ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
พบการระเบิดของ "รังสีแกมมา" ถึงสามครั้งในช่วงเวลาไม่ถึงหนึ่งวัน
อวกาศ

พบการระเบิดของ "รังสีแกมมา" ถึงสามครั้งในช่วงเวลาไม่ถึงหนึ่งวัน

Thai PBS Sci & Tech18 ก.ย. 683 นาที18 ก.ย. 68

ได้มีการค้นพบการระเบิดของรังสีแกมมา (Gamma Ray Burst) ที่แปลกประหลาดมากที่สุดตั้งแต่มีการตรวจจับมาตลอด 50 ปี เนื่องจากมีการระเบิดต่อเนื่องติด ๆ กันมากกว่าสามครั้งในช่วงเวลาแค่วันเดียว

ขนาดตัวอักษร

ได้มีการค้นพบการระเบิดของรังสีแกมมา (Gamma Ray Burst) ที่แปลกประหลาดมากที่สุดตั้งแต่มีการตรวจจับมาตลอด 50 ปี เนื่องจากมีการระเบิดต่อเนื่องติด ๆ กันมากกว่าสามครั้งในช่วงเวลาแค่วันเดียว ซึ่งในขณะนี้ไม่มีคำอธิบายไหนที่สามารถใช้งานกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน

ตามปกติแล้วการระเบิดของรังสีแกมมาเป็นปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่รุนแรงที่สุดในเอกภพ เกิดจากการตายของดาวฤกษ์ขนาดใหญ่ หรือการดาวฤกษ์ถูกหลุมดำฉีกจนระเบิด ซึ่งตามประวัติศาสตร์การศึกษาปรากฏการณ์นี้มาตลอด 50 ปี มันจะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวต่อหนึ่งตำแหน่ง การเกิดขึ้นก็มักจะทิ้งระยะเวลาหนึ่งกว่าที่แสงของการระเบิดจะจางลงไปเป็นหลักหลายวันหรือหลายสัปดาห์ และไม่มีการเพิ่มขึ้นของแสงหลังจากเกิดการปะทุใหญ่ไปแล้ว

ภาพเปรียบเทียบค่าความสว่างของการปะทุ GRB 250702B เปรียบเทียบตามเวลาจากทั้งกล้องโทรทรรศน์บนพื้นโลกและกล้องเจมส์ เว็บบ์ ภาพจาก ESO

แต่สำหรับเหตุการณ์ GRB 250702B ที่เพิ่งพบเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา สัญญาณการปะทุที่ถูกตรวจจับได้โดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศไอน์สไตน์ โพรบ (Einstein Probe) นับว่าแปลกประหลาดพิสดารกว่าเหตุการณ์ปกติมาก โดยปกติแสงที่ได้จากการระเบิดของรังสีแกมมาจะกินระยะเวลาเพียงหลักมิลลิวินาทีจนถึงไม่กี่นาที แต่ครั้งนี้ตรวจจับได้นานถึงหนึ่งวัน ซึ่งยาวนานกว่าการระเบิดของรังสีแกมมาปกติ 100-1,000 เท่า และสิ่งที่สำคัญมากที่สุดคือ กล้องโทรทรรศน์อวกาศรังสีแกมมาเฟอร์มี (Fermi Gamma-ray Space Telescope) สามารถตรวจจับรังสีแกมมาไม่ใช่เพียงครั้งเดียวเหมือนกับเหตุการณ์ปกติ แต่ได้รับถึง 3 ครั้ง ซึ่งนับว่าเป็นการระเบิดของรังสีแกมมาที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

การสังเกตการณ์ในช่วงแรกระบุได้แค่ตำแหน่งโดยประมาณของการระเบิดว่าอยู่ภายในระนาบของดาราจักรทางช้างเผือกที่มีดาวหนาแน่น ช่วงแรกนักดาราศาสตร์คาดการณ์ว่าการระเบิดครั้งนี้น่าจะอยู่ภายในดาราจักรทางช้างเผือก แต่ต่อมากล้องโทรทรรศน์ Very Large Telescope และกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลได้ค้นพบว่าตำแหน่งการระเบิดในครั้งนี้ไม่ได้อยู่ในทางช้างเผือก แต่อยู่ห่างออกไปหลายพันล้านปีแสง แสดงให้เห็นว่าการระเบิดในครั้งนี้รุนแรงเป็นอย่างมาก มากเสียจนระยะทางหลายพันล้านปีแสงก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการสังเกตรังสีอันสว่างจ้าและยาวนานต่อเนื่องหลายสิบชั่วโมงได้

ภาพตำแหน่งการปะทุของรังสีแกมมา GRB 250702B บนท้องฟ้า ภาพจาก ESO

สาเหตุของการระเบิดของรังสีแกมมาในครั้งนี้ยังไม่ชัดเจนนัก หนึ่งในสมมติฐานคือการที่ดาวฤกษ์มวลมหาศาลยุบตัวลงในตัวเองและปลดปล่อยพลังงานมหาศาลออกมา ซึ่งหากเป็นในกรณีนี้มันจะเป็นการยุบตัวของดาวที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะตามปกติการยุบตัวที่ก่อให้เกิดการระเบิดของรังสีแกมมาจะกินเวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น หรืออีกสาเหตุหนึ่งคือการระเบิดของดาวฤกษ์จากการถูกฉีกโดยหลุมดำ ซึ่งสาเหตุนี้มีความเป็นไปได้ที่สาเหตุของลำแสงแกมมาที่พุ่งออกมาจะยาวนานหลายวัน แต่ไม่สามารถอธิบายถึงลักษณะอันแปลกประหลาดจากการที่มันเกิดการปะทุของรังสีแกมมาถึงสามครั้ง ทำให้นับว่าเหตุการณ์นี้เป็นแปลกประหลาดเป็นอย่างมาก สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นอาจจะเป็นการระเบิดของดาวฤกษ์ที่พิสดารที่สุดไม่ก็ปรากฏการณ์รอบหลุมดำที่แปลกประหลาดที่สุดในเอกภพก็เป็นไปได้

แม้ว่าในตอนนี้จะยังไม่สามารถหาคำตอบของสาเหตุการระเบิดของรังสีแกมมาได้ นักดาราศาสตร์จากหลายภาคส่วนจึงมุ่งความสนใจไปที่ตำแหน่งของการปะทุด้วยกล้องโทรทรรศน์และเครื่องมือต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ และกล้องโทรทรรศน์บนพื้นโลกชื่อดังต่าง ๆ มากมาย การค้นพบนี้อาจจะช่วยทำให้นักดาราศาสตร์สามารถทำความเข้าใจเกี่ยวกับปรากฏการณ์และการสิ้นชีวิตของดวงดาวได้มากขึ้น

เรียบเรียงโดย จิรสิน อัศวกุล


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS  

ที่มาข้อมูล : ESO

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

บทความที่เกี่ยวข้อง

กล้องฮับเบิลและเจมส์ เว็บบ์ร่วมสำรวจเทหวัตถุที่อยู่ห่างไกลที่สุด ณ ขอบของระบบสุริยะอวกาศ

กล้องฮับเบิลและเจมส์ เว็บบ์ร่วมสำรวจเทหวัตถุที่อยู่ห่างไกลที่สุด ณ ขอบของระบบสุริยะ

กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลและเจมส์ เว็บบ์ ได้ทำการสำรวจวัตถุพ้นดาวเนปจูน (trans-Neptunian objects หรือ TNO) ที่อยู่ห่างไกลจากโลกมากที่สุด

19 ก.ย. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
เมื่อดาวเทียมหนึ่งล้านดวง อาจกำลังรบกวนท้องฟ้ายามค่ำคืนอวกาศ

เมื่อดาวเทียมหนึ่งล้านดวง อาจกำลังรบกวนท้องฟ้ายามค่ำคืน

นับตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา ดาวเทียมในวงโคจรต่ำของโลกทวีจำนวนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มของเครือข่ายโทรคมนาคมที่มีแผนปล่อยดาวเทียมวงโคจรต่ำมากถึงหนึ่งล้านดวง สร้างความกังวลให้กับงานดาราศาสตร์ภาคพื้นว่าอาจรบกวนการศึกษาดาราศาสตร์และการดูดาวในยามค่ำคืน

18 ก.ย. 69|2 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
มหัศจรรย์ของ Voyagerอวกาศ

มหัศจรรย์ของ Voyager

เกือบ 50 ปีแล้วที่ยาน Voyager 1 และ 2 ออกเดินทางจากโลก ปัจจุบัน Voyager 1 ล่องลอยอยู่ไกลกว่า 25,000 ล้านกิโลเมตร ทำไมเทคโนโลยีจากยุค 1970 ถึงยังคงเดินทางต่อไปได้ท่ามกลางความมืดมิดของอวกาศ

17 ก.ย. 69|3 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
    พบการระเบิดของ "รังสีแกมมา" ถึงสามครั้งในช่วงเวลาไม่ถึงหนึ่งวัน | Thai PBS Sci & Tech