ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

"วิรังรอง" ร้องศาลปกครอง ขอให้วันทำประชามติ 8 ก.พ.นี้ เป็นโมฆะ

การเมือง
11:40
1,736
"วิรังรอง" ร้องศาลปกครอง ขอให้วันทำประชามติ 8 ก.พ.นี้ เป็นโมฆะ
อ่านให้ฟัง
05:23อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
"วิรังรอง" ร้องศาลปกครอง ขอให้วันทำประชามติ 8 ก.พ.นี้ เป็นโมฆะ อ้างกระบวนการกำหนดวันไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชน

วันนี้ (21 ม.ค.2569) นางวิรังรอง ทัพพะรังสี ประธานเครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อการปฏิรูปประเทศ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุสาระสำคัญใจความว่า ได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอร้องให้ศาลปกครองได้โปรดมีคำสั่งเพิกถอน "ประกาศของคณะรัฐมนตรี และ กกต." ที่กำหนดให้มีการทำประชามติในวันที่ 8 ก.พ.2569 ให้เป็นโมฆะ และเนื่องจากขณะนี้ใกล้วันทำประชามติ

หากปล่อยให้มีการดำเนินการต่อไปตามประกาศที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จะทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงที่มิอาจแก้ไขได้ภายหลัง เพื่อคุ้มครองหลักนิติธรรมของรัฐ และสิทธิของข้าพเจ้าที่ถูกลิดรอน ตลอดจนลดภาระด้านงบประมาณของแผ่นดินซึ่งส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อประโยชน์สาธารณะ ข้าพเจ้าขอให้ศาลได้โปรดมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวไว้ก่อนจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

ทั้งนี้ นางวิรังรอง ได้แนบหนังสือร้องเรียนเนื้อความอ้างในฐานะประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ตามรัฐธรรมนูญ ขอร้องเรียนศาลว่า การกระทำของหน่วยงานรัฐ คือ รัฐสภา คณะรัฐมนตรี และ กกต. ในกระบวนการจัดทำประชามติที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของข้าพเจ้าและไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีกระบวนการการปฏิบัติและขั้นตอนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและขัดต่อบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ปี 2564 โดยมีเหตุผลสำคัญดังนี้

1.กระบวนการเสนอญัตติและลงมติมิชอบด้วยขั้นตอนอันเป็นสาระสำคัญที่กำหนดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ และข้อบังคับการประชุมสภา ไม่เป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย 2.การกำหนดวันที่ให้มีการออกเสียงประชามติไม่เป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด 3.ผลกระทบความเสียหายต่อรัฐและละเมิดสิทธิเสรีภาพ

นอกจากนี้ ยังอ้างว่าการจัดทำประชามติโดยมิชอบด้วยกฎหมายและกระบวนการ โดยเฉพาะการไม่ปฏิบัติตามกรอบระยะเวลา ขั้นต่ำ 60 วัน ตามที่ พ.ร.บ.ประชามติฯ มาตรา 10 กำหนด เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย และละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานที่ข้าพเจ้าพึงมีตามรัฐธรรมนูญ ทำให้ข้าพเจ้าในฐานะพลเมืองและผู้มีสิทธิออกเสียงได้รับความเดือดร้อน

หากปล่อยให้กระบวนการที่มิชอบด้วยกฎหมายดำเนินต่อไปจนถึงวันออกเสียงประชามติ จะก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อสถานะความศักดิ์สิทธิ์ของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยจะถูกโต้แย้งในภายหลังว่ามีที่มาไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะมีที่มาจากการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย อีกทั้งยังเป็นการสูญเสียงบประมาณแผ่นดินจำนวนมหาศาลโดยสูญเปล่าจากการจัดกิจกรรมที่ไม่มีกฎหมายรองรับ

“ด้วยเหตุผลและข้อเท็จจริงทางกฎหมายดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ทำให้ข้าพเจ้าเข้าใจว่ามีการจงใจข้ามขั้นตอนเพื่อความรวดเร็วจนละเลยความถูกต้องที่กฎหมายบังคับไว้ ข้าพเจ้าจึงขอร้องให้ศาลปกครองได้โปรดมีคำสั่งเพิกถอนประกาศของคณะรัฐมนตรี/กกต.ที่กำหนดให้มีการทำประชามติในวันที่ 8 ก.พ.2569 ให้เป็นโมฆะ และเนื่องจากขณะนี้ใกล้วันทำประชามติ หากปล่อยให้มีการดำเนินการต่อไปตามประกาศที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จะทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงที่มิอาจแก้ไขได้ภายหลัง เพื่อคุ้มครองหลักนิติธรรมของรัฐ และสิทธิของข้าพเจ้าที่ถูกลิดรอน ตลอดจนลดภาระด้านงบประมาณของแผ่นดินซึ่งส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อประโยชน์สาธารณะ ข้าพเจ้าขอให้ศาลได้โปรดมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวไว้ก่อนจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด”

อ่านข่าว :

ส่งออกข้าวปี 68 ทะลุเป้า  7.9 ล้านตัน พณ.เร่งรุกตลาดศักยภาพ รักษาตลาดเดิม

ลุ้น! ศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ชะตา "ภูมิธรรม-ทวี" คดีฮั้ว สว.

ราคาทองคำ พุ่งแรง บวก 1,250 บาท  “รูปพรรณ” ขายออก ทะลุ 71,650 บาท