ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

ชวนเซ็นให้คำมั่น "รักษ์อุทยานแห่งชาติ" กระตุ้นเที่ยวแบบรับผิดชอบ

สิ่งแวดล้อม
11:44
1,016
ชวนเซ็นให้คำมั่น "รักษ์อุทยานแห่งชาติ" กระตุ้นเที่ยวแบบรับผิดชอบ
ดีเดย์ปีใหม่ 2569 กรมอุทยานฯ ชวนนักท่องเที่ยวให้คำมั่น "รัก(ษ์)อุทยานแห่งชาติ" ภาคสมัครใจ กระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างอนุรักษ์และร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม เคารพกฎ-งดใช้พลาสติกครั้งเดียวทิ้ง-ไม่ให้อาหารสัตว์ป่า-ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า เทรนด์การท่องเที่ยวแบบใหม่ ที่จะมานำร่องใช้ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 โดยต้นแบบมาจากประเทศปาเลา ประเทศหมู่เกาะขนาดเล็กทางตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก ที่นักท่องเที่ยวจะให้สัตยาบัน Palau Pledge ถือเป็นส่วนหนึ่งของกฎการเข้าเมืองและการท่องเที่ยวของปาเลา เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมที่เป็นจุดเด่นของประเทศนี้ โดยจะประทับตราคำมั่นสัญญาลงบนหนังสือเดินทางตอนผ่านตรวจคนเข้าเมือง และตราประทับนี้มีข้อความสัญญาเป็น 5 ภาษา

อรรถพล บอกว่า การใช้แคมเปญดังกล่าวในแหล่งท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติของไทย จะเป็นแบบภาคสมัครใจเท่านั้น ด้วยการเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวให้สัตยาบันการท่องเที่ยว หรือการให้คำมั่นสัญญา ซึ่งจะเซ็นชื่อหรือไม่ก็ได้ว่าเข้ามาในอุทยานแห่งชาติแล้วจะดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม บางแห่งอาจใช้รูปแบบให้นักท่องเที่ยว ถือป้ายสัตยาบัน หรือบางแห่งอาจทำเป็นแบคดรอปให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูป โดยข้อความระบุว่า "ข้าพเจ้าขอให้คำมั่นด้วยใจจริงว่าจะเคารพ และปกป้องธรรมชาติ เพราะการได้รัก(ษ์)อุทยานแห่งชาติ คือการส่งต่อความอุดมสมบูรณ์สู่คนรุ่นต่อไป"

ภาพ : กรมอุทยานฯ

ภาพ : กรมอุทยานฯ

ทั้งนี้ แม้จะไม่มีรางวัลเพื่อจูงใจให้ลงสัตยาบัน แต่ในแง่การท่องเที่ยว มองว่าจะสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อนักท่องเที่ยว เพราะบ่งชี้ถึงความใส่ใจในการท่องเที่ยวของไทย โดยอาจนำร่องในแหล่งท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติทางทะเล และอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่ ที่มีการท่องเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์ ซึ่งเดิมไกด์จะต้องอธิบายเรื่องจุดเด่นของแหล่งท่องเที่ยวแล้ว รวมทั้งจะต้องบอกลูกทัวร์ให้ทราบถึงกฎ ข้อห้ามต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด และต้องรับผิด

อยากให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ตระหนักว่าทรัพยากรของเราเป็นสิ่งที่ต้องหวงแหนไว้เพื่อลูกหลาน การเข้ามาท่องเที่ยวจะต้องดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรในพื้นที่อุทยานฯ ซึ่งการให้คำมั่นสัญญานั้น ถือว่านักท่องเที่ยวต้องเคารพกติกาของเรา และพร้อมรับบทลงโทษหากฝ่าฝืน

สำหรับคำมั่นสัญญา หรือสัตยาบันร่วมใจอนุรักษ์อุทยานแห่งชาติ ระบุว่า ข้าพเจ้ามาเยือนด้วยความเคารพ และจะรักษาธรรมชาติไว้ให้คงเดิม มี 7 หัวข้อดังนี้

การจัดการขยะ แยกขยะประเภทขยะอย่างถูกต้องและทิ้งในจุดที่กำหนด หรือนำขยะกลับไปจัดการนอกพื้นที่อุทยานฯ, งดใช้วัสดุที่ทำลายสิ่งแวดล้อม ไม่นำบรรจุภัณฑ์พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งและภาชนะที่ทำด้วยโฟมเข้าสู่พื้นที่อุทยานฯ

การเคารพสัตว์ป่า ไม่ให้อาหารสัตว์ป่า และไม่กระทำการใด ๆ ที่จะเป็นการรบกวนหรือเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตามธรรมชาติของสัตว์ป่า และจะไม่นำสัตว์เลี้ยงทุกชนิดเข้าสู่พื้นที่อุทยานแห่งชาติ, การรักษาพืชพรรณและธรรมชาติ จะไม่เก็บ เด็ด ทำลาย เคลื่อนย้าย หรือขีดเขียนทรัพยากรธรรมชาติใด ๆ ให้เกิดความเสียหาย, คำนึงถึงความปลอดภัย จะทำกิจกรรมในเส้นทางและพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่กำหนดไว้เท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของตนเองและป้องกันการรบกวนธรรมชาติที่เปราะบาง

ร่วมสร้างและแบ่งปันประสบการณ์ที่ดี จะไม่ส่งเสียงดัง หรือกระทำการอันรบกวนผู้อื่น รวมถึงงดสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์/ของมึนเมา และเคารพกฎหมาย จะปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่อุทยานแห่งชาติอย่างเคร่งครัด หากฝ่าฝืนยินดีรับบทลงโทษตามที่กำหนดไว้

ข้อมูลจากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช รายงานการจัดเก็บรายได้จากค่าธรรมเนียมการเข้าใช้บริการอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศในปีงบประมาณ พ.ศ.2568 (ต.ค. 2567-ก.ย.2568) สูงถึง 2,208 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2567 ถึง 8,399,101.87 บาท

ภาพ : อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย

ภาพ : อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย

สำหรับอุทยานแห่งชาติที่สร้างรายได้สูงสุด 10 อันดับแรกในปีงบประมาณ 2568 ได้แก่ อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี 648 ล้านบาท, อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน 197 ล้านบาท, อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ 138 ล้านบาท, อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ 131 ล้านบาท, อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด 121 ล้านบาท, อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา 115 ล้านบาท, อุทยานแห่งชาติเขาสก 99 ล้านบาท, อุทยานแห่งชาติเอราวัณ 93.7 ล้านบาท, อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง 45.3 ล้านบาท, อุทยานแห่งชาติตะรุเตา 37.8 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 กรมอุทยานแห่งชาติฯ ยกเว้นค่าธรรมเนียมเข้าพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวในสังกัด ทส.ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 31 ธ.ค.2568 – 4 ม.ค.2569 ให้คนไทยเข้าฟรียาวติดต่อถึง 5 วัน โดยครอบคลุมอุทยานแห่งชาติ 133 แห่ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตห้ามล่าสัตว์ป่า 160 แห่ง ป่านันทนาการและป่าในเมือง 9 แห่ง สวนสัตว์ 7 แห่ง (สำหรับเยาวชน อายุไม่ถึง 12 ปี หรือความสูงไม่เกิน 135 ซม. และผู้สูงอายุ 60 ปี ขึ้นไป) พิพิธภัณฑ์ซากดึกดำบรรพ์ธรณีวิทยาและธรรมชาติวิทยา 5 แห่ง สวนพฤกศาสตร์ 5 แห่ง และศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

อ่านข่าว :

เช้านี้ 1 ม.ค.69 กทม. ค่าฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐาน 68 พื้นที่

ประชาชนทำบุญรับปีใหม่ 2569 ที่วัดสระเกศ

ประมวลบรรยากาศเฉลิมฉลองปีใหม่ 2026 จากทั่วโลก

รมว.กลาโหม ขอบคุณทหารเสียสละปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตย