วันนี้ (8 ม.ค.2569) ปฏิบัติการของสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับเวเนซุเอลา ส่อแววยกระดับสถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้นไปอีกขั้น หลังจากล่าสุด สหรัฐฯ จับมือชาติยุโรป ไล่ล่าและบุกยึดเรือบรรทุกน้ำมัน "มาริเนรา" ที่ติดธงชาติรัสเซีย และ "M Sophia" ที่ติดธงชาติปานามา
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลว่าจะจุดชนวนความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจโลก โดย โดนัลด์ ทรัมป์ ปธน.สหรัฐฯ ประกาศกร้าวว่าไม่กลัวที่จะเดินหน้ายึดเรือบรรทุกน้ำมันที่สหรัฐฯ คว่ำบาตร แม้จะมีความกังวลว่า การดำเนินการดังกล่าวอาจจุดชนวนความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซียและจีนให้ทวีความรุนแรงมากขึ้นก็ตาม
สื่อทางการรัสเซียอย่าง RT เผยแพร่ภาพถ่ายจากบนเรือ "มาริเนรา" ขณะที่เรือของกองทัพสหรัฐฯ และเฮลิคอปเตอร์กำลังไล่ตาม ก่อนที่เจ้าหน้าที่ชายฝั่งและหน่วยรบพิเศษสหรัฐฯ จะบุกยึดเรือได้บริเวณน่านน้ำระหว่างไอซ์แลนด์กับสกอตแลนด์เมื่อวานนี้ (7 ม.ค.) ในภารกิจที่สหรัฐฯ ขอรับการสนับสนุนจากกองทัพอังกฤษ โดยอังกฤษช่วยส่งอากาศยานสอดแนมและเรือสนับสนุนเข้าให้ความช่วยเหลือ
ถือเป็นครั้งแรกที่กองทัพสหรัฐฯ พยายามยึดเรือที่ติดธงชาติรัสเซีย ท่ามกลางความกังวลถึงการเผชิญหน้าของ 2 มหาอำนาจโลก โดยภารกิจนี้ของสหรัฐฯ เกิดขึ้นระหว่างที่รัสเซียเองก็ส่งเรือดำน้ำและเรือรบเข้าใกล้ เพื่ออารักขาเรือ "มาริเนรา" ด้วยเช่นกัน
สำหรับเรือ "M Sophia" ทางการสหรัฐฯ เผยแพร่ภาพทหารอเมริกันโรยตัวลงจากเฮลิคอปเตอร์ และบุกขึ้นเรือบริเวณใกล้ชายฝั่งอเมริกาใต้เมื่อวานนี้ (7 ม.ค.) โดยกองบัญชาการภาคใต้ของสหรัฐฯ ระบุว่า เรือลำนี้เป็นเรือที่ถูกคว่ำบาตร ซึ่งหน่วยยามชายฝั่งสหรัฐฯ กำลังนำทางเรือกลับไปยังสหรัฐฯ
มีรายงานว่า เรือลำนี้บรรทุกน้ำมันประมาณ 2,000,000 บาร์เรล จากเวเนซุเอลาเมื่อปลายเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว และถือเป็นส่วนหนึ่งของกองเรือบรรทุกน้ำมันจากเวเนซุเอลา ซึ่งมีปลายทางส่งออกไปที่จีน ขณะที่เมื่อเดือน ส.ค.2568 เรือลำนี้ก็เพิ่งขนน้ำมันจากเวเนซุเอลาไปมาเลเซียด้วย
นับตั้งแต่ทรัมป์สั่งปิดล้อมเพื่อสกัดเรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตรในการเข้าออกเวเนซุเอลาเมื่อ ธ.ค.2568 สหรัฐฯ ก็บุกยึดเรือไปแล้วอย่างน้อย 4 ลำ เริ่มจากเรือ Skipper ถูกยึดเมื่อวันที่ 10 ธ.ค.2568 ตามมาด้วย Centuries ซึ่งในระหว่างนั้น สหรัฐฯ ก็พยายามติดตามเรือ "มาริเนรา" ด้วย ที่เดิมใช้ชื่อ Bella 1 และติดธงชาติกายอานา
ตอนนั้น สหรัฐฯ ถูกปฏิเสธไม่ให้ขึ้นเรือ ก่อนที่เรือจะเปลี่ยนเส้นทางมุ่งหน้าสู่แอตแลนติก เปลี่ยนชื่อ และเปลี่ยนธงชาติกลางทะเล ซึ่งตามปกติจะไม่ค่อยทำกัน และเชื่อว่า ที่ทำแบบนี้ก็เพื่อให้ได้รับการปกป้องจากรัสเซีย โดยนับตั้งแต่ Skipper ถูกยึดเป็นลำแรก มีรายงานว่ามีเรือบรรทุกน้ำมันเปลี่ยนธงไปแล้ว 19 ลำ
สหรัฐฯ ระบุว่า ทั้งเรือ "มาริเนรา" และ "M Sophia" เป็นส่วนหนึ่งของกองเรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกเรียกว่า กองเรือเงา หรือ กองเรือผี ซึ่งถูกใช้ขนส่งน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตรจากรัสเซีย อิหร่าน และเวเนซุเอลา ไปขายยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก โดยลูกค้าหลักคือ จีนและอินเดีย
การลักลอบขนส่งน้ำมันหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร มีมานานแล้ว แต่สถานการณ์รุนแรงมากขึ้น นับตั้งแต่รัสเซียบุกโจมตียูเครนเมื่อปี 2565 ซึ่งทำให้ชาติตะวันตกคว่ำบาตรพลังงานรัสเซีย โดย S&P Global ระบุว่า ปัจจุบัน รัสเซียมีกองเรือเงามากที่สุด ถึง 561 ลำ น้ำหนักบรรทุกรวมเกือบ ๆ 50 ล้านตัน
อิหร่านมี 170 ลำ ซึ่งในจำนวนนี้เป็นเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่มากกว่า 200,000 ตัน มากถึง 86 ลำ ขณะที่เวเนซุเอลามี 54 ลำ แต่จุดที่น่าสังเกตคือ เรือที่ไม่มีสังกัด เพิ่มจำนวนมากขึ้นในยุคที่ธุรกิจลักลอบขนน้ำมันละเมิดมาตรการคว่ำบาตรกำลังเฟื่องฟู
ปัจจุบัน ธุรกิจลักลอบขนน้ำมันครอบครองกองเรือบรรทุกน้ำมันเกือบ 1 ใน 5 ของทั้งโลก โดยรัสเซียใช้กองเรือเงาขนส่งน้ำมันมากที่สุด ประมาณวันละ 3,300,000 บาร์เรล ในจำนวนนี้เกือบครึ่งหนึ่งถูกส่งไปยังอินเดีย ก่อนที่ตัวเลขจะลดลง หลังทรัมป์ขู่ตั้งกำแพงภาษีประเทศที่ซื้อน้ำมันรัสเซีย
ขณะที่จีนเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน ซึ่งผลิตน้ำมันดิบมากกว่า 3,000,000 บาร์เรล/วัน โดยจะขนส่งน้ำมันผ่านบริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนที่จะส่งต่อไปที่จีน อย่างบริษัทเจ้าของเรือ "มาริเนรา" ที่ถูกยึด สหรัฐฯ ระบุว่า บริษัทนี้เชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน หรือ IRGC และถูกกระทรวงการคลังคว่ำบาตรเมื่อปี 2567 หลังถูกกล่าวหาว่า ขนส่งของในนามของกองกำลังคุดส์ ที่สนับสนุนกลุ่มฮูตีในเยเมน และเฮซบอลเลาะห์ในเลบานอน
ประเมินจากการยึดเรือ "มาริเนรา" ดูเหมือนว่าผู้นำสหรัฐฯ จะพร้อมชนกับทุกประเทศที่รุกล้ำเขตอิทธิพลและผลประโยชน์อเมริกัน ในขณะที่รัสเซียกลับเลือกเดินเกมลดแรงปะทะ โดยระบุว่า เรือลำดังกล่าวได้รับอนุญาตชั่วคราวให้ติดธงชาติรัสเซียได้ แต่หมากกระดานนี้ต้องดูกันยาว ๆ ด้วย ว่า ในที่สุดแล้ว จีนจะเข้ามาเป็นตัวแปรร่วมด้วยหรือไม่
อ่านข่าวอื่น :
ทำไม "กรีนแลนด์" ถึงสำคัญ มุมมองยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ในยุค "ทรัมป์"
วิกฤตคลื่นความร้อน ออสเตรเลียเตือนภัยเสี่ยงสูงสุด "ไฟป่าระดับหายนะ"
ถ้า "ทรัมป์" ได้ครอบครองน้ำมันเวเนซุเอลา "โลก" จะเผชิญอะไรบ้าง ?











