ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
กราฟีนและเลเซอร์ กับการต่อยอดระบบขับดัน “ยานอวกาศ” ด้วยเลเซอร์
อวกาศ

กราฟีนและเลเซอร์ กับการต่อยอดระบบขับดัน “ยานอวกาศ” ด้วยเลเซอร์

Thai PBS Sci & Tech24 เม.ย. 695 นาที24 เม.ย. 69

เรือใบสุริยะคือหนึ่งในความหวังใหม่ของมนุษยชาติในการส่งยานอวกาศเดินทางข้ามดวงดาวในช่วงชีวิตของเรา แต่การจะสร้างยานอวกาศน้ำหนักเบาขนาดเล็กที่ขับดันด้วยแสงไม่ใช่เรื่องที่ง่าย

ขนาดตัวอักษร

เรือใบสุริยะคือหนึ่งในความหวังใหม่ของมนุษยชาติในการส่งยานอวกาศเดินทางข้ามดวงดาวในช่วงชีวิตของเรา แต่การจะสร้างยานอวกาศน้ำหนักเบาขนาดเล็กที่ขับดันด้วยแสงไม่ใช่เรื่องที่ง่าย เร็ว ๆ นี้ ESA ได้ทดลองใช้เลเซอร์ผลักดันกราฟีนในสภาวะไร้น้ำหนัก และดูเหมือนว่าผลลัพธ์ของการทดลองจะมีแนวโน้มที่ดีกว่าที่คาดไว้

แสงคือหนึ่งในสิ่งที่ประหลาด มันไม่มีมวล แต่กลับมีโมเมนตัม เมื่อแสงชนเข้ากับวัตถุ มันจะไปเปลี่ยนโมเมนตัมของวัตถุนั้น ๆ ได้ นักวิทยาศาสตร์สังเกตปรากฏการณ์นี้มาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นจากก้อนดาวเคราะห์น้อยที่เปลี่ยนแปลงทิศทางวงโคจรจากแรงดันแสงดวงอาทิตย์ หรือขยะอวกาศที่ลอยคว้างมีทิศทางการเคลื่อนที่เปลี่ยนแปลงไปเมื่อสัมผัสกับแสงอาทิตย์ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะแสงจากดวงอาทิตย์เปลี่ยนแปลงโมเมนตัมของวัตถุต่าง ๆ ในอวกาศได้จริง

ในเวลาต่อมานักวิทยาศาสตร์จึงได้นำองค์ความรู้เกี่ยวกับแรงดันดวงอาทิตย์ (solar radiation pressure) มาใช้ในการขับเคลื่อนยานอวกาศ ยานอิคารอส (Interplanetary Kite-craft Accelerated by Radiation Of the Sun หรือ IKAROS) ของญี่ปุ่นได้ใช้การโต้แสงจากดวงอาทิตย์ในการเดินทางไปยังดาวศุกร์ และต่อมามีดาวเทียมขนาดเล็กมากมายเสนอและใช้แรงดันดวงอาทิตย์ในการขับเคลื่อน ส่งผลให้เกิดแนวคิดอันทะเยอทะยานคือการส่งยานอวกาศเดินทางไปยังระบบดาวอัลฟาเซนเทารี (Alpha Centauri) ด้วยยานอวกาศเรือใบที่ใช้แสงจากเลเซอร์เร่งความเร็วให้ถึง 20% ของความเร็วแสง

การใช้ยานอวกาศแบบเรือใบสุริยะเดินทางข้ามระบบดาวฤกษ์นั้น เป็นเรื่องที่ท้าทายต่อวิศวกรรมและวัสดุศาสตร์เป็นอย่างมาก เนื่องจากยานอวกาศต้องเบามากพอเพื่อให้แสงสามารถดันตัวยาน ได้แต่ก็ต้องแข็งแรงทนทานมากพอต่อการเดินทางข้ามดวงดาวที่ไกลถึงสี่ปีแสงได้

ภาพวาดการทดลองผลักดันแอโรเจลกราฟีนบนเที่ยวบินไร้น้ำหนัก ภาพจาก ESA

เมื่อเร็ว ๆ นี้องค์การอวกาศยุโรป (ESA) ได้จัดแคมเปญเที่ยวบินพาราโบลา (parabolic flight) ครั้งที่ 86 ในเที่ยวบินนี้ได้นำแอโรเจลกราฟีน (graphene aerogels) ที่มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษขึ้นไปทดสอบ เป้าหมายคือการผลักแอโรเจลกราฟีนในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วงด้วยแสงเลเซอร์ หากเป็นในสภาวะปกติบนโลก ต่อให้เราใช้แสงเลเซอร์ความเข้มมากแค่ไหนแอโรเจลก็ไม่ขยับ เนื่องจากมีแรงโน้มถ่วงและชั้นบรรยากาศของโลกต้านการเคลื่อนที่ไว้ นักวิทยาศาสตร์จึงออกแบบการทดลองในเที่ยวบินพาราโบลาให้เป็นกล่องสุญญากาศเพื่อกำจัดแรงต้านอากาศทั้งหมด และเมื่อเครื่องบินอยู่ในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วงแล้วจึงเริ่มการทดลอง

แอโรเจลที่ใช้ ทำมาจากกราฟีนน้ำหนักเบาเป็นพิเศษและมีรูพรุนสูงและด้วยสมบัติทางวัสดุศาสตร์ของกราฟีนที่แข็งแรงมาก กราฟีนแอโรลเจลจึงสามารถรักษาคุณสมบัติเชิงกลไว้ได้แม้จะมีความหนาแน่นที่ต่ำมากก็ตาม

ภาพวาดจำลองของกลุ่มยาน Starchip ยานอวกาศที่จะออกเดินทางไปยังระบบดาว Alpha Centauri ในโครงการ Breakthrough

มาร์โค ไบรบันติ (Marco Braibanti) นักวิทยาศาสตร์ประจำโครงการของ ESA ได้กล่าวว่า “แรงปฏิกิริยาที่เลเซอร์ทำต่อกราฟีนแอโรเจลนั้นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงมาก ก่อนที่คุณจะทันได้กะพริบตา แอโรเจลกราฟีนก็เกิดความเร่งมหาศาล ก่อนที่ทุกอย่างจบลงภายในเวลาเพียง 30 มิลลิวินาที” ผลลัพธ์ได้แสดงให้เห็นว่า สภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำช่วยปลดล็อกศักยภาพในการใช้แสงเพื่อขับเคลื่อนแอโรเจลกราฟีน ทั้งในแง่ของความเร็ว แรงขับ และระยะทาง

ข้อค้นพบอีกประการหนึ่งคือความสามารถในการควบคุมการขับเคลื่อนโดยการปรับแต่งลำแสง

มาร์โคยังได้กล่าวเสริมอีกว่า “ยิ่งเลเซอร์มีความแรงมากเท่าไร ความเร่งก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น พัลส์ของเลเซอร์จะกระตุ้นให้เกิดความเร่งสูงสุดอย่างฉับพลัน หลังจากนั้นแอโรเจลจะค่อยๆ เคลื่อนที่ช้าลง”

ภาพจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนเผยถึงโครงสร้างของแอร์โรลเจลกราฟีนที่ทั้งเบาและความหนาแน่นต่ำมากทำให้แสงสามารถผลักดันมันให้เคลื่อนที่ได้ ภาพจาก ESA

เทคโนโลยีการใช้เลเซอร์ผลักวัสดุแอโรเจลกราฟีนได้รับการพิสูจน์แล้วว่าทำงานในอวกาศได้จริง และไม่ได้แค่ทำได้จริงในการทดลองแต่มีศักยภาพที่จะใช้งานได้จริงพร้อมประสิทธิภาพที่น่าทึ่งอีกด้วย

เทคโนโลยีอวกาศในอนาคตอาจจะมีการนำกราฟีนมาใช้เป็นส่วนประกอบ ซึ่งรวมถึงการขับเคลื่อนด้วยเรือใบสุริยะและระบบควบคุมทิศทางด้วยแสง ของดาวเทียมขนาดเล็ก แอโรเจลรุ่นต่อไปอาจสามารถเปลี่ยนแสงจากดวงอาทิตย์ให้กลายเป็นพลังในการเคลื่อนที่ ซึ่งจะช่วยประหยัดเชื้อเพลิงที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระยะเวลาของภารกิจอวกาศ และเพิ่มพื้นที่สำหรับติดตั้งเทคโนโลยีอื่น ๆ ได้มากขึ้น เป็นการเปิดอนาคตใหม่ที่จะสามารถสร้างยานอวกาศที่ขับเคลื่อนโดยไร้เชื้อเพลิง (propellant-free propulsion) แอโรเจลกราฟีนที่เบาเป็นพิเศษคือหนึ่งในโอกาสที่เป็นไปได้ ซึ่งหากเป็นไปได้จริงและใช้แสงหรือแสงเลเซอร์ในการเคลื่อนที่ ต่อไป ดาวเทียมและยานอวกาศอาจเล็กลงและสามารถทำความเร็วได้มากขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ปัจจุบัน ESA กำลังสำรวจศักยภาพนี้ผ่านทาง Enable Topical Team ซึ่งเป็นคณะทำงานเฉพาะทางที่กำลังประเมินศักยภาพทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับวัสดุสองมิติ (2D materials) ร่วมด้วย และในอนาคตการเดินทางระหว่างดวงดาวด้วยความเร็วใกล้แสงอาจจะเกิดขึ้นจริงได้ด้วยเทคโนโลยีการขับเคลื่อนด้วยแสง

 

เรียบเรียง โดยจิรสิน อัศวกุล


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS


ที่มาข้อมูล : ESA


“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

บทความที่เกี่ยวข้อง

กล้องฮับเบิลและเจมส์ เว็บบ์ร่วมสำรวจเทหวัตถุที่อยู่ห่างไกลที่สุด ณ ขอบของระบบสุริยะอวกาศ

กล้องฮับเบิลและเจมส์ เว็บบ์ร่วมสำรวจเทหวัตถุที่อยู่ห่างไกลที่สุด ณ ขอบของระบบสุริยะ

กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลและเจมส์ เว็บบ์ ได้ทำการสำรวจวัตถุพ้นดาวเนปจูน (trans-Neptunian objects หรือ TNO) ที่อยู่ห่างไกลจากโลกมากที่สุด

19 ก.ย. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
เมื่อดาวเทียมหนึ่งล้านดวง อาจกำลังรบกวนท้องฟ้ายามค่ำคืนอวกาศ

เมื่อดาวเทียมหนึ่งล้านดวง อาจกำลังรบกวนท้องฟ้ายามค่ำคืน

นับตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา ดาวเทียมในวงโคจรต่ำของโลกทวีจำนวนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มของเครือข่ายโทรคมนาคมที่มีแผนปล่อยดาวเทียมวงโคจรต่ำมากถึงหนึ่งล้านดวง สร้างความกังวลให้กับงานดาราศาสตร์ภาคพื้นว่าอาจรบกวนการศึกษาดาราศาสตร์และการดูดาวในยามค่ำคืน

18 ก.ย. 69|2 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
มหัศจรรย์ของ Voyagerอวกาศ

มหัศจรรย์ของ Voyager

เกือบ 50 ปีแล้วที่ยาน Voyager 1 และ 2 ออกเดินทางจากโลก ปัจจุบัน Voyager 1 ล่องลอยอยู่ไกลกว่า 25,000 ล้านกิโลเมตร ทำไมเทคโนโลยีจากยุค 1970 ถึงยังคงเดินทางต่อไปได้ท่ามกลางความมืดมิดของอวกาศ

17 ก.ย. 69|3 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
    กราฟีนและเลเซอร์ กับการต่อยอดระบบขับดัน “ยานอวกาศ” ด้วยเลเซอร์ | Thai PBS Sci & Tech