ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

หาคำตอบ ทำไมเช้าวันนี้ (16 ม.ค.) ท้องฟ้า กทม. ถึงดูขมุกขมัว

สิ่งแวดล้อม
11:43
1,200
หาคำตอบ ทำไมเช้าวันนี้ (16 ม.ค.) ท้องฟ้า กทม. ถึงดูขมุกขมัว
อ่านให้ฟัง
08:49อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)

เช้าวันนี้ (16 ม.ค.2569) หลายคนที่ตื่นเช้าเตรียมออกไปทำงานหรือทำกิจกรรมนอกบ้าน อาจต้องชะงักกับภาพตรงหน้า เมื่อสภาพอากาศดูขมุกขมัวผิดปกติ ขณะขับรถออกจากบ้านแทบมองไม่เห็นตึกหรือบ้านเรือน แม้ช่วงสายหมอกและฝุ่นจะเริ่มเบาบางลง แต่ทัศนวิสัยโดยรวมยังถือว่าไม่ดีนัก

ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ประจำวันที่ 16 ม.ค. 2569 เวลา 07.00 น. พบเกินค่ามาตรฐานทุกเขต และอยู่ในระดับสีแดง 2 พื้นที่ ได้แก่ เขตบางรัก 75.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) และ เขตลาดกระบัง 75.5 มคก.ต่อ ลบ.ม. (ค่ามาตรฐาน 37.5 มคก./ลบ.ม.)

กรุงเทพมหานครจึงแนะนำประชาชนทั่วไป สวมหน้ากากป้องกัน PM 2.5 ทุกครั้งเมื่อออกนอกอาคาร และจำกัดกิจกรรมกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ส่วนกลุ่มเสี่ยงควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง และพบแพทย์ทันทีหากมีอาการผิดปกติ

ขณะเดียวกัน การคาดการณ์สภาพอากาศ ในช่วงวันที่ 16–24 ม.ค. 2569 การระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์อ่อน ประกอบกับลมอ่อนและหมอกในช่วงเช้า ทำให้ฝุ่นมีแนวโน้มยังคงเกิน มาตรฐานในหลายพื้นที่ ขณะนี้ยังไม่พบจุดความร้อนหรือการเผาในพื้นที่กรุงเทพฯ จากการตรวจสอบข้อมูลดาวเทียมของ NASA

ทั้งนี้ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศผ่านแอปพลิเคชัน AirBKK และ Air4Thai ก่อนออกจากบ้าน และหากพบแหล่งกำเนิดมลพิษ สามารถแจ้งเบาะแสผ่าน Traffy Fondue ได้ทันที

แล้วเหตุใดในช่วงนี้สภาพอากาศจึงเป็นเช่นนี้ หลายคนอาจกำลังตั้งคำถาม ชวนมาหาคำตอบไปพร้อมกัน

อ่านข่าว : โลกร้อน + ฝุ่น PM 2.5 กระทบเหล่า "แมลง" ตัวจิ๋ว แค่ไหน

อธิบดีกรมอุตุฯ เผยปัจจัยทำให้ฝุ่น PM 2.5 หนาแน่น

น.ส.สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวถึงปัจจัยที่ที่ส่งผลให้พื้นที่ กทม.และปริมณฑล มีฝุ่น PM2.5 หนาแน่น ว่า ในช่วงเช้ามืด สิ่งที่เห็นจะเป็นการผสมกันระหว่าง "หมอก" และ "มลพิษในอากาศ" หรือที่เรียกว่า "Smog" (หมอกควัน) ขณะที่ ช่วงสาย เมื่อมีแสงแดดและหมอกจางลง แต่ยังคงเห็นลักษณะ "ฟ้าหลัว" อยู่ นั่นคือลักษณะของมลพิษทางอากาศหรือฝุ่น ซึ่งจะสอดคล้องกับค่าฝุ่นในแอปพลิเคชันที่จะพุ่งสูงขึ้นในช่วงสาย

ปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็น เริ่มมีกำลังอ่อนลงจะทำให้กระแสลมที่พัดปกคลุมมีกำลังอ่อนหรือสงบลง โดยเฉพาะในช่วงเช้า ทำให้ฝุ่นละอองไม่สามารถถูกพัดพาออกจากพื้นที่ได้

ประกอบกับ เพดานการลอยตัวต่ำ แม้มวลอากาศเย็นจะอ่อนกำลังลง แต่ในชั้นบรรยากาศระดับบนยังมีความหนาวเย็นอยู่ เพราะฉะนั้นก็จะกดทับไว้ ไม่ให้ฝุ่นลอยตัวขึ้นไปในระดับสูงได้ ฝุ่นจึงถูกกักอยู่ในระดับล่าง ฉะนั้นช่วงนี้จึงยังคงต้องเผชิญกับฝุ่น PM 2.5 หลายวันติดต่อกัน ขณะที่ ในระยะนี้ยังไม่มีสัญญาณของลมที่แรงพอ หรือปริมาณฝนที่มากพอจะมาช่วยชะล้างฝุ่นละอองออกไปจากบรรยากาศได้ ก็คงจะต้อง เผชิญกับฝุ่น PM 2.5 อย่างน้อยก็เป็นสัปดาห์

อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้ค่าฝุ่นโดยมีสาเหตุที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ ทั้งจากปัจจัยด้าน สภาพอากาศ การจราจร และการปล่อยมลพิษจากภาคอุตสาหกรรม ในพื้นที่ต่างจังหวัด ปัจจัยสำคัญคือ "การเผา" ซึ่งพบจุดความร้อน (Hotspot) เพิ่มมากขึ้นในช่วงนี้

อธิบดีกรมอุตุฯ เปรียบเทียบบรรยากาศในช่วงนี้ว่าเหมือนกับ "ฟองน้ำที่อิ่มตัวแล้ว" หากไม่มีการลดกิจกรรมการเผาลง ทำให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

ทำไมเช้าวันนี้ฟ้าดูขมุกขมัว ทั้งที่ค่า PM 2.5 ลดลง

ด้าน กรมควบคุมมลพิษ ได้ อธิบาย สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล วันนี้ (16 ม.ค.69) เวลา 7.00 น. ตรวจวัดได้ 37.3 - 81.2 มคก./ลบ.ม ลดลงกว่าเมื่อวานนี้ (15 ม.ค.69) เวลาเดียวกัน ตรวจวัดได้ 38.5 - 95.8 มคก./ลบ.ม. แต่ทำไมเช้าวันนี้ฟ้าดูขมุกขมัวกว่าเมื่อวานนี้ แม้ว่าช่วงเช้าวันนี้หลายพื้นที่ของประเทศไทย ค่า PM 2.5 จะลดลงจากวันก่อนหน้า แต่ในหลายพื้นที่ยังคงสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน และหลายคนอาจสังเกตเห็นว่าท้องฟ้าดูขมุกขมัว มองเห็นไม่ชัด

สาเหตุสำคัญมาจาก ความชื้นในอากาศช่วงเช้าสูงมาก โดยเช้าวันนี้เวลา 07.00 น. กรุงเทพมหานครมีความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ยสูงถึง ประมาณ 88% เมื่ออากาศมีไอน้ำและเกิดการควบแน่นจะกลายเป็น หมอก ใกล้ผิวพื้น และเมื่อหมอกนี้ไปรวมกับฝุ่นละอองที่ยังคงสะสมอยู่ในบรรยากาศ จะยิ่งทำให้ดูขุ่นมัวและทัศนะวิสัยแย่ลง

อย่างไรก็ตาม ในช่วงสายถึงกลางวัน เมื่อแสงแดดแรงขึ้น อุณหภูมิสูงขึ้น หมอกจะค่อย ๆ ระเหยไป ทำให้ทัศนวิสัยดีขึ้น และบรรยากาศดูโปร่งมากขึ้นกว่าช่วงเช้า

ความชื้นสัมพัทธ์ คืออะไร

ความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศเป็นอัตราส่วนของจำนวนไอน้ำที่มีอยู่ในอากาศ ต่อจำนวนไอน้ำที่อาจมีได้จนอิ่มตัวเต็มที่ในอากาศเดียวกันนั้น ความชื้นสัมพัทธ์จึงกำหนดเป็นเรือนร้อย โดยให้จำนวนความชื้นที่อิ่มตัวเต็มที่เป็น 100 ส่วน

ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตร้อนใกล้เส้นศูนย์สูตร จึงมีอากาศร้อนชื้นปกคลุมเกือบตลอดปี เว้นแต่บริเวณที่อยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดิน ตั้งแต่ภาคกลางขึ้นไปความชื้นสัมพัทธ์จะลดลงชัดเจน ในช่วงฤดูหนาวและฤดูร้อน โดยเฉพาะฤดูร้อน จะเป็นช่วงที่ความชื้นสัมพัทธ์ลดลงต่ำสุดในรอบปี ในบริเวณดังกล่าวมีความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ยตลอดปี 72-74 เปอร์เซ็นต์ และจะลดลงเหลือ 62-69 เปอร์เซนต์ในช่วงฤดูร้อน

สถิติความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ย ( % ) ของประเทศไทยในช่วงฤดูกาลต่างๆ

วิธีแยก "หมอก" หรือ "ฝุ่น PM 2.5"

นอกจากนี้ยัง กรมอุตุนิยมวิทยา ยังมีข้อแนะนำ ถึงวิธีการที่จะแยก "หมอก" หรือ "ฝุ่น PM 2.5" มาด้วย

  • หมอก คือ ละอองน้ำเล็กๆ ที่ลอยใกล้พื้นดิน เกิดจากไอน้ำในอากาศเย็นตัวลงจนถึงจุดน้ำค้าง ทำให้ควบแน่นเป็นหยดน้ำเหมือนเมฆที่อยู่ระดับต่ำมาก เมื่ออยู่ในหมอกจะรู้สึกเย็นและมีน้ำเกาะผิวหนัง มักเกิดช่วงเช้า และจะค่อยๆจาง เมื่ออากาศอุ่นขึ้น
  • ฝุ่น PM2.5 คือ ฝุ่นขนาดเล็กมากจนมองไม่เห็น เมื่อสะสมมาก จะทำให้อากาศขุ่นมัวคล้ายหมอกควัน เกิดจากการเผาไหม้ต่างๆ เช่น ควันรถ การเผาทางการเกษตร โรงงานอุตสาหกรรม เมื่อสูดดมอาจทำให้ ไอ คันคอ แสบจมูก ระคายเคืองผิวหนัง และสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดทั้งวันทุกช่วงเวลา

สุดท้ายในสถานการณ์ที่สภาพอากาศฝุ่น PM 2.5 เยาะมากในช่วงนี้ ออกจากบ้านไปทำงานก็อย่าลืม สวมหน้ากากป้องกันตนเอง และดูแลสุขภาพตัวเองให้แข็งแรง

อ้างอิงข้อมูล : กรมอุตุนิยมวิทยา, กรมควบคุมมลพิษ, กรุงเทพมหานคร