ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
NASA เปิดแผนให้บริษัทเอกชนยกวงโคจรกล้องฯ Swift
อวกาศ

NASA เปิดแผนให้บริษัทเอกชนยกวงโคจรกล้องฯ Swift

Thai PBS Sci & Tech04 ต.ค. 684 นาที04 ต.ค. 68

กล้องโทรทรรศน์อวกาศ Swift กำลังสูญเสียระดับความสูงวงโคจรและมีแนวโน้มจะตกกลับสู่ชั้นบรรยากาศโลกในไม่ช้า เมื่อเร็ว ๆ นี้ NASA ได้ประกาศแผนให้บริษัทเอกชนส่งหุ่นยนต์ขึ้นไปปรับวงโคจร

ขนาดตัวอักษร

กล้องโทรทรรศน์อวกาศ Swift กำลังสูญเสียระดับความสูงวงโคจรและมีแนวโน้มจะตกกลับสู่ชั้นบรรยากาศโลกในไม่ช้า เมื่อเร็ว ๆ นี้ NASA ได้ประกาศแผนให้บริษัทเอกชนส่งหุ่นยนต์ขึ้นไปปรับวงโคจรของกล้องโทรทรรศน์ให้สูงขึ้นเพื่อให้สามารถใช้งานในภารกิจทางดาราศาสตร์ต่อไป

ภาพวาดอธิบายขั้นตอนการเชื่อมต่อของหุ่นยนต์ปรับวงโคจรกับกล้องโทรทรรศน์อวกาศสวิฟต์ด้วยระบบแขนกลของหุ่นยนต์ ภาพจาก Katalyst Space Technologies

กล้องโทรทรรศน์อวกาศรังสีแกมมา Neil Gehrels Swift เป็นหนึ่งในสามของกล้องโทรทรรศน์เพื่อใช้ในการตรวจจับปรากฏการณ์แสงวาบของรังสีแกมมา (Gamma-Ray Burst) และยังสามารถติดตามบริเวณที่เกิดปรากฏการณ์ต่อในย่านรังสีเอกซ์ อัลตราไวโอเลต และแสงที่ตามองเห็นได้อีกด้วย กล้องโทรทรรศน์ตัวนี้ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศตั้งแต่ปี 2004 เดิมทีมีแผนที่จะใช้งานเพียงแค่สองปีเท่านั้น แต่ปัจจุบันดำเนินงานมาเกิน 20 ปีเข้าให้แล้ว และนั่นหมายความว่าตัวกล้องโทรทรรศน์นี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้มีการปรับวงโคจรในระยะยาวเหมือนกับกล้องโทรทรรศน์อวกาศตัวอื่น ๆ สิ่งนี้ทำให้กล้องโทรทรรศน์อวกาศ Swift ค่อย ๆ สูญเสียความสูงจากการปะทะกับชั้นบรรยากาศอย่างต่อเนื่อง และในช่วงที่ผ่านมาการปลดปล่อยมวลสารโคโรนา (Corona Mass Ejection) ของดวงอาทิตย์ทำให้กล้องโทรทรรศน์อวกาศ Swift เผชิญแรงต้านจากชั้นบรรยากาศมากกว่าที่คาดไว้ และส่งผลให้วงโคจรถดถอยเร็วขึ้น

ตามเดิมแล้ว NASA มีแผนจะปล่อยให้กล้องโทรทรรศน์อวกาศ Swift ตกลงสู่ชั้นบรรยากาศของโลกเหมือนกับกล้องโทรทรรศน์อวกาศและดาวเทียมดวงอื่น ๆ แต่ว่า NASA มองเห็นโอกาสอันดีที่จะสาธิตเทคโนโลยีการปรับวงโคจรโดยหุ่นยนต์ของภาคเอกชน

ภาพวาดของกล้องโทรทรรศน์อวกาศสวิฟต์ ภาพจาก NASA

ทาง NASA ได้มอบหมายให้บริษัท Katalyst Space Technologies จากเมืองแฟลกสตาฟฟ์ (Flasgstaff) รัฐแอริโซนา ดำเนินภารกิจยกวงโคจรของกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Swift โดยยานอวกาศบริการซ่อมบำรุงเชิงหุ่นยนต์ของบริษัท Katalyst ตัวหุ่นยนต์จะเข้าไปจับกับกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Swift ในวงโคจรก่อนที่จะเร่งความเร็วมุ่งไปยังวงโคจรที่สูงขึ้น ปฏิบัติการนี้จะเป็นการสาธิตขีดความสามารถสำคัญต่ออนาคตของการสำรวจอวกาศ และช่วยยืดอายุการทำงานทางวิทยาศาสตร์ของภารกิจ Swift

การยกวงโคจรของกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Swift มีแผนที่จะเริ่มต้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2026 โดยระหว่างนี้ NASA จะติดตามการเปลี่ยนแปลงของวงโคจรอันมีผลจากกิจกรรมทางพื้นผิวของดวงอาทิตย์ หากวงโคจรของ Swift ไม่ต่ำเกินไปและมีความเป็นไปได้ที่จะปรับวงโคจรและภารกิจนี้เกิดขึ้นได้จริง จะทำให้กล้องโทรทรรศน์อวกาศ Swift ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ไม่ได้รับการออกแบบให้สามารถได้รับการซ่อมบำรุงในอวกาศตั้งแต่แรก กลายเป็นอุปกรณ์แรกในอวกาศที่ได้รับการปรับวงโคจรโดยหุ่นยนต์จากภาคเอกชน

ภาพวาดแขนกลของหุ่นยนต์จากบริษัท Katalyst Space Technologies ที่ยืนไปเกาะชิ้นส่วนของกล้องโทรทรรศน์อวกาศสวิฟต์เพื่อทำการปรับวงโคจรของกล้อง ภาพจาก Katalyst Space Technologies

NASA กล่าวว่าการสูญเสียระดับวงโคจรของกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Swift นี้เป็นการทำงานที่ต้องแข่งกับเวลาเนื่องจากการสูญเสียความสูงของวงโคจรในขณะนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่คาดไว้ และการใช้หุ่นยนต์ไปจับและเพิ่มวงโคจรของ Swift ก็มีความเสี่ยงที่จะล้มเหลว แต่สำหรับ NASA แล้วปฏิบัติการนี้มีต้นทุนต่ำกว่าการสร้างภารกิจใหม่เพื่อทดแทนกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Swift และยังเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมอวกาศของสหรัฐฯ ด้วย เพราะจะเป็นการขยายขีดความสามารถของเทคโนโลยีบริการดาวเทียมไปยังตลาดกลุ่มใหม่ที่กว้างขึ้น

NASA ได้มอบเงินสนับสนุนจำนวน 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้กับ Katalyst ภายใต้สัญญา Phase III ในฐานะผู้เข้าร่วมโครงการวิจัยนวัตกรรมธุรกิจขนาดเล็ก (Small Business Innovation Research หรือ SBIR) ของ NASA ที่บริหารโดยฝ่ายภารกิจเทคโนโลยีอวกาศ แนวทางนี้ทำให้ NASA สามารถดำเนินการยกวงโคจร Swift ได้ในกรอบเวลาการพัฒนาที่สั้นกว่าปกติ ซึ่งจำเป็นต่อการรับมือกับอัตราการถดถอยของวงโคจรที่รวดเร็ว

การลดระดับของวงโคจรดาวเทียมในวงโคจรโลกเป็นเรื่องปกติของดาวเทียมทุกดวง แต่หากการทดลองนี้สำเร็จมันจะช่วยทำให้โครงการอีกหลายโครงการสามารถยืดอายุการทำงานไปได้อีกมาก และนี่ยังเป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจเพราะหน่วยงานภาครัฐและเอกชนนั้นมีดาวเทียมที่อยู่ในวงโคจรอีกมากมาย การสร้างและส่งดาวเทียมดวงใหม่ขึ้นสู่วงโคจรมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการปรับวงโคจรด้วยหุ่นยนต์เหล่านี้อย่างแน่นอน และนี่จะเป็นส่วนเพิ่มขีดความสามารถในการเป็นผู้นำทางด้านอวกาศของสหรัฐฯ อีกมาก

เรียบเรียงโดย จิรสิน อัศวกุล


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS  

ที่มาข้อมูล : NASA

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

บทความที่เกี่ยวข้อง

กล้องฮับเบิลและเจมส์ เว็บบ์ร่วมสำรวจเทหวัตถุที่อยู่ห่างไกลที่สุด ณ ขอบของระบบสุริยะอวกาศ

กล้องฮับเบิลและเจมส์ เว็บบ์ร่วมสำรวจเทหวัตถุที่อยู่ห่างไกลที่สุด ณ ขอบของระบบสุริยะ

กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลและเจมส์ เว็บบ์ ได้ทำการสำรวจวัตถุพ้นดาวเนปจูน (trans-Neptunian objects หรือ TNO) ที่อยู่ห่างไกลจากโลกมากที่สุด

19 ก.ย. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
เมื่อดาวเทียมหนึ่งล้านดวง อาจกำลังรบกวนท้องฟ้ายามค่ำคืนอวกาศ

เมื่อดาวเทียมหนึ่งล้านดวง อาจกำลังรบกวนท้องฟ้ายามค่ำคืน

นับตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา ดาวเทียมในวงโคจรต่ำของโลกทวีจำนวนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มของเครือข่ายโทรคมนาคมที่มีแผนปล่อยดาวเทียมวงโคจรต่ำมากถึงหนึ่งล้านดวง สร้างความกังวลให้กับงานดาราศาสตร์ภาคพื้นว่าอาจรบกวนการศึกษาดาราศาสตร์และการดูดาวในยามค่ำคืน

18 ก.ย. 69|2 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
มหัศจรรย์ของ Voyagerอวกาศ

มหัศจรรย์ของ Voyager

เกือบ 50 ปีแล้วที่ยาน Voyager 1 และ 2 ออกเดินทางจากโลก ปัจจุบัน Voyager 1 ล่องลอยอยู่ไกลกว่า 25,000 ล้านกิโลเมตร ทำไมเทคโนโลยีจากยุค 1970 ถึงยังคงเดินทางต่อไปได้ท่ามกลางความมืดมิดของอวกาศ

17 ก.ย. 69|3 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
    NASA เปิดแผนให้บริษัทเอกชนยกวงโคจรกล้องฯ Swift | Thai PBS Sci & Tech