ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
สรุปแล้ว ʻOumuamua เป็นวัตถุระหว่างดวงดาวหรือยานอวกาศของเอเลียนกันแน่
อวกาศ

สรุปแล้ว ʻOumuamua เป็นวัตถุระหว่างดวงดาวหรือยานอวกาศของเอเลียนกันแน่

Thai PBS Sci & Tech21 ส.ค. 684 นาที21 ส.ค. 68

การค้นพบเทหวัตถุ 3I/ATLAS ทำให้ผู้คนกลับมาสนใจวัตถุที่เดินทางมาจากนอกระบบสุริยะกันอีกครั้ง ซึ่งครั้งหนึ่งวัตถุจากนอกระบบสุริยะที่มีชื่อว่า 1I/ʻOumuamua ก็เป็นหนึ่งในเทหวัตถุที่มีการพูดถึงมากที่สุด

ขนาดตัวอักษร

การค้นพบเทหวัตถุ 3I/ATLAS ทำให้ผู้คนกลับมาสนใจวัตถุที่เดินทางมาจากนอกระบบสุริยะกันอีกครั้ง ซึ่งครั้งหนึ่งวัตถุจากนอกระบบสุริยะที่มีชื่อว่า 1I/ʻOumuamua ก็เป็นหนึ่งในเทหวัตถุที่มีการพูดถึงมากที่สุดจากที่มีการค้นพบว่ามันเป็นวัตถุที่มาจากนอกระบบสุริยะของเราจนหลาย ๆ ตั้งมันว่ามันคือยานอวกาศจากเอเลียน แล้วสรุปมันคืออะไรกันแน่

ภาพถ่าย ʻOumuamua จากกล้องโทรทรรศน์ William Herschel เมื่อปี 2017 ภาพจาก NASA

ʻOumuamua หรือ 1I/2017 U1 เป็นวัตถุระหว่างดวงดาวชิ้นแรกที่มนุษย์ตรวจพบขณะเดินทางผ่านระบบสุริยะ ค้นพบเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2017 ผ่านโครงการกล้องโทรทรรศน์ Pan-STARRS1 ที่หอดูดาว Haleakalā บนเกาะฮาวาย จากการตรวจวัดพบว่าความเร็วในการโคจรของสูงเกินไปจนมีเส้นทางการโคจรเป็นแบบไฮเพอร์โบลาร์ ซึ่งชี้ชัดว่ามันไม่ได้มีต้นกำเนิดจากระบบสุริยะของเรา อีกทั้งเมื่อพิจารณาลักษณะทางกายภาพและรูปร่างของมัน ʻOumuamua มีรูปร่างเป็นแท่งยาวคล้ายกับซิการ์หรือไม่ก็เป็นแผ่นแบนยาว และบริเวณโดยรอบก็ไม่ได้มีกลุ่มก๊าซหรือฝุ่นละอองลอยอยู่ล้อมรอบคล้ายกับลักษณะของดาวหาง แต่กลับสามารถเร่งความเร็วและเปลี่ยนทิศทางของตัวมันเองได้อย่างน่าประหลาดใจ ทำให้เกิดสมมติฐานว่าหรือจริง ๆ แล้ว ʻOumuamua เป็นยานของสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาจากต่างดาวกันแน่

ผลการศึกษา ʻOumuamua ในภายหลังได้ให้คำอธิบายเกี่ยวกับลักษณะทางกายภาพและพฤติกรรมของ ʻOumuamua ไว้ว่ามันน่าจะเป็นดาวหางตามธรรมชาติที่เดินทางอยู่ในช่องว่างระหว่างดวงดาวก่อนที่จะหลงเข้ามาภายในระบบสุริยะของเราและเดินทางออกไปเพียงเท่านั้น ซึ่งรูปร่างที่เป็นเหมือนซิการ์หรือยานอวกาศนั้นเป็นเพียงเรื่องบังเอิญเท่า

แต่สำหรับกรณีของการพ่นก๊าซหรือเปลี่ยนทิศทางโดยกะทันหันนั้นนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าน่าจะเกิดจากก๊าซที่อยู่ภายในตัวดาวหางเกิดการระเหิดอย่างรวดเร็วเพราะเคลื่อนเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากเกินไปจนเกิดการเปลี่ยนทิศทางโดยกะทันหันและแปลกประหลาด

ภาพวาดของดาวหาง ʻOumuamua วัตถุจากนอกระบบสุริยะแรกที่ตรวจพบ ภาพจาก NASA

หลังการค้นพบ ʻOumuamua นักดาราศาสตร์ได้เฝ้าระวังท้องฟ้าด้วยความละเอียดมากขึ้น และได้มีการค้นพบเทหวัตถุจากนอกระบบสุริยะเพิ่มเติม เช่นในปี 2019 ได้มีการค้นพบวัตถุที่เดินทางมาจากนอกระบบสุริยะเป็นดวงที่สองคือ 2I/Borisov โดยมีความแตกต่างจาก ʻOumuamua ตรงที่มีลักษณะเหมือนกับดาวหางไม่มีผิด ทั้งฝุ่นและก๊าซ (Coma) ที่อยู่รอบแกน (Nucleus) ของดาวหาง ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของดาวหางตามธรรมชาติโดยเฉพาะ ทำให้ไม่มีข้อกังขาใด ๆ ว่าเป็นดาวหางที่หลงเข้ามาในระบบสุริยะ

และเมื่อกลางปี 2025 ก็เพิ่งมีการค้นพบวัตถุระหว่างดวงดาวชิ้นที่สาม 3I/ATLAS จากโครงการกล้องโทรทรรศน์ ATLAS ในชิลีเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม วัตถุนี้มีขนาดใหญ่กว่าทั้งสองชิ้นก่อนหน้า ข้อมูลจากหอดูดาวเวรา ซี. รูบิน (Vera C. Rubin Observatory) และกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลบ่งชี้ว่าแกนกลางมีเส้นผ่านศูนย์กลางราว 11 กิโลเมตร และมีลักษณะเป็นดาวหางอย่างชัดเจน ทั้งโคมาและหางที่สังเกตได้ตั้งแต่ช่วงแรก การวิเคราะห์เส้นทางโคจรบ่งชี้ว่ามันมีอายุเก่าแก่มาก อาจอยู่ระหว่างสามพันล้านถึงหนึ่งหมื่นสี่พันล้านปี และมีต้นกำเนิดจากบริเวณแผ่นจานหนา (Thick Disk) ของทางช้างเผือก แม้จะมีการหยิบยกข้อเสนอจากนักวิจัยบางคนว่าอาจเป็นยานต่างดาว แต่หลักฐานจากการสังเกตและแบบจำลองฟิสิกส์ก็สนับสนุนอย่างชัดเจนว่ามันเป็นดาวหางตามธรรมชาติ ไม่ใช่ยานอวกาศของสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญา

ภาพถ่ายดาวหาง 2I_Borisov วัตถุจากนอกระบบสุริยะอีกหนึ่งดวงที่มีลักษณะของดาวหางชัดเจน ภาพจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล NASA

ปัจจุบัน หากต้องการจะสำรวจเพื่อหาข้อสรุปว่า ʻOumuamua คืออะไรกันแน่ เรียกได้ว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เสียแล้ว เนื่องจาก ʻOumuamua เดินทางวงโคจรของดาวเนปจูนแล้วด้วยความเร็วที่สูงกว่าที่ยานวอยเอเจอร์ 1 เคยทำได้เสียอีก ด้วยพลังงานของ ʻOumuamua ที่สูงมากทำให้เป็นไปไม่ได้เลยที่ยานอวกาศลำใดจะไล่กวด ʻOumuamua ได้ทัน ทำให้วัตถุนี้จึงเป็นปริศนาในวงการวิทยาศาสตร์ที่แม้ตอนนี้ก็ยังคงไม่สามารถหาคำตอบได้ แต่สิ่งหนึ่งที่สามารถตอบได้คือการค้นพบ ʻOumuamua ได้ทำให้วงการวิทยาศาสตร์กลับมาคึกคักอีกครั้ง และการค้นพบ ʻOumuamua ก็มาจากความร่วมมือด้านดาราศาสตร์ที่ยอดเยี่ยมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน รวมถึงเทคโนโลยีการตรวจจับเทหวัตถุบนท้องฟ้าที่ดีกว่าเดิม ทั้งหมดเป็นผลมาจากโครงการเฝ้าระวังดาวเคราะห์ที่ใช้กันอยู่ในทุกวันนี้ ซึ่งแม้ว่าอาจดูเหมือนมีวัตถุที่เดินทางมาจากนอกระบบสุริยะเยอะขึ้นมากในฉับพลัน แต่แท้จริงแล้ววัตถุเหล่านี้เดินทางเข้ามาในระบบสุริยะของเราตั้งแต่ต้นได้อยู่แล้ว เพียงแต่เทคโนโลยีการตรวจจับเทหวัตถุของเราดีขึ้นทำให้เราค้นพบวัตถุเหล่านี้มากขึ้น และป้องกันป้องกันตัวเองได้ดีมากยิ่งขึ้น

เรียบเรียงโดย จิรสิน อัศวกุล


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS  

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใช้ประโยชน์ในทางสันติ ไทย-เมียนมาร่วมใช้เทคโนโลยีสำรวจโลก จัดการสิ่งแวดล้อม-รับมือภัยพิบัติเทคโนโลยี

ใช้ประโยชน์ในทางสันติ ไทย-เมียนมาร่วมใช้เทคโนโลยีสำรวจโลก จัดการสิ่งแวดล้อม-รับมือภัยพิบัติ

เทคโนโลยีสำรวจโลก (Earth Observation Technology) คือการใช้เครื่องมือ เช่น ดาวเทียม และกล้องพิเศษเพื่อเก็บข้อมูลพื้นผิวโลก น้ำ และอากาศ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เราเข้าใจสภาพอากาศ ภัยธรรมชาติ และการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ต่าง ๆ ได้ดีขึ้น

06 ส.ค. 69|13 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
ก้าวสำคัญ! ครั้งแรกของไทย ส่ง “CE-7 MATCH” อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ ร่วมสำรวจดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้เทคโนโลยี

ก้าวสำคัญ! ครั้งแรกของไทย ส่ง “CE-7 MATCH” อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ ร่วมสำรวจดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้

24 ส.ค. นี้ เรามีนัดกัน! ร่วมเป็นสักขีพยาน ประเทศไทยส่งอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ “CE-7 MATCH” (อ่านว่า ฉางเอ๋อ 7 แมตช์) ซึ่งออกแบบและพัฒนาโดยคนไทย ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมภารกิจสำรวจดวงจันทร์เป็นครั้งแรก

06 ส.ค. 69|17 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
เปิดแผนสร้างฐานดวงจันทร์จีน ไทม์ไลน์ก่อสร้างไล่เลี่ยกับอเมริกา ใครจะชนะศึกอวกาศในครั้งนี้?เทคโนโลยี

เปิดแผนสร้างฐานดวงจันทร์จีน ไทม์ไลน์ก่อสร้างไล่เลี่ยกับอเมริกา ใครจะชนะศึกอวกาศในครั้งนี้?

ณ ตอนนี้น้ำแข็งบนผิวดวงจันทร์ก็ไม่ต่างอะไรไปจากน้ำมันอวกาศ ที่เร่งให้เกิดการแข่งขันกลับไปดวงจันทร์อีกครั้งอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในรอบ 50 กว่าปีระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน

06 ส.ค. 69|18 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
    สรุปแล้ว ʻOumuamua เป็นวัตถุระหว่างดวงดาวหรือยานอวกาศของเอเลียนกันแน่ | Thai PBS Sci & Tech