ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
“ดาวหางมืด” ดาวเคราะห์น้อยก็ไม่ใช่ ดาวหางก็ไม่เชิง
อวกาศ

“ดาวหางมืด” ดาวเคราะห์น้อยก็ไม่ใช่ ดาวหางก็ไม่เชิง

Thai PBS Sci & Tech21 ธ.ค. 673 นาที21 ธ.ค. 67

โอมูอามูอา วัตถุจากนอกระบบสุริยะชิ้นแรกที่ถูกค้นพบ วัตถุปริศนาจากนอกระบบสุริยะนี้มีคุณสมบัติที่เร่งความเร็วของตัวมันเองได้อย่างปริศนา นำมาสู่การจัดหมวดหมู่วัตถุประเภทดาวหางมืด (Dark Comet) จนเกิดเป็นการค้นพบวัตถุในกลุ่มนี้มากมายกว่าที่คาดคิดไว้

ขนาดตัวอักษร

โอมูอามูอา วัตถุจากนอกระบบสุริยะชิ้นแรกที่ถูกค้นพบ วัตถุปริศนาจากนอกระบบสุริยะนี้มีคุณสมบัติที่เร่งความเร็วของตัวมันเองได้อย่างปริศนา นำมาสู่การจัดหมวดหมู่วัตถุประเภทดาวหางมืด (Dark Comet) จนเกิดเป็นการค้นพบวัตถุในกลุ่มนี้มากมายกว่าที่คาดคิดไว้ และการศึกษาเกี่ยวกับวัตถุในกลุ่มนี้อาจกุมความลับกำเนิดชีวิตบนโลก

ภาพถ่ายที่ชัดที่สุดของโอมูอามูอา จากกล้องโทรทรรศน์ William Herschel ภาพจาก Alan Fitzsimmons - NASA

ดาวหางมืดคือกลุ่มวัตถุบนท้องฟ้ากลุ่มใหม่ที่ถูกตั้งขึ้นมา ลักษณะของวัตถุในกลุ่มนี้คือมันมีลักษณะที่ทึบแสงคล้ายกับดาวเคราะห์น้อยแต่เปลี่ยนทิศทางหรือเปลี่ยนของความเร่งได้เองคล้ายกับดาวหาง ซึ่งหลังจากการค้นพบวัตถุในกลุ่มนี้ดวงแรกก็มีการค้นพบตามกันมาเพิ่มอีก 6 ดวง ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้มีการค้นพบวัตถุที่อยู่ในกลุ่มนี้ดวงที่ 7

นักดาราศาสตร์จัดจำแนกดาวหางมืดออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ดาวหางมืดในระบบสุริยะรอบนอกและดาวหางมืดในระบบสุริยะชั้นใน

ภาพวาดของโอมูอามูอา วัตถุจากนอกระบบสุริยะที่ได้รับการตรวจจับโดยมนุษย์เป็นครั้งแรก ที่คาดว่าน่าจเป็นวัตถุประเภทดาวหางมืด

นักดาราศาสตร์ได้ทราบการมีอยู่ของดาวหางมืดนี้ครั้งแรกเมื่อปี 2016 เมื่อมีการติดตามการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์น้อย 2003 RM ที่เคลื่อนตัวออกจากวงโคจรที่คาดไว้เล็กน้อย การเบี่ยงเบนวงโคจรดังกล่าวไม่สามารถอธิบายได้ด้วยการเร่งความเร็วแบบปกติของดาวเคราะห์น้อยอย่างการเร่งความเร็วเล็กน้อยจากปรากฏการณ์ยาร์คอฟสกี้ได้ ซึ่งการที่วงโคจรหรือการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์น้อยเหล่านี้เบี่ยงเบนหรือมีการเปลี่ยนแปลงของความเร่งด้วยตัวของพวกมันเองนั้น การอธิบายเพียงอย่างเดียวของสิ่งเหล่านี้คือการที่วัตถุเหล่านั้นสามารถพ่นก๊าซหรือบางอย่างที่สามารถขับดันให้เกิดแรงปฏิกิริยาขึ้นได้ แต่เมื่อทำการศึกษาหรือติดตามเพิ่มเติมก็กลับไม่สามารถตรวจพบสัญญาณที่บ่งชี้ถึงลักษณะของหางที่เป็นลักษณะที่เด่นชัดของดาวหางได้

ในปี 2017 การมาเยือนของเทหวัตถุที่มาจากนอกระบบสุริยะ โอมูอามูอา [1I/2017 U1 (‘Oumuamua)] ไม่เพียงแต่ปรากฏจุดแสงบนพื้นผิวของมันเมื่อเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ แต่ยังเปลี่ยนทิศทางของมันเองได้ราวกับว่ามีเครื่องยนต์หรือไอพ่นบางอย่างที่พ่นเปลี่ยนความเร่งและทิศทางได้ ซึ่งก่อให้เกิดทฤษฎีมากมายว่าวัตถุนี้เป็นยานอวกาศจากสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาจากต่างดาว

ภาพถ่ายความคมชัดสูงสุดของเทหวัตถุ 1998 KY26 หนึ่งคาดิเดตของดาวหางมืดที่ถ่ายโดยกล้องโทรทรรศน์ VLT ภาพจากรายงานของวารสารวิชาการ The Planetary Science Journal

โอมูอามูอาจัดเป็นวัตถุในกลุ่มของดาวหางมืดเนื่องจากมันมีคุณสมบัติและปรากฏการณ์หลายอย่างที่มีลักษณะเดียวกับ 2003 RM ทำให้มีการจัดกลุ่มรวมกันของวัตถุที่มีลักษณะคล้ายกับ 2003 RM เพิ่มเติม

ดาวหางมืดนับได้ว่าเป็นเทหวัตถุในกลุ่มที่ใหม่มาก ยังค้นพบเป็นจำนวนน้อย จึงมีการศึกษาน้อยตามไปด้วย ตัวมันยังมีคำถามอีกมากมายที่รอคอยคำตอบของมันอยู่ ไม่ว่าดาวหางมืดเหล่านี้มีต้นกำเนิดมาจากไหน อะไรคือสาเหตุการเปลี่ยนแปลงความเร่งของพวกมัน พวกมันมีน้ำแข็งอยู่ไหม และเป็นจุดก่อกำเนิดชีวิตบนโลกหรือไม่

เรียบเรียงโดย จิรสิน อัศวกุล


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS  

ที่มาข้อมูล : NASA

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

บทความที่เกี่ยวข้อง

กล้องฮับเบิลและเจมส์ เว็บบ์ร่วมสำรวจเทหวัตถุที่อยู่ห่างไกลที่สุด ณ ขอบของระบบสุริยะอวกาศ

กล้องฮับเบิลและเจมส์ เว็บบ์ร่วมสำรวจเทหวัตถุที่อยู่ห่างไกลที่สุด ณ ขอบของระบบสุริยะ

กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลและเจมส์ เว็บบ์ ได้ทำการสำรวจวัตถุพ้นดาวเนปจูน (trans-Neptunian objects หรือ TNO) ที่อยู่ห่างไกลจากโลกมากที่สุด

19 ก.ย. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
เมื่อดาวเทียมหนึ่งล้านดวง อาจกำลังรบกวนท้องฟ้ายามค่ำคืนอวกาศ

เมื่อดาวเทียมหนึ่งล้านดวง อาจกำลังรบกวนท้องฟ้ายามค่ำคืน

นับตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา ดาวเทียมในวงโคจรต่ำของโลกทวีจำนวนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มของเครือข่ายโทรคมนาคมที่มีแผนปล่อยดาวเทียมวงโคจรต่ำมากถึงหนึ่งล้านดวง สร้างความกังวลให้กับงานดาราศาสตร์ภาคพื้นว่าอาจรบกวนการศึกษาดาราศาสตร์และการดูดาวในยามค่ำคืน

18 ก.ย. 69|2 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
มหัศจรรย์ของ Voyagerอวกาศ

มหัศจรรย์ของ Voyager

เกือบ 50 ปีแล้วที่ยาน Voyager 1 และ 2 ออกเดินทางจากโลก ปัจจุบัน Voyager 1 ล่องลอยอยู่ไกลกว่า 25,000 ล้านกิโลเมตร ทำไมเทคโนโลยีจากยุค 1970 ถึงยังคงเดินทางต่อไปได้ท่ามกลางความมืดมิดของอวกาศ

17 ก.ย. 69|3 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →