ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
พบดาวเคราะห์น้อยใกล้โลก แท้ที่จริงแล้วคือดาวหางที่แฝงตัวมา
อวกาศ

พบดาวเคราะห์น้อยใกล้โลก แท้ที่จริงแล้วคือดาวหางที่แฝงตัวมา

Thai PBS Sci & Tech12 ส.ค. 695 นาที4 ชั่วโมงที่แล้ว

NASA พบวัตถุใกล้โลก 1998 SH2 ที่เดิมเข้าใจกันว่าและจัดประเภทเป็นดาวเคราะห์น้อยมานานกว่าสองทศวรรษ แต่จากการติดตามวงโคจรอย่างแม่นยำทำให้พบว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด เพราะแท้จริงแล้ววัตถุดังกล่าวคือดาวหาง

ขนาดตัวอักษร

NASA พบวัตถุใกล้โลก 1998 SH2 ที่เดิมเข้าใจกันว่าและจัดประเภทเป็นดาวเคราะห์น้อยมานานกว่าสองทศวรรษ แต่จากการติดตามวงโคจรอย่างแม่นยำทำให้พบว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด เพราะแท้จริงแล้ววัตถุดังกล่าวคือดาวหาง

วัตถุ 1998 SH2 ถูกค้นพบครั้งแรกในปี 1998 และได้รับการบันทึกว่าเป็นดาวเคราะห์น้อย เนื่องจากภาพถ่ายทางดาราศาสตร์ไม่เคยปรากฏร่องรอยของกลุ่มฝุ่นหรือหางที่บ่งชี้ถึงการเป็นดาวหางเลยตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา

จนกระทั่งในเดือนสิงหาคม ปี 2025 วัตถุนี้ได้โคจรเข้ามาใกล้โลกในระยะประมาณสามล้านกิโลเมตร หรือไกลกว่าดวงจันทร์สิบเท่า นักวิทยาศาสตร์ได้ใช้จานส่งสัญญาณเรดาร์สแกนเก็บข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะของดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ แต่จากการคำนวณทิศทางและการเคลื่อนที่กลับพบว่าวัตถุ 1998 SH2 ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่ควรจะเป็นตามการคำนวณ ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับทีมวิจัยเป็นอย่างมาก

เพื่อไขความข้องใจในเรื่องดังกล่าว นักวิทยาศาสตร์จึงได้ใช้กล้องโทรทรรศน์เพื่อวัดตำแหน่งและการเคลื่อนที่ของวัตถุท้องฟ้าที่มีความแม่นยำสูง ซึ่งจากการตรวจวัดและวิเคราะห์ข้อมูลพบว่าสิ่งที่ทำให้วัตถุนี้มีทิศทางการเคลื่อนที่ไม่เป็นไปตามที่คำนวณไว้ ไม่ได้เป็นผลมาจากความสัมพันธ์ที่เกิดจากแรงโน้มถ่วง (nongravitational perturbations)

จากผลการวิเคราะห์ดังกล่าว นักวิทยาศาสตร์ได้คาดการณ์ว่าสิ่งนี้สอดคล้องกับพฤติกรรมของดาวหาง เพราะเมื่อดาวหางเข้าใกล้กับดวงอาทิตย์ น้ำแข็งที่อยู่บนพื้นผิวจะเดือดและระเหิดกลายเป็นก๊าซและพ่นออกสู่อวกาศ เกิดเป็นส่วนหางของเทหวัตถุสวยงามที่เราสามารถสังเกตได้บนโลก ซึ่งก๊าซที่พ่นออกสู่อวกาศนี้สร้างแรงขับดันกับดาวหางและทำให้ทิศทางการเคลื่อนที่ของดาวหางคาดการณ์ได้ยากที่สุดในบรรดาเทหวัตถุทั้งหลาย เนื่องจากทิศทางการเคลื่อนที่ของดาวหางจะแปรเปลี่ยนตามปริมาณก๊าซที่พ่นออกมาและผลักดาวหางออกไปจากทิศทางการโคจรเดิม

1998 SH2 เป็นวัตถุที่มีลักษณะการเคลื่อนที่ที่ใกล้เคียงกับดาวหางมาก และเมื่อนักดาราศาสตร์ได้ใช้กล้องโทรทรรศน์ส่องสำรวจ ก็ได้พบกระบวนการพ่นก๊าซเหล่านี้เกิดขึ้น แต่เกิดขึ้นในปริมาณที่น้อยมากและทำให้โคมา (coma) หรือกลุ่มก๊าซและฝุ่นรอบนิวเคลียส มีความเบาบางเกินกว่าที่กล้องโทรทรรศน์ทั่วไปจะตรวจจับได้ และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่มีการตรวจพบหางของ 1998 SH2 เลย

การพบกับกลุ่มก๊าซที่อยู่ล้อมรอบของดาวหางนั้นอธิบายว่าเหตุใด 1998 SH2 จึงมีลักษณะ การเคลื่อนที่ ทิศทาง และพฤติกรรมสอดคล้องกับพฤติกรรมของดาวหาง ซึ่งนำมาสู่การเปลี่ยนประเภทของวัตถุจากดาวเคราะห์น้อยใกล้โลกเป็นดาวหาง

ภาพวาดของดาวหางมืด ซึ่ง 1998 SH2 ก็นับว่าเป็นวัตถุที่อยู่ในกลุ่มนี้เช่นกันคือ มีลักษณะคล้ายดาวเคราะห์น้อยทั่วไปแต่มีไอก๊าซพวยพุ่งออกมาได้ ภาพจาก NASA

สิ่งที่ท้าทายที่สุดของตรวจสอบว่า 1998 SH2 นั้นเป็นดาวหางจริงหรือไม่นั้น ก็คือการต้องประสานกับเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์ทั่วทุกมุมโลกในการตรวจสอบช่วงที่ 1998 SH2 โคจรใกล้เข้ามาโลกในช่วงปี 2025 ไม่ว่าจะเป็นกล้องโทรทรรศน์แคนาดา-ฝรั่งเศส-ฮาวาย (Canada–France–Hawaii Telescope) ในรัฐฮาวาย กล้องโทรทรรศน์ของเดนมาร์ก และกล้องโทรทรรศน์ Very Large Telescope (VLT) ของหอดูดาวท้องฟ้าซีกใต้แห่งยุโรป (ESO) ในประเทศชิลี และจากการรวบรวมข้อมูลจากเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์เหล่านี้ทำให้มีหลักฐานในการยืนยันว่า วัตถุ 1998 SH2 นี้คือดาวหางจริงและมีการเปลี่ยนชื่อชั่วคราววัตถุนี้เป็น ดาวหาง P/1998 SH2

การค้นพบดาวหาง P/1998 SH2 นี้ประจวบเหมาะกับกระแสของการป้องกันดาวเคราะห์โลก (planetary defense) และการศึกษาเทหวัตถุที่เรียกว่า ดาวหางมืด (dark comet) ซึ่งเป็นดาวหางที่ไม่มีหาง ปัจจุบันมีการค้นพบดาวหางมืดแล้วกว่าสิบดวงนับตั้งแต่ปี 2016

Oumuamua คือหนึ่งในตัวอย่างของดาวหางมืดที่หลายคนรู้จักเนื่องจากการเปลี่ยนทิศทางระหว่างเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ของมัน ภาพจาก ESO

ข้อมูลจากงานวิจัยชี้ให้เห็นว่า อาจมีดาวหางอีกหลายดวงที่แฝงตัวอยู่ในฐานข้อมูลดาวเคราะห์น้อย การทำความเข้าใจกลไกการพ่นก๊าซและการเบี่ยงเบนวงโคจร ถือเป็นข้อมูลสำคัญต่องานด้านการป้องกันภัยคุกคามจากอวกาศ เพื่อประเมินความเสี่ยงและวิวัฒนาการของวงโคจรวัตถุใกล้โลกได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

P/1998 SH2 คือหนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจในการสำรวจดาวหางมืด เนื่องจากเป็นกลุ่มของเทหวัตถุใกล้โลก ทำให้เราอาจจะสามารถสำรวจดาวหางในกลุ่มนี้ได้ง่ายกว่าการส่งยานไปสำรวจในบริเวณแถบดาวเคราะห์น้อยและด้วยพฤติกรรมที่แปลกประหลาดยากต่อการคาดเดา ทำให้ดาวหางมืดเป็นหนึ่งในเทหวัตถุที่ยากต่อการตรวจสอบสำรวจและมีความเสี่ยงที่จะเป็นภัยต่อโลกโดยไม่รู้ตัว


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS


ที่มาข้อมูล : NASA


“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

บทความที่เกี่ยวข้อง

คืนวันแม่ (12 ส.ค. 69)!  ลุ้นชม “ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์” ทั่วไทยหากท้องฟ้าเป็นใจอวกาศ

คืนวันแม่ (12 ส.ค. 69)! ลุ้นชม “ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์” ทั่วไทยหากท้องฟ้าเป็นใจ

คืนวันแม่แห่งชาติ (12 ส.ค. 69) ไปจนถึงรุ่งเช้าของวันที่ 13 ส.ค. 69 จะเกิดปรากฏการณ์ “ฝนดาวตกวันแม่” หรือ “ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์” (Perseids Meteor Shower)

12 ส.ค. 69|3 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
ครั้งแรก! “สุริยุปราคาเต็มดวง” 12 ส.ค. นี้ เกิดขึ้นช่วงพีคของฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์พอดีอวกาศ

ครั้งแรก! “สุริยุปราคาเต็มดวง” 12 ส.ค. นี้ เกิดขึ้นช่วงพีคของฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์พอดี

จากข้อมูลนาซา (NASA) การเกิดสุริยุปราคาและจันทรุปราคามานานกว่า 5,000 ปี ครั้งนี้จะครั้งแรกในประวัติศาสตร์ทางวิทยาศาสตร์ที่มีการบันทึกไว้ ที่ “สุริยุปราคาเต็มดวง”12 ส.ค. 69 จะเกิดขึ้นช่วงพีคของฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ (Perseid Meteor Shower) พอดี

11 ส.ค. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
เข้าใจ “โรคปอด” มากขึ้น ด้วยการศึกษาคนเลี้ยงนกพิราบวิทยาศาสตร์

เข้าใจ “โรคปอด” มากขึ้น ด้วยการศึกษาคนเลี้ยงนกพิราบ

เป็นที่รู้กันว่า “นกพิราบ” เป็นพาหะนำโรคร้ายมามาสู่มนุษย์ได้หลายโรค เช่น โรคปอด แต่ถึงอย่างนั้นในหลายประเทศทั่วโลก กลับมีการเพาะพันธุ์และเลี้ยงนกพิราบเพื่อการแข่งขันหรือการประกวดซึ่งได้รับความนิยมอยู่ไม่น้อย

11 ส.ค. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →