ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ทำไมเราจึงเรียก “ญี่ปุ่น” ว่าเป็นมหาอำนาจด้านอวกาศ
อวกาศ

ทำไมเราจึงเรียก “ญี่ปุ่น” ว่าเป็นมหาอำนาจด้านอวกาศ

Thai PBS Sci & Tech23 พ.ค. 696 นาที23 พ.ค. 69

เมื่อกล่าวถึงมหาอำนาจด้านอวกาศ มักมีการเชื่อมโยงถึงประเทศมหาอำนาจของโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา รัสเซีย หรือจีน

ขนาดตัวอักษร

เมื่อกล่าวถึงมหาอำนาจด้านอวกาศ มักมีการเชื่อมโยงถึงประเทศมหาอำนาจของโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา รัสเซีย หรือจีน อย่างไรก็ตาม เมื่อประเมินจากขีดความสามารถทางวิศวกรรมและโครงสร้างพื้นฐานด้านอวกาศแล้ว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีภาพลักษณ์เป็นประเทศขนาดเล็ก แท้จริงแล้วนับเป็นหนึ่งในมหาอำนาจด้านอวกาศที่มีความน่าจับตามองอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมอวกาศระดับสากล

ภาพวาดของยาน MMX ที่จะเดินทางไปเก็บตัวอย่างแรกของดวงจันทร์โฟบอสของดาวอังคาร หากภารกิจสำเร็จจะทำให้ญี่ปุ่นจะเป็นชาติแรกที่สามารถส่งกลับตัวอย่างจากดาวอังคารมายังโลก ภาพจาก JAXA

การกล่าวอ้างว่าอุตสาหกรรมวิทยาศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่นสร้างขึ้นจากการสำรวจอวกาศนั้น มิใช่ข้อความที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงมากนัก เนื่องจากภายหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง ประเทศญี่ปุ่นถูกระงับการพัฒนาวิทยาการด้านการบินและจรวดทุกประเภทเป็นระยะเวลา 10 ปี จนกระทั่งช่วงปลายทศวรรษ 1950 ประเทศญี่ปุ่นจึงได้รับอนุญาตให้กลับมาศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีจรวดได้อีกครั้ง การได้รับอิสรภาพในการศึกษาวิทยาศาสตร์ขั้นสูงในครั้งนี้ ได้กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เกิดความมุ่งมั่นในการริเริ่มพัฒนาจรวดลำแรก เพื่อปฏิบัติภารกิจศึกษาชั้นบรรยากาศระดับสูง

ในห้วงเวลาเดียวกันนั้น องค์การสหประชาชาติได้ริเริ่มโครงการความร่วมมือปีธรณีฟิสิกส์สากล (International Geophysical Year) ระหว่าง ค.ศ. 1957–1958 ซึ่งเป็นความร่วมมือระดับนานาชาติในการศึกษาวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับโลกและอวกาศ ประกอบด้วยการศึกษาวิทยาศาสตร์บริเวณขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ การสำรวจชั้นบรรยากาศระดับสูง การศึกษาสนามแม่เหล็กโลก และการศึกษาสภาพอวกาศ โครงการดังกล่าวได้นำไปสู่เหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ด้านการสำรวจอวกาศ นั่นคือ การปล่อยดาวเทียมสปุตนิก 1 (Sputnik-1) เข้าสู่วงโคจร

ภาพวาดของยานฮายาบูสะสองที่กำลังจะเดินทางไปสำรวจดาวเคราะห์น้อยจิ๋ว นับว่าเป็นภารกิจแรกที่จะเดินทางไปสำรวจดาวเคราะห์น้อยที่มีขนาดเล็กกว่าหนึ่งร้อยเมตรเป็นครั้งแรก ภาพจาก JAXA

ประเทศญี่ปุ่น ในฐานะรัฐสมาชิกของปีธรณีฟิสิกส์สากล ได้ประกาศเจตนารมณ์ในการประชุมว่า จะดำเนินการสำรวจขั้วโลกใต้ ศึกษาดวงอาทิตย์ และส่งอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ขึ้นไปสำรวจชั้นบรรยากาศระดับสูงของโลกโดยใช้จรวดความเร็วเสียง (sounding rocket) การประกาศแผนการส่งอุปกรณ์สำรวจชั้นบรรยากาศระดับสูงดังกล่าวได้กลายเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาจรวดลำแรกของญี่ปุ่นที่สามารถเดินทางออกนอกชั้นบรรยากาศได้สำเร็จ ได้แก่ จรวดแคปปา (Kappa Rocket) และนำไปสู่การปล่อยดาวเทียมดวงแรกของญี่ปุ่น นามว่า โอซูมิ (Ohsumi) ในเวลาต่อมา

นับตั้งแต่วันที่ดาวเทียมดวงแรกของญี่ปุ่นเข้าสู่วงโคจรรอบโลกจวบจนปัจจุบัน โครงสร้างพื้นฐานด้านอุตสาหกรรมอวกาศของญี่ปุ่นได้มีพัฒนาการที่ก้าวหน้าเป็นอย่างยิ่ง ประเทศญี่ปุ่นมีนักบินอวกาศในสังกัดของตนเอง และเป็นส่วนหนึ่งในโครงการความร่วมมือสถานีอวกาศนานาชาติ โดยมีโมดูลคิโบะ (Kibo Module) ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการอวกาศประจำชาติบนสถานีอวกาศดังกล่าว นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังมีจรวดขนส่งดาวเทียมและยานอวกาศที่สามารถลำเลียงเสบียงขึ้นสู่สถานีอวกาศนานาชาติ รวมถึงมีศูนย์ฝึกนักบินอวกาศที่มีศักยภาพเพียงพอในการผลิตนักบินอวกาศในประเทศ ซึ่งปัจจัยทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงขีดความสามารถที่ทัดเทียมกับกลุ่มประเทศมหาอำนาจด้านอวกาศอื่น ๆ เช่น สหรัฐอเมริกา รัสเซีย และประเทศในทวีปยุโรป

ภาพของโมดูลคิโบบนสถานีอวกาศนานาชาติ ภาพจาก NASA

ยิ่งไปกว่านั้น ประเทศญี่ปุ่นยังมีขีดความสามารถในการส่งยานอวกาศไปปฏิบัติภารกิจในห้วงอวกาศลึก (deep space) อาทิ ยานอาคัตสึกิ (Akatsuki) ที่ประสบความสำเร็จในการโคจรรอบดาวศุกร์ และปฏิบัติภารกิจศึกษาดาวศุกร์จากวงโคจรได้อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายปี นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังเป็นผู้นำในหลายภารกิจที่ประสบความสำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก เช่น ภารกิจฮายาบูซะ (Hayabusa) ซึ่งสามารถเก็บตัวอย่างจากดาวเคราะห์น้อยกลับคืนสู่โลกได้เป็นครั้งแรก ตลอดจนยานอวกาศ SLIM ที่สามารถลงจอดบนดวงจันทร์ด้วยความแม่นยำสูง โดยมีอัตราความคลาดเคลื่อนจากเป้าหมายต่ำที่สุด ทำให้ได้รับการยกย่องว่าเป็นยานที่ลงจอดได้แม่นยำที่สุดในยุคปัจจุบัน ความสำเร็จเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งยืนยันถึงศักยภาพของประเทศญี่ปุ่นในการริเริ่มปฏิบัติภารกิจรูปแบบใหม่ โดยมิได้เป็นเพียงผู้ตามหลังประเทศมหาอำนาจด้านอวกาศชาติอื่นแต่อย่างใด

ในปีนี้ ภารกิจ Martian Moons eXploration (MMX) ซึ่งมีเป้าหมายในการเดินทางไปเก็บตัวอย่างจากดวงจันทร์โฟบอส (Phobos) ดวงจันทร์บริวารของดาวอังคาร จะเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญระดับเรือธง (flagship mission) ของญี่ปุ่นที่ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศ และนับเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 30 ปีที่ญี่ปุ่นจะหวนกลับไปสำรวจระบบดาวอังคารอีกครั้ง ญี่ปุ่นได้ระบุว่าภารกิจนี้คือการเก็บตัวอย่างจากระบบดาวอังคารเป็นครั้งแรก ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญที่ล้ำหน้าประเทศมหาอำนาจด้านอวกาศอื่น ๆ เช่น สหรัฐอเมริกาและยุโรป ที่อยู่ระหว่างการพยายามดำเนินภารกิจเก็บตัวอย่างจากดาวอังคารเช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้สูงที่ประเทศญี่ปุ่นจะสามารถนำส่งตัวอย่างจากดวงจันทร์โฟบอสกลับสู่โลกได้สำเร็จภายใน ค.ศ. 2031 ซึ่งอาจเร็วกว่าจีนเสียด้วยซ้ำ

นอกเหนือจากภารกิจการสำรวจอวกาศระดับเรือธง รัฐบาลญี่ปุ่นยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมอุตสาหกรรมอวกาศภายในประเทศ ผ่านการจัดตั้งกองทุนยุทธศาสตร์อวกาศ JAXA (JAXA Space Strategy Fund) ซึ่งมีงบประมาณลงทุนในอุตสาหกรรมอวกาศภายในประเทศสูงถึง 1 ล้านล้านเยน ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมอวกาศโลกเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจอวกาศแนวใหม่ (New Space Economy) ประเทศญี่ปุ่นมีความจำเป็นต้องปรับตัวสู่ระบบเศรษฐกิจรูปแบบใหม่นี้ให้ทันต่อกระแสของโลก เพื่อไว้ซึ่งสถานะผู้นำด้านอวกาศ การจัดตั้งกองทุนดังกล่าวจึงมีวัตถุประสงค์หลักในการขับเคลื่อนภาพรวมของอุตสาหกรรมอวกาศภายในประเทศ ให้มีศักยภาพในการแข่งขันบนเวทีตลาดโลกได้อย่างแท้จริง

ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาศาสตร์อวกาศและการบินอวกาศ (Institute of Space and Astronautical Science) เคยกล่าวอย่างถ่อมตนว่าญี่ปุ่นไม่ได้เป็นชาติมหาอำนาจด้านอวกาศที่สามารถทัดเทียมกับผู้นำอย่างสหรัฐอเมริกาได้ ทั้งได้องค์ความรู้ นวัตกรรม เทคโนโลยีและงบประมาณที่ลงทุนลงไป แต่ถึงอย่างนั้นหากมองกันตามภาพใหญ่แล้ว ญี่ปุ่นสามารถพัฒนาชาติของพวกเขามาได้ไกลถึงระดับนี้และมีศักยภาพ โครงสร้างพื้นฐานด้านอวกาศที่เพียบพร้อมทั้งหมด คือสิ่งที่ชาติมหาอำนาจด้านอวกาศล้วนแล้วมีทั้งสิ้น ดังนั้นในวันนี้หากเราบอกว่าญี่ปุ่นไม่ใช่ชาติมหาอำนาจด้านอวกาศก็คงเป็นสิ่งที่ไม่เป็นความจริงไปเสียทีเดียว เพราะทั้งหมดที่ญี่ปุ่นกำลังเป็นอยู่ในความเป็นจริงนั้นคือภาพของมหาอำนาจด้านอวกาศของโลกอย่างแท้จริง


เรียบเรียงโดย จิรสิน อัศวกุล
พิสูจน์อักษร ศุภกิจ พัฒนพิฑูรย์


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS  


“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech 

บทความที่เกี่ยวข้อง

กล้องฮับเบิลและเจมส์ เว็บบ์ร่วมสำรวจเทหวัตถุที่อยู่ห่างไกลที่สุด ณ ขอบของระบบสุริยะอวกาศ

กล้องฮับเบิลและเจมส์ เว็บบ์ร่วมสำรวจเทหวัตถุที่อยู่ห่างไกลที่สุด ณ ขอบของระบบสุริยะ

กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลและเจมส์ เว็บบ์ ได้ทำการสำรวจวัตถุพ้นดาวเนปจูน (trans-Neptunian objects หรือ TNO) ที่อยู่ห่างไกลจากโลกมากที่สุด

19 ก.ย. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
เมื่อดาวเทียมหนึ่งล้านดวง อาจกำลังรบกวนท้องฟ้ายามค่ำคืนอวกาศ

เมื่อดาวเทียมหนึ่งล้านดวง อาจกำลังรบกวนท้องฟ้ายามค่ำคืน

นับตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา ดาวเทียมในวงโคจรต่ำของโลกทวีจำนวนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มของเครือข่ายโทรคมนาคมที่มีแผนปล่อยดาวเทียมวงโคจรต่ำมากถึงหนึ่งล้านดวง สร้างความกังวลให้กับงานดาราศาสตร์ภาคพื้นว่าอาจรบกวนการศึกษาดาราศาสตร์และการดูดาวในยามค่ำคืน

18 ก.ย. 69|2 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
มหัศจรรย์ของ Voyagerอวกาศ

มหัศจรรย์ของ Voyager

เกือบ 50 ปีแล้วที่ยาน Voyager 1 และ 2 ออกเดินทางจากโลก ปัจจุบัน Voyager 1 ล่องลอยอยู่ไกลกว่า 25,000 ล้านกิโลเมตร ทำไมเทคโนโลยีจากยุค 1970 ถึงยังคงเดินทางต่อไปได้ท่ามกลางความมืดมิดของอวกาศ

17 ก.ย. 69|3 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
    ทำไมเราจึงเรียก “ญี่ปุ่น” ว่าเป็นมหาอำนาจด้านอวกาศ | Thai PBS Sci & Tech