ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

ป.ป.ช.ตรวจสอบคนอื่น "ทุจริต" ตัวเองควรต้องใส "สะอาด" เสียก่อน

อาชญากรรม
10:41
801
ป.ป.ช.ตรวจสอบคนอื่น "ทุจริต" ตัวเองควรต้องใส "สะอาด" เสียก่อน
อ่านให้ฟัง
07:49อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)

เริ่มศักราชใหม่ 2569 เพียงไม่กี่วัน เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ออกแถลงการณ์ปมกรรมการบางคนเอี่ยวคดีสินบน ใจความสำคัญระบุว่า “พวกเราข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ไม่ต้องการเห็นองค์กรเดินซ้ำรอยบาดแผลในอดีต จากคดีที่ถูกตั้งคำถามเรื่อง ก้าวก่าย แทรกแซง และการใช้ดุลพินิจที่ทำให้องค์กรเสื่อมเสีย ซึ่งยังคงเป็นรอยด่างบนใบหน้าของ ป.ป.ช. มาจนถึงวันนี้ เช่น กรณีคดีนาฬิกาหรู”

ดังนั้น พวกเราจึงขอเรียกร้องอย่างตรงไปตรงมาว่า กรรมการ ป.ป.ช. ที่ตกอยู่ภายใต้ข้อกล่าวหาดังกล่าว ควรลาออกจากตำแหน่งโดยความสมัครใจ เพื่อปกป้ององค์กร รักษาศรัทธาของประชาชน และยืนยันว่า ป.ป.ช. ยึดมั่นในความถูกต้อง ไม่หน้าด้_นเหมือนนักการเมือง และยังเคารพศักดิ์ศรีของตุลาการอย่างแท้จริง

ข้อความข้างต้น ถือเป็นการแสดงจุดยืนครั้งแรกและ “ครั้งสำคัญ” ที่เคยเกิดขึ้นภายในสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อขอให้ กรรมการ ป.ป.ช. ลาออกจากตำแหน่งโดยสมัครใจ หลังถูกกล่าวหารับ “สินบน” เป็นทองคำแท่ง จาก  “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีต รอง ผบ.ตร. โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นสะท้อนให้เห็นถึงความไม่พอใจในพฤติกรรมที่ไม่สุจริตและนับเป็นการกระทำที่ร้ายแรง

ศ.พิเศษ วิชา มหาคุณ คณบดีและผู้อำนวยการหลักสูตรนิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ในฐานะอดีตคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ในประเด็นดังกล่าวกับ โต๊ะข่าวอาชญากรรม ไทยพีบีเอส ไว้อย่างน่าสนใจ

 “กรรมการป.ป.ช. ถูกกล่าวหาว่า ประพฤติทุจริต ถือเป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรง มีโทษความผิดเทียบเท่า ประหารชีวิต” อดีตกรรมการ ป.ป.ช. เปิดบทสนทนา

ในฐานะที่ ป.ป.ช. เป็นหน่วยงานที่ต้องพิจารณาชี้ขาดหรือชี้มูลความผิดว่าใครทุจริต อาจารย์วิชา บอกว่า ดังนั้นก่อนที่ ป.ป.ช.จะทำหน้าที่ตรวจสอบบุคคลอื่น ตัวเองจะต้องใสสะอาดเสียก่อน แต่เมื่อคนภายในองค์กรกลับมีพฤติกรรมหรือการกระทำที่สวนทาง และถูกตั้งกล่าวหาที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชน แม้ศาลยังไม่ได้ตัดสิน แต่หากประชาชนเกิดความรู้สึกเคลือบแคลงใจ ผู้นั้นก็เห็นสมควรที่จะลาออกจากตำแหน่งด้วยความสมัครใจ เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบโปร่งใส

โดยการตรวจสอบ กรรมการ ป.ป.ช.ที่ถูกกล่าวหาทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ สามารถทำได้ตามมาตรา 236 โดยมีขั้นตอนให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือ สมาชิกของทั้ง 2 สภาจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา หรือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 20,000 คน มีสิทธิลงชื่อกล่าวหา ตามมาตรา 234 (1) โดยยื่นต่อประธานรัฐสภาพร้อมด้วยหลักฐานตามสมควร

และหากประธานรัฐสภาเห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำตามที่ถูกกล่าวหา ให้ประธานรัฐสภาเสนอเรื่องไปยังประธานศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง  เพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระจากผู้ซึ่งมีความเป็นกลางทางการเมืองและมีความชื่อสัตย์สุจริต 7 คน โดยระหว่างกระ บวนการพิจารณา กรรมการ ป.ป.ช. ผู้ถูกกล่าวหา  จะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้  ส่วนการตรวจสอบด้านจริยธรรม ศาลฎีกาจะเป็นผู้พิจารณา

แม้ที่ผ่านมาการทำงานของ ป.ป.ช. จะถูกตั้งข้อกังขาว่าคดีที่เข้าสู่การพิจารณาของ ป.ป.ช.แล้ว มักไม่ค่อยมีความคืบหน้า และบางคดีอาจลาช้าหรือเงียบหาย ในฐานะอดีต ศ.พิเศษวิชา ยอมรับว่า ไม่เกินจริง เนื่องจากบางคดีต้องใช้เวลาตรวจสอบนานมากกว่า 2 ปี เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด แต่ในช่วงระหว่างทางของการตรวจสอบ ถือเป็นช่วงเวลาที่ให้ผู้ถูกกล่าวหาได้หาหนทางรอดให้กับตัวเอง

หรือหมายความว่าหาก ป.ป.ช. ใช้เวลาตรวจสอบคดีนานเท่าไหร่ พยาน  หลักฐาน สภาพแวดล้อมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องก็อาจจะเลือนรางไปตามกาลเวลา จนทำให้ความจริงบางเรื่องไม่สามารถพิสูจน์ได้หรือบิดเบือนไปจากความจริง  จนท้ายที่คดีก็อาจถูกตัดสินอย่างเงียบๆและถูกผู้คนหลงลืม

“ยอมรับว่า การตรวจสอบที่ล่าช้า ก็เปรียบเทียบเท่ากับความอยุติธรรม เสมือนเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาได้มีเวลาวิ่งเต้นหาหนทางรอด”

ข้อมูลจากสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยจำนวนคดีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติรับเรื่องไว้ดำเนินการเองมีจำนวน 3,388 เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นคำข้อกล่าวหาที่เกิดเหตุในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 มากที่สุด จำนวน 1,091 เรื่อง รองลงมาเป็นคำกล่าวหาที่เกิดเหตุในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จำนวน 1,060 เรื่อง และคำกล่าวหาที่เกิดเหตุในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จำนวน 397 เรื่อง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเภทคำกล่าวหาการจัดตัดซื้อจัดจ้าง 1,451 เรื่อง

รองลงมาคำกล่าวหาเรื่องปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ 617 เรื่อง , ยักยอก/เบียดบังทรัพย์สินของราชการ 235 เรื่อง, เรียกรับสินบน 221 เรื่อง, ร่ำรวยผิดปกติ 125 เรื่อง และอื่นๆ

ขณะที่ ดัชนีการรับรู้การทุจริตประจำปี 2567 พบว่า ประเทศไทย ได้ 34 คะแนน จัดอยู่ในอันดับที่ 107 จาก 180 และอยู่ในอันดับที่ 5 ของกลุ่มประเทศอาเซียน

 

รายงานโดย: กัญญารัตน์ เรือนใจ ผู้สื่อข่าวอาชญากรรม ไทยพีบีเอส

คุมเข้มเดินเรือ ชม "ฉำฉากลางน้ำ" หลังเหตุเรือนักท่องเที่ยวชนกัน

"หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส" ยกเลิกประกาศ "เคอร์ฟิว" แล้ว

เปิดขั้นตอนใช้บริการ "7 หน่วยนวัตกรรม" ทางเลือกเสริมบัตรทอง รูปแบบใหม่