ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

เส้นทาง "ประภัสร์ จงสงวน" จากผู้ว่าฯ รฟม. สู่แคนดิเดตนายกฯ คนที่ 3 พรรคโอกาสใหม่

การเมือง
09:00
1,054
เส้นทาง "ประภัสร์ จงสงวน" จากผู้ว่าฯ รฟม. สู่แคนดิเดตนายกฯ คนที่ 3 พรรคโอกาสใหม่
อ่านให้ฟัง
05:38อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
"ประภัสร์ จงสงวน" อดีตผู้ว่าการ รฟท. และผู้อำนวยการ รฟม. วัย 70 ปี ก้าวสู่แคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 3 พรรคโอกาสใหม่ ในการเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 ชูวิสัยทัศน์เทคโนแครตด้านคมนาคมและก่อสร้างยั่งยืน แก้ปัญหาอุบัติเหตุ น้ำท่วม และ ฝุ่น PM2.5

"ประภัสร์ จงสงวน" เกิดเมื่อวันที่ 18 พ.ค.2498 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรของนายสุพจน์และนางส่งศรี จงสงวน เติบโตขึ้นบนเส้นทางกฎหมายและบริหารจัดการ หลังสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจาก รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ประภัสร์เข้าศึกษาต่อที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จนได้รับปริญญาตรีในปี พ.ศ.2521 จากนั้น เดินทางไปศึกษาปริญญาโทสาขาอาชญวิทยา ณ California State University สหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ.2524

เส้นทางการทำงานของประภัสร์เริ่มต้นด้วยบทบาทนักกฎหมายที่สำนักงาน ดร.อุกฤษ มงคลนาวิน ซึ่งส่วนใหญ่รับผิดชอบคดีที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ความเชี่ยวชาญนี้เปิดโอกาสให้เขาเข้าร่วมกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ในตำแหน่งนิติกรตั้งแต่ปี พ.ศ.2528 ตามคำชวนของอัยการจุลสิงห์ วสันตสิงห์

หนึ่งในผลงานเด่นคือ การช่วยให้ กทพ. บอกเลิกสัญญาโครงการรถไฟฟ้าลาวาลิน โดยป้องกันการฟ้องร้องจากเอกชนคู่สัญญา ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการเจรจาและปกป้องผลประโยชน์สาธารณะ ต่อมาในปี พ.ศ. 2537 ถูกทาบทามไปเป็นคณะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลชวน หลีกภัย ก่อนกลับสู่ กทพ. และขึ้นสู่รองผู้ว่าการฝ่ายกฎหมายและจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน จนถึงปี พ.ศ.2540

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ ประภัสร์ ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการองค์การรถไฟฟ้ามหานคร (รฟม.) ในวัยเพียง 42 ปี รับผิดชอบโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้ามหานคร สายสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าใต้ดินสายแรกของประเทศไทย เขาดำรงตำแหน่งนี้ยาวนานถึงปี พ.ศ.2551 บุกเบิกเมกะโปรเจกต์ที่เปลี่ยนโฉมหน้าการคมนาคมกรุงเทพฯ ให้ทันสมัยและยั่งยืน

หลังจากนั้น ประภัสร์ ก้าวสู่เวทีการเมืองท้องถิ่น โดยลงสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามพรรคพลังประชาชน ในปี พ.ศ.2551 ได้รับคะแนน 543,488 คะแนน สูงสุดเป็นลำดับ 2 รองจาก นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน จากพรรคประชาธิปัตย์ แม้ไม่ได้รับชัยชนะ แต่ผลงานนี้เสริมสร้างชื่อเสียงในฐานะผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์

ในปี พ.ศ.2554 หลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยขึ้นเป็นรัฐบาล ประภัสร์ได้รับแต่งตั้งเป็น ผช.รมว.คมนาคม ก่อนลาออกในปี พ.ศ.2555 เพื่อสมัครตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และได้รับการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 12 พ.ย.2555 ในช่วงนี้ เขาเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันนโยบายปฏิรูประบบราง เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้าชานเมือง สายสีแดง และรถไฟทางคู่ รวมถึงการเป็นกรรมาธิการพิจารณา พ.ร.บ.โครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท

ในปี พ.ศ. 2562 เขาลงสมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคไทยรักษาชาติ ลำดับที่ 26 แต่พรรคถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบก่อนวันเลือกตั้ง ในปี พ.ศ.2565 เขาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการคมนาคมปี

พ.ศ.2569 พรรคโอกาสใหม่ เลือกเขาเป็น 1 ใน 3 แคนดิเดตนายกฯ โดยอยู่ในกลุ่ม "เทคโนแครต" และรับผิดชอบนโยบายก่อสร้างและคมนาคมทั้งระบบ เขาเสนอการทบทวนหลักเกณฑ์จัดซื้อจัดจ้าง เพื่อคัดเลือกบริษัทที่มีมาตรฐานสูงและนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาควบคุม แก้ปัญหาอุบัติเหตุจากโครงการภาครัฐที่เกิดซ้ำซาก นอกจากนี้ ยังร่วมผลักดันแนวทางจัดการน้ำท่วมและฝุ่น PM2.5 ด้วยการบริหารเมกะโปรเจกต์อย่างยั่งยืน

อ่านข่าวอื่น :

เปิดวิสัยทัศน์ "นพ.ทศพร เสรีรักษ์" แคนดิเดตนายกฯ คนที่ 2 พรรคโอกาสใหม่

"จตุพร บุรุษพัฒน์" แคนดิเดตนายกฯ คนที่ 1 พรรคโอกาสใหม่ลงสนามเลือกตั้ง 2569

"วันมูหะมัดนอร์ มะทา" ผู้อาวุโสทางการเมืองไทยสู่แคนดิเดตนายกฯ คนที่ 2 พรรคประชาชาติ