ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ESA ยุติภารกิจกล้องโทรทรรศน์อวกาศรังสีแกมมา Integral
อวกาศ

ESA ยุติภารกิจกล้องโทรทรรศน์อวกาศรังสีแกมมา Integral

Thai PBS Sci & Tech09 มี.ค. 683 นาที09 มี.ค. 68

ตลอดของภารกิจกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Integral มันทำหน้าที่รับใช้มนุษยชาติในการศึกษาวัตถุบนฟากฟ้าผ่านแสงแกมมา สร้างองค์ความรู้ในช่วงเวลาสำคัญมากมายทั้งการยืนยันการค้นพบการชนกันของดาวนิวตรอน การเกิดการระเบิดบนพื้นผิวของดาวนิวตรอน

ขนาดตัวอักษร

ตลอดของภารกิจกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Integral มันทำหน้าที่รับใช้มนุษยชาติในการศึกษาวัตถุบนฟากฟ้าผ่านแสงแกมมา สร้างองค์ความรู้ในช่วงเวลาสำคัญมากมายทั้งการยืนยันการค้นพบการชนกันของดาวนิวตรอน การเกิดการระเบิดบนพื้นผิวของดาวนิวตรอน หรือการระเบิดครั้งสำคัญจากรอบนอกของกาแล็กซีเรา

ภาพวาดจากจินตนาการของศิลปิน ณ เหตุการณ์ GRB 221009A ที่กล้องโทรทรรศน์อวกาศรังสีเอกซ์และแกมมาทั่วทั้งวงโคจรโลกสามารถจับการปะทุของรังสีแกมมาที่รุนแรงที่สุดในรอบ 10,000 ปีได้ ซึ่งรวมถึงกล้อง Integral ด้วย

กล้องโทรทรรศน์อวกาศ Integral คือกล้องโทรทรรศน์อวกาศรังสีแกมมาของ ESA ที่ส่งขึ้นสู่อวกาศเมื่อ 17 ตุลาคม 2002 จากศูนย์อวกาศไบโคนูร์ในคาซัคสถาน ช่วงคลื่นรังสีแกมมาสำคัญต่อการจับตามองเหตุการณ์ที่รุนแรงในอวกาศ เช่น การระเบิดซูเปอร์โนวา การชนกันของดาวนิวตรอน หรือการเกิดใหม่ของดวงดาว ซึ่งย่านรังสีแกมมานี้ไม่สามารถตรวจจับจากพื้นผิวของโลกได้เนื่องจากชั้นบรรยากาศของโลกทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันไม่ให้รังสีพลังงานสูงเหล่านี้เดินทางมาถึงพื้นโลกได้ กล้องที่ทำหน้าที่ตรวจจับรังสีแกมมาจึงจำเป็นต้องอยู่นอกชั้นบรรยากาศของโลก

ภาพวาดของกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Integral

กล้อง Integral นี้เป็นกล้องที่ทำหน้าที่จับตามองเหตุการณ์การระเบิดรังสีแกมมา (Gamma-Ray Bursts หรือ GRB) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในท้องฟ้าประมาณวันละครั้ง GRB เป็นการปล่อยพลังงานมหาศาลในระยะเวลาสั้น ๆ ซึ่งแสงจากการระเบิดเหล่านี้มักจะสว่างกว่าทุกแหล่งกำเนิดรังสีแกมมาอื่น ๆ รวมกัน นักวิทยาศาสตร์สามารถใช้ข้อมูลจาก Integral เพื่อแยกประเภทของ GRB ได้ว่า การระเบิดนี้เป็นการระเบิดจากเทหวัตถุใดจากระยะเวลาที่แสงแฟลชปรากฏ หากการระเบิดมีระยะเวลานานหลายวินาที จะสามารถอนุมานได้ว่าเป็นการระเบิดที่เกิดจากการยุบตัวของดาวฤกษ์มวลมากที่กลายเป็นซูเปอร์โนวา ส่วนการระเบิดที่กินเวลาเพียงเสี้ยววินาทีเกิดจากการชนกันของดาวนิวตรอนหรือหลุมดำ

เครื่องมือวิทยาศาสตร์ของกล้อง Integral นั้นทำให้มันสามารถจับภาพมุมมองของท้องฟ้าได้กว้างมากถึง 900 ตารางองศา สามารถจับภาพได้ทั้งในย่านรังสีแกมมา รังสีเอกซ์ที่มีพลังงานสูง และย่านแสงที่ตามองเห็น คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในย่านรังสีเอกซ์พลังงานสูงและย่านแสงที่ตามองเห็นจะที่ทำงานร่วมกันเพื่อช่วยระบุตำแหน่งการปะทุของรังสีแกมมาให้แม่นยำยิ่งขึ้น

ภาพวงโคจรของ Integral ตลอดระยะเวลา 15 ปี จากปี 2002-2017

นอกเหนือจากการศึกษาการปะทุของรังสีแกมมาแล้ว Integral ยังมีส่วนร่วมในการตรวจจับเหตุการณ์ปลดปล่อยรังสีจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ตัวมันไม่ได้ถูกออกแบบเอาไว้แต่แรก เช่น คลื่นความโน้มถ่วงและนิวทรีโนพลังงานสูงที่เดินทางมาถึงโลก อย่างกรณีการตรวจจับคลื่นความโน้มถ่วงของ LIGO ตัวกล้อง Integral ก็มีบทบาทสำคัญในการระบุตำแหน่งของเทหวัตถุที่เกิดการปะทุได้อย่างชัดเจน

Integral ถือเป็นกล้องโทรทรรศน์อวกาศรังสีแกมมาที่ทันสมัยที่สุดในยุคของมันและเป็นกล้องโทรทรรศน์อวกาศตัวแรกที่สามารถสังเกตวัตถุท้องฟ้าได้พร้อมกันทั้งในรังสีแกมมา รังสีเอกซ์ และแสงที่ตามองเห็น หลังจากทำภารกิจมาเป็นเวลา 22 ปี Integral ได้โคจรรอบโลกไปแล้วกว่า 2,886 รอบ ตอนนี้กล้อง Integral ก็ยุติบทบาทการทำงานแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม มรดกของ Integral จะยังคงอยู่ต่อไปเป็นเวลาหลายปี ข้อมูลที่รวบรวมได้ตลอดสองทศวรรษจะถูกเก็บไว้ในคลังข้อมูลของ ESA เพื่อใช้ในการศึกษาวิจัยในอนาคต และเป็นแรงบันดาลใจให้นักดาราศาสตร์และวิศวกรรุ่นใหม่ในการพัฒนาภารกิจอวกาศที่ล้ำสมัยต่อไป

กล้องโทรทรรศน์อวกาศ Integral จะยังคงอยู่ในวงโคจรต่อไปจนถึงปี 2029 ก่อนที่จะตกกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก

เรียบเรียงโดย จิรสิน อัศวกุล


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS  

ที่มาข้อมูล : ESA

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

บทความที่เกี่ยวข้อง

กล้องฮับเบิลและเจมส์ เว็บบ์ร่วมสำรวจเทหวัตถุที่อยู่ห่างไกลที่สุด ณ ขอบของระบบสุริยะอวกาศ

กล้องฮับเบิลและเจมส์ เว็บบ์ร่วมสำรวจเทหวัตถุที่อยู่ห่างไกลที่สุด ณ ขอบของระบบสุริยะ

กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลและเจมส์ เว็บบ์ ได้ทำการสำรวจวัตถุพ้นดาวเนปจูน (trans-Neptunian objects หรือ TNO) ที่อยู่ห่างไกลจากโลกมากที่สุด

19 ก.ย. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
เมื่อดาวเทียมหนึ่งล้านดวง อาจกำลังรบกวนท้องฟ้ายามค่ำคืนอวกาศ

เมื่อดาวเทียมหนึ่งล้านดวง อาจกำลังรบกวนท้องฟ้ายามค่ำคืน

นับตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา ดาวเทียมในวงโคจรต่ำของโลกทวีจำนวนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มของเครือข่ายโทรคมนาคมที่มีแผนปล่อยดาวเทียมวงโคจรต่ำมากถึงหนึ่งล้านดวง สร้างความกังวลให้กับงานดาราศาสตร์ภาคพื้นว่าอาจรบกวนการศึกษาดาราศาสตร์และการดูดาวในยามค่ำคืน

18 ก.ย. 69|2 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
มหัศจรรย์ของ Voyagerอวกาศ

มหัศจรรย์ของ Voyager

เกือบ 50 ปีแล้วที่ยาน Voyager 1 และ 2 ออกเดินทางจากโลก ปัจจุบัน Voyager 1 ล่องลอยอยู่ไกลกว่า 25,000 ล้านกิโลเมตร ทำไมเทคโนโลยีจากยุค 1970 ถึงยังคงเดินทางต่อไปได้ท่ามกลางความมืดมิดของอวกาศ

17 ก.ย. 69|3 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
    ESA ยุติภารกิจกล้องโทรทรรศน์อวกาศรังสีแกมมา Integral | Thai PBS Sci & Tech