NASA พบวัตถุใกล้โลก 1998 SH2 ที่เดิมเข้าใจกันว่าและจัดประเภทเป็นดาวเคราะห์น้อยมานานกว่าสองทศวรรษ แต่จากการติดตามวงโคจรอย่างแม่นยำทำให้พบว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด เพราะแท้จริงแล้ววัตถุดังกล่าวคือดาวหาง
วัตถุ 1998 SH2 ถูกค้นพบครั้งแรกในปี 1998 และได้รับการบันทึกว่าเป็นดาวเคราะห์น้อย เนื่องจากภาพถ่ายทางดาราศาสตร์ไม่เคยปรากฏร่องรอยของกลุ่มฝุ่นหรือหางที่บ่งชี้ถึงการเป็นดาวหางเลยตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา
จนกระทั่งในเดือนสิงหาคม ปี 2025 วัตถุนี้ได้โคจรเข้ามาใกล้โลกในระยะประมาณสามล้านกิโลเมตร หรือไกลกว่าดวงจันทร์สิบเท่า นักวิทยาศาสตร์ได้ใช้จานส่งสัญญาณเรดาร์สแกนเก็บข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะของดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ แต่จากการคำนวณทิศทางและการเคลื่อนที่กลับพบว่าวัตถุ 1998 SH2 ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่ควรจะเป็นตามการคำนวณ ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับทีมวิจัยเป็นอย่างมาก
เพื่อไขความข้องใจในเรื่องดังกล่าว นักวิทยาศาสตร์จึงได้ใช้กล้องโทรทรรศน์เพื่อวัดตำแหน่งและการเคลื่อนที่ของวัตถุท้องฟ้าที่มีความแม่นยำสูง ซึ่งจากการตรวจวัดและวิเคราะห์ข้อมูลพบว่าสิ่งที่ทำให้วัตถุนี้มีทิศทางการเคลื่อนที่ไม่เป็นไปตามที่คำนวณไว้ ไม่ได้เป็นผลมาจากความสัมพันธ์ที่เกิดจากแรงโน้มถ่วง (nongravitational perturbations)
จากผลการวิเคราะห์ดังกล่าว นักวิทยาศาสตร์ได้คาดการณ์ว่าสิ่งนี้สอดคล้องกับพฤติกรรมของดาวหาง เพราะเมื่อดาวหางเข้าใกล้กับดวงอาทิตย์ น้ำแข็งที่อยู่บนพื้นผิวจะเดือดและระเหิดกลายเป็นก๊าซและพ่นออกสู่อวกาศ เกิดเป็นส่วนหางของเทหวัตถุสวยงามที่เราสามารถสังเกตได้บนโลก ซึ่งก๊าซที่พ่นออกสู่อวกาศนี้สร้างแรงขับดันกับดาวหางและทำให้ทิศทางการเคลื่อนที่ของดาวหางคาดการณ์ได้ยากที่สุดในบรรดาเทหวัตถุทั้งหลาย เนื่องจากทิศทางการเคลื่อนที่ของดาวหางจะแปรเปลี่ยนตามปริมาณก๊าซที่พ่นออกมาและผลักดาวหางออกไปจากทิศทางการโคจรเดิม
1998 SH2 เป็นวัตถุที่มีลักษณะการเคลื่อนที่ที่ใกล้เคียงกับดาวหางมาก และเมื่อนักดาราศาสตร์ได้ใช้กล้องโทรทรรศน์ส่องสำรวจ ก็ได้พบกระบวนการพ่นก๊าซเหล่านี้เกิดขึ้น แต่เกิดขึ้นในปริมาณที่น้อยมากและทำให้โคมา (coma) หรือกลุ่มก๊าซและฝุ่นรอบนิวเคลียส มีความเบาบางเกินกว่าที่กล้องโทรทรรศน์ทั่วไปจะตรวจจับได้ และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่มีการตรวจพบหางของ 1998 SH2 เลย
การพบกับกลุ่มก๊าซที่อยู่ล้อมรอบของดาวหางนั้นอธิบายว่าเหตุใด 1998 SH2 จึงมีลักษณะ การเคลื่อนที่ ทิศทาง และพฤติกรรมสอดคล้องกับพฤติกรรมของดาวหาง ซึ่งนำมาสู่การเปลี่ยนประเภทของวัตถุจากดาวเคราะห์น้อยใกล้โลกเป็นดาวหาง

สิ่งที่ท้าทายที่สุดของตรวจสอบว่า 1998 SH2 นั้นเป็นดาวหางจริงหรือไม่นั้น ก็คือการต้องประสานกับเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์ทั่วทุกมุมโลกในการตรวจสอบช่วงที่ 1998 SH2 โคจรใกล้เข้ามาโลกในช่วงปี 2025 ไม่ว่าจะเป็นกล้องโทรทรรศน์แคนาดา-ฝรั่งเศส-ฮาวาย (Canada–France–Hawaii Telescope) ในรัฐฮาวาย กล้องโทรทรรศน์ของเดนมาร์ก และกล้องโทรทรรศน์ Very Large Telescope (VLT) ของหอดูดาวท้องฟ้าซีกใต้แห่งยุโรป (ESO) ในประเทศชิลี และจากการรวบรวมข้อมูลจากเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์เหล่านี้ทำให้มีหลักฐานในการยืนยันว่า วัตถุ 1998 SH2 นี้คือดาวหางจริงและมีการเปลี่ยนชื่อชั่วคราววัตถุนี้เป็น ดาวหาง P/1998 SH2
การค้นพบดาวหาง P/1998 SH2 นี้ประจวบเหมาะกับกระแสของการป้องกันดาวเคราะห์โลก (planetary defense) และการศึกษาเทหวัตถุที่เรียกว่า ดาวหางมืด (dark comet) ซึ่งเป็นดาวหางที่ไม่มีหาง ปัจจุบันมีการค้นพบดาวหางมืดแล้วกว่าสิบดวงนับตั้งแต่ปี 2016

ข้อมูลจากงานวิจัยชี้ให้เห็นว่า อาจมีดาวหางอีกหลายดวงที่แฝงตัวอยู่ในฐานข้อมูลดาวเคราะห์น้อย การทำความเข้าใจกลไกการพ่นก๊าซและการเบี่ยงเบนวงโคจร ถือเป็นข้อมูลสำคัญต่องานด้านการป้องกันภัยคุกคามจากอวกาศ เพื่อประเมินความเสี่ยงและวิวัฒนาการของวงโคจรวัตถุใกล้โลกได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
P/1998 SH2 คือหนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจในการสำรวจดาวหางมืด เนื่องจากเป็นกลุ่มของเทหวัตถุใกล้โลก ทำให้เราอาจจะสามารถสำรวจดาวหางในกลุ่มนี้ได้ง่ายกว่าการส่งยานไปสำรวจในบริเวณแถบดาวเคราะห์น้อยและด้วยพฤติกรรมที่แปลกประหลาดยากต่อการคาดเดา ทำให้ดาวหางมืดเป็นหนึ่งในเทหวัตถุที่ยากต่อการตรวจสอบสำรวจและมีความเสี่ยงที่จะเป็นภัยต่อโลกโดยไม่รู้ตัว
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
ที่มาข้อมูล : NASA
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech



