลา 4 ปี ถึงแม้ว่าตัวสถานีอวกาศจะไม่ได้มีเชื้อเพลิงในการขับดันเพิ่มวงโคจรด้วยตัวของมันเองแต่ว่าทางภาคพื้นยังสามารถปรับท่าทางของสถานีอวกาศให้อยู่ในท่าทางที่ต้านกระแสอากาศภายในชั้นบรรยากาศให้ได้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้เพื่อยืดเวลาการโคจรของสถานีอวกาศ

การปรับท่าทางของสถานีอวกาศ Skylab ทำให้ตัวของมันสามารถโคจรรอบโลกได้นานขึ้นอีก 3 เดือนครึ่ง แต่นั่นก็ไม่เพียงพอสำหรับการยืดเวลาให้พอดีกับการมาถึงของกระสวยอวกาศที่จะทำภารกิจในการปรับวงโคจรของสถานีอวกาศได้ทัน

ในปลายปี 1978 ได้มีการประกาศยกเลิกโครงการต่ออายุสถานีอวกาศ Skylab ด้วยการส่งกระสวยอวกาศเร่งความเร็วของสถานีอวกาศ และยกเลิกความพยายามในการปรับวงโคจรของสถานีอวกาศ Skylab ระหว่างที่สถานีอวกาศ Skylab ตกกลับมายังโลกนั้น ตัวสถานีจะถูกควบคุม และจะไม่ให้เกิดผลกระทบต่อพลเรือน

ภาพวาดโครงการสานต่ออายุสถานีอวกาศ Skylab ผ่านการใช้ภารกิจกระสวยอวกาศในการเชื่อมต่อและเร่งความเร็วของตัวสถานีอวกาศไม่ให้ตกลงโลก

ในช่วงต้นปี 1979 ได้มีการควบคุมให้ตัวสถานีอวกาศอยู่ในท่าทางที่แผงโซลาเซลล์บนสถานีจะได้รับแสงอาทิตย์อย่างเต็มที่เพื่อให้ยังสามารถควบคุมตัวสถานีอวกาศต่อจากนี้ได้ เนื่องจากว่าในช่วงหลังจากนี้ที่สถานีอวกาศเข้าใกล้พื้นโลกมากยิ่งขึ้น ตัวสถานีอวกาศจะยากต่อการควบคุมทิศทางของตัวมันเองจากแรงต้านอากาศของชั้นบรรยากาศ และมีการควบคุมท่าทางของสถานีอวกาศขั้นสุดท้ายในช่วงเดือนปลายมิถุนายน 1979 ก่อนการตกให้มีท่าทางที่ต้านกระแสอากาศให้มากที่สุดเพื่อให้สถานีอวกาศถูกเผาไหม้ให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ ซึ่งสถานีอวกาศได้ตกเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลกในวันที่ 11 กรกฎาคม 1979 ระยะทางที่มันเผาไหม้ยาวถึง 5,600 กิโลเมตร และเนื่องจากสถานีอวกาศ Skylab คือสิ่งประดิษฐ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่มนุษย์เคยส่งออกไปนอกอวกาศในช่วงเวลานั้น ทำให้มีชิ้นส่วนหลายชิ้นส่วนเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศไม่หมดและตกสู่พื้นดิน และพื้นที่ที่เศษชิ้นส่วนของสถานีอวกาศ Skylab ตกนั้นอยู่ในบริเวณทะเลทรายออสเตรเลีย ซึ่งได้ก่อให้เกิดเสียงระเบิดดังจนผู้คนในแถบเอาต์แบ็ก (Outback) แตกตื่นตกใจ

ภาพถ่ายชิ้นส่วนของสถานีอวกาศ Skylab ที่ตกลงมายังโลกและถูกเก็บกู้กลับมา จัดแสดงอยู่ที่ U.S. Space & Rocket Center ภาพถ่ายโดย Craigboy

สิ่งที่เราเรียนรู้จากการตกของสถานีอวกาศ Skylab เป็นบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับการควบคุมการตกของสถานีอวกาศขนาดใหญ่ที่โคจรอยู่รอบโลก อย่างในกรณีของสถานีอวกาศเมียร์ (Mir) ของสหภาพโซเวียต ได้มีการนำบทเรียนของทั้งจากสถานีอวกาศ Skylab และจากสถานีอวกาศของตัวเองมากมายที่ตกเข้าสู่ชั้นบรรยากาศมาใช้เพื่อทำให้มั่นใจได้ว่าตัวสถานีอวกาศจะอยู่ในการควบคุมตลอดการตกเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ เพราะสถานีอวกาศเมียร์คือสิ่งประดิษฐ์ที่ใหญ่ที่สุดที่เคยตกเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ ดังนั้นในเวลานั้นรัสเซียจำเป็นต้องใส่ใจการตกเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของสถานีอวกาศเมียร์เป็นอย่างมาก พวกเขาได้วางแผนขั้นตอนการตกตั้งแต่การปลดระวางสถานีอวกาศให้มียาน Progress M1-5 จอดเทียบท่าอยู่กับสถานีอวกาศอยู่เพื่อเป็นจรวดคอยบังคับและปรับวงโคจรของสถานีอวกาศอย่างต่อเนื่องระหว่างการตกเพื่อให้มั่นใจได้ว่าการตกเข้าสถานีอวกาศเมียร์จะเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศจนหมดและจะไม่ตกสู่แผ่นดินที่มีผู้คนอาศัยอยู่

เพื่อเตรียมการปลดระวางสถานีอวกาศนานาชาติในเร็ววันนี้ NASA ได้เลือกบริษัท SpaceX เป็นผู้ดำเนินการปลดสถานีอวกาศนานาชาติออกจากวงโคจรและควบคุมสถานีอวกาศนานาชาติตกลงสู่ชั้นบรรยากาศของโลก มันจะกลายเป็นวัตถุของมนุษย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่จะตกกลับสู่ชั้นบรรยากาศ บทเรียนที่ได้จากสถานีอวกาศต่าง ๆ ที่เคยตกกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศจะนำมาปรับใช้เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับการปลดประจำการของสถานีอวกาศนานาชาติอย่างรัดกุมและดำเนินการให้ปลอดภัย ซึ่งคาดว่าการปลดประจำการของสถานีอวกาศนานาชาติจะเกิดขึ้นในปี 2030 และถือเป็นการสิ้นสุดยุคสมัยของสถานีอวกาศนานาชาติ

เรียบเรียงโดย จิรสิน อัศวกุล
พิสูจน์อักษร ศุภกิจ พัฒนพิฑูรย์

🎧 อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS  

ที่มาข้อมูล : NASA

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech 

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใช้ประโยชน์ในทางสันติ ไทย-เมียนมาร่วมใช้เทคโนโลยีสำรวจโลก จัดการสิ่งแวดล้อม-รับมือภัยพิบัติเทคโนโลยี

ใช้ประโยชน์ในทางสันติ ไทย-เมียนมาร่วมใช้เทคโนโลยีสำรวจโลก จัดการสิ่งแวดล้อม-รับมือภัยพิบัติ

เทคโนโลยีสำรวจโลก (Earth Observation Technology) คือการใช้เครื่องมือ เช่น ดาวเทียม และกล้องพิเศษเพื่อเก็บข้อมูลพื้นผิวโลก น้ำ และอากาศ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เราเข้าใจสภาพอากาศ ภัยธรรมชาติ และการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ต่าง ๆ ได้ดีขึ้น

06 ส.ค. 69|14 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
ก้าวสำคัญ! ครั้งแรกของไทย ส่ง “CE-7 MATCH” อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ ร่วมสำรวจดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้เทคโนโลยี

ก้าวสำคัญ! ครั้งแรกของไทย ส่ง “CE-7 MATCH” อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ ร่วมสำรวจดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้

24 ส.ค. นี้ เรามีนัดกัน! ร่วมเป็นสักขีพยาน ประเทศไทยส่งอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ “CE-7 MATCH” (อ่านว่า ฉางเอ๋อ 7 แมตช์) ซึ่งออกแบบและพัฒนาโดยคนไทย ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมภารกิจสำรวจดวงจันทร์เป็นครั้งแรก

06 ส.ค. 69|18 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
เปิดแผนสร้างฐานดวงจันทร์จีน ไทม์ไลน์ก่อสร้างไล่เลี่ยกับอเมริกา ใครจะชนะศึกอวกาศในครั้งนี้?เทคโนโลยี

เปิดแผนสร้างฐานดวงจันทร์จีน ไทม์ไลน์ก่อสร้างไล่เลี่ยกับอเมริกา ใครจะชนะศึกอวกาศในครั้งนี้?

ณ ตอนนี้น้ำแข็งบนผิวดวงจันทร์ก็ไม่ต่างอะไรไปจากน้ำมันอวกาศ ที่เร่งให้เกิดการแข่งขันกลับไปดวงจันทร์อีกครั้งอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในรอบ 50 กว่าปีระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน

06 ส.ค. 69|20 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
    ครบรอบ 45 ปีการตกสู่ชั้นบรรยากาศของ “สถานีอวกาศ Skylab” | Thai PBS Sci & Tech