ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

ส่องเลือกตั้งพะเยา “เมืองหลวงพรรคกล้าธรรม”

ภูมิภาค
16:21
672
ส่องเลือกตั้งพะเยา “เมืองหลวงพรรคกล้าธรรม”
อ่านให้ฟัง
08:21อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
พะเยาถ้ามองจำนวน ส.ส. 3 คน ถือว่าเป็นจังหวัดเล็กเมื่อเทียบกับจังหวัดใหญ่ในภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ มี ส.ส.ได้ถึง 10 คน จ.เชียงราย ใกล้กันมี สส.ได้ 7 คน แต่ถึงจะเป็นเมืองเล็ก แต่พะเยาเป็นฐานที่มั่นของพรรคการเมือง และมีอดีตรัฐมนตรี

ทีมข่าวไทยพีบีเอส ภาคเหนือ ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ อ.ถิรายุส์ บำบัด คณะรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.พะเยา ถึงการเมืองและการเลือกตั้งใหญ่ที่จะมาถึง 8 ก.ค.นี้ เพื่อให้เห็นภาพใหญ่การเมืองใน จ.พะเยา อ.ถิรายุส์ ได้เล่าปูมหลังการเมืองในพะเยา แบ่งเป็น 3 ช่วงใหญ่ๆ และมีนักการเมืองสำคัญที่มีบทบาทในแต่ละช่วง

พะเยา กับการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง

อ.ถิรายุส์ กล่าวว่าการเมือง จ.พะเยา ช่วงหลักๆอาจแบ่งเป็น 3 ช่วงสมัย พบว่าการเมืองในพะเยาจะเปลี่ยนแปลงทุก 20 ปี

ช่วงแรก ( พ.ศ.2512-2535) ช่วงนี้ยังเป็น อ.พะเยา ส่วนหนึ่งของ จ.เชียงราย ตระกูลการเมืองที่มีบทบาททางการเมืองตระกูล “ตันบรรจง” เติบโตจากโรงบ่มยาสูบ อ.ปง มี “เพียว ตันบรรจง” เป็น ส.ส. พร้อมกับ “ชวน หลีกภัย” ที่เป็นครั้งแรก จ.ตรัง และนายบุญเลิศ ชินวัตร เป็น ส.ส.ครั้งแรก จ.เชียงใหม่

ถิรายุส์ บำบัด อาจารย์คณะรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.พะเยา

ถิรายุส์ บำบัด อาจารย์คณะรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.พะเยา

จ.พะเยา แยกจาก จ.เชียงราย ปี 2520 และมีการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งแรกในนาม จ.พะเยา ปี 2522 ผู้ได้รับเลือก สส.พวงเล็ก ตันบรรจง” และเป็นรมช.พาณิชย์โดยเป็นรัฐมนตรีคนแรกชาว จ.พะเยา และได้รับเลือก ส.ส.ต่อเนื่อง ดร.ไพโรจน์ ตันบรรจง

การเมืองในช่วง 20 ปีแรกหลังตั้ง จ.พะเยา ตระกูลตันบรรจง มีบทบาทการเมืองสูง เข้าร่วมพรรคประธาธิปัตย์ ไทยรักไทย

ช่วงสอง (พ.ศ.2535-2555) ช่วงนี้กลุ่มการเมืองมีแกนนำคนสำคัญ “ลัดดาวัลย์ วงศ์ศรีวงศ์”อดีตสื่อมวลชนและมีเชื้อสายชาวไทลื้อ อ.เชียงคำ อ.ภูซาง และ อ.เชียงม่วน เป็นฐานเสียงสำคัญ อ.ถิรายุส์ เรียกว่า “การเมืองยุคทุนวัฒนธรรม” ก้าวเข้าสู่การเมือง ลงครั้งแรกในนามพรรคประชาธิปัตย์ ปี 2535 และย้ายมาร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ปี2544 เป็น รมช.แรงงานฯ เป็นรัฐมนตรีคนที่สอง ของ จ.พะเยา

ช่วงสาม (พ.ศ.2555-ปัจจุบัน) การเปลี่ยนแปลงการเมืองพะเยา บทบาทการเมืองของ “รอ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” มีบทบาทมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย แต่อยู่เบื้องหลัง เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองปี 2557 ย้ายมาอยู่พรรคพลังประชารัฐ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นรัฐมนตรีคนที่สามของ จ.พะเยา มีบทบาทที่สำคัญทางการเมือง

ช่วงสามเริ่มมีแนวคิดจังหวัดนิยม ใช้เป็นกลยุทธ์การดำเนินการทางการเมือง

อาจารย์คณะรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.พะเยา กล่าวว่าแนวคิดจังหวัดนิยมเป็นแนวทางการดำเนินทางการเมืองแบบ “บรรหาร ศิลปอาชา” จ.สุพรรณบุรี จนได้สมญานามทางการเมือง บรรหารบุรี และแนวทาง “เนวิน ชิดชอบ” จนได้ชื่อว่า “บุรีรัมย์โมเดล” ซึ่งใช้แนวคิดนี้สร้างการเมืองในจังหวัดพะเยา จากเมืองที่เป็นทางผ่านมีการดึงโครงการสำคัญๆมาพัฒนาจังหวัด

มองการเลือกตั้งพะเยา 2 ครั้งที่ผ่านสู่การเลือกตั้ง 8 ก.พ.นี้

อ.ถิรายุส์ กล่าวว่า บทบาท ร.อ..ธรรมนัส พรหมเผ่า การเมืองยุคสามไม่ใช่การเมืองยุคบ้านใหญ่ หรือตะกูลการเมืองในจังหวัด แต่เป็นการหลอมรวมตระกูลทางการเมืองต่างๆของ จ.พะเยา เช่น ตันบรรจง, พรหมเผ่า ที่เคยแข่งขันกัน รวมกันหมดเพื่อใช้แนวคิดการเมือง “จังหวัดนิยม” แนวคิดคนบ้านเดียวกันเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัด

การเลือกตั้งสองครั้งที่ผ่านมา ปี 2562 และปี 2566สะท้อน การเลือกตั้ง ปี 2562 อาจไม่ยกจังหวัดเป็นช่วงเปลี่ยน แต่แนวคิดจังหวัดนิยมทำให้ชนะการเลือกตั้งสามเขตแนวคิดนี้จึงถูกผลักดันต่อเนื่อง

อาจารย์คณะรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.พะเยา กล่าวว่า การเลือกตั้ง 8 ก.พ.นี้ จะไม่ดุเดือดแต่จะคึกคักและมีสีสันทางการเมือง โดยเฉพาะเขตเลือกตั้งที่ 1 พื้นที่ อ.เมือง เป็นที่ตั้งสถานศึกษาและศูนย์ราชการ มีความตื่นตัวทางการเมืองสูง เช่น พรรคประชาชนที่มีฐานการเมืองกลุ่มคนรุ่นใหม่และคนเมือง หรือพรรคเพื่อไทยที่ยังมีกระแสในพื้นที่จากนโยบายพรรค ซึ่งสะท้อนผ่านมา ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อได้รับคะแนนสูง

หากวิเคราะห์ตัวอย่างการแข่งแบบแบ่งเขต ใน เขต 1 พรรคกล้าธรรม ส่ง ”อัครา พรหมเผ่า“ น้องชาย ร.อ..ธรรมนัส รักษาพื้นที่ ส่วนพรรคเพื่อไทย ส่ง “วิชัย ไชยมงคล” อดีตเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ลงชิงชัยทำให้ถูกจับตาเพราะเป็นอดีตข้าราชการระดับสูง ส่วนพรรคประชาชน ส่ง “นิสา บุญนัดดา” ลงพื้นที่หลายครั้งละทำงานทางการเมืองพรรคประชาชนสม่ำเสมอทำให้เป็นที่รู้จัก

นโยบายหาเสียงเลือกตั้งพะเยา

อ.ถิรายุส์ มองว่านโยบายพรรคการเมือง เช่น พรรคประชาชน เพื่อไทย ภาคต่างๆล้วนเป็นนโยบายที่มาจากพรรคการเมืองส่วนกลาง แต่นโบบายพรรคกล้าธรรม ใน จ.พะเยาจะเน้นนโยบายท้องถิ่นนิยมและจังหวัดนิยมเป็นจุดเด่น เช่น ”เลือกนายกฯคนพะเยา“ เพื่อพัฒนาจังหวัด ขณะพรรคอื่น เช่น นโบายกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นของพรรคประชาชน ก็ดูเหมือนไกลตัวในสิ่งที่คนพะเยาต้องการ

สำหรับการเลือกตั้ง สส.จ.พะเยา มี 3 เขตเลือกตั้ง เป็นฐานการเมืองสำคัญของพรรคกล้าธรรม การเมืองแบบท้องถิ่นนิยมที่อาจประสบความสำเร็จในพื้นที่ จ.พะเยา ปี 2566 หรือไม่? เหมือนช่วงชูนโยบาย “นายกฯคนเหนือ”ในอดีตของพรรคไทยรักไทย หรือเพื่อไทย

พื้นที่การเมืองพะเยา “จังหวัด หรือท้องถิ่นนิยม” กล้าธรรมยังใช้แนวทางนี้หสเสียง ส่วนจังหวัดใกล้เคียงกล้าธรรม ค่อยๆ หลอมรวมบ้านใหญ่จังหวัดเชียงราย ซึ่งน่าจับตาว่ากลยุทธ์นี้จะได้ผลหรือไม่....ไทยพีบีเอส ภาคเหนือได้สัมภาษณ์นักวิชาการทางการเมืองในจังหวัดเชียงรายและจะชวนวิเคราะห์ต่อพร้อมๆ กัน

การเลือกตั้งปี 2569 ใกล้ถึงช่วงโค้งสุดท้าย...ผู้สมัครแต่ละพรรคต่างลงพื้นที่ ต้องช่วงท้ายว่าพรรคไหน? จะชูนโยบายชนะใจคนเมืองกว๊าน

รายงาน : โกวิทย์ บุญธรรม ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ