วันนี้ (26 ม.ค.2569) นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน เดินทางไป จ.ระยอง เพื่อช่วยผู้สมัคร สส.5 คน 5 เขตเลือกตั้งหาเสียง โดยนายพิธา กล่าวว่า หวังว่าการลงพื้นที่จะทำให้คะแนนเสียงพรรคเยอะขึ้น เพราะดูตามตัวเลข หาเสียงด้วยวิทยาศาสตร์ สมุทรปราการ คะแนนอันดับหนึ่ง 54% เป็นบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ที่ระยอง 53% แสดงว่าเมื่อปี 2566 ชาวระยองเลือกพรรคก้าวไกลมากกว่าทุกพรรครวมกัน จึงคิดว่า เป็นเมืองหลวงที่ 2 ของพรรคก้าวไกล เลยอยากมาทักทายและขอบคุณพี่น้องประชาชนที่เลือกพรรคก้าวไกลตอนนั้น
"จะนำเสนอ สส.ทั้ง 5 คน 5 เขต มาเล่าให้ฟังว่าผู้สมัครผลักดันอะไรบ้างเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม พระราชบัญญัติอากาศสะอาด ถ้าวันนี้เราได้เป็นรัฐบา ก็จะดูกระทรวงที่สำคัญ แก้ไขปัญหาให้กับคนระยองมีอะไรบ้าง เราคิดว่ากระทรวงอุตสาหกรรมมีความสำคัญ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มีความสำคัญ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญ" นายพิธา กล่าว
ส่วนจะมั่นใจได้หรือไม่ว่าจะรักษาพื้นที่ระยองให้เป็นสีส้ม นายพิธา กล่าวว่า มั่นใจ ตนก็เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ แต่ทีมระยอง และทีมที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมก็ลงพื้นที่กันมาตลอด เพราะฉะนั้นมั่นใจ ไม่ได้มั่นใจเพราะตัวของตน เพราะตนเป็นเพียงแค่ผู้ช่วยหาเสียง แต่มั่นใจทีมงาน สส. และจังหวัดที่ทำงานต่อเนื่อง เชื่อว่ามีผลงานที่จับต้องได้ให้กับเมืองที่เป็นอุตสาหกรรม ให้มีความสมดุลมากขึ้นกับเรื่องเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของคน
เมื่อถามว่ารอบนี้จะต้องเจอกับบ้านใหญ่ที่รวมตัวกันสู้ศึกเลือกตั้งได้หรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า คราวที่แล้วก็เป็นแบบนี้ เราก็ชนะ เพราะฉะนั้น ตนคิดว่าเราโฟกัสในตัวทีมของเราในการเดินหาเสียง อะไรที่เราควบคุมไม่ได้ก็ไม่ต้องสนใจ เน้นเอาประชาชนเป็นหลัก ทำใจให้นิ่ง ไม่ว่าเขาจะจับมือหรือฮั้วกันอย่างไร แต่ประชาชนชาวระยองก็ดูออก
เมื่อถามว่าสิ่งแรกที่จะทำหลังจากเป็นรัฐบาลคืออะไร นายพิธา กล่าวว่า ต้องไปถาม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ตนเป็นแค่ผู้ช่วยหาเสียงเท่านั้น แต่คำตอบที่พูดแทนได้ และไม่ได้เป็นการครอบงำคือ จะได้รัฐมนตรีที่ถูกกับปัญหาของแต่ละพื้นที่ คนที่เป็นมืออาชีพ เรื่องเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมจริงๆ เกี่ยวกับสวัสดิการเด็กจริงๆ เป็นมืออาชีพเกี่ยวกับอุตสาหกรรมจริงๆ
เมื่อถามว่าอาทิตย์สุดท้ายมีไม้เด็ดอะไรบ้าง นายพิธา ยิ้มพร้อมกล่าวว่า ถ้าบอกก่อนก็ไม่ใช่ไม้เด็ด แต่การเลือกตั้งแต่ละครั้งก็เปลี่ยนกันไป ไม่สามารถที่จะบอกได้ว่าจะมีขบวนการอย่างไรได้บ้าง แน่นอนภาพใหญ่มีคาราวานเหมือนตอนที่เป็นพรรคก้าวไกล อันไหนที่เป็นประสบความสำเร็จก็ต้องนำมาใช้ อันไหนที่ผิดพลาดแล้วต้องปรับปรุง การทำงานการเมืองแบบสตาร์ทอัพแบบนี้ต้องคล่องตัวในการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์
"ตัวเองนิ่ง แต่เมื่อมีความท้าทายใหม่ๆ ก็สามารถปรับตัวได้ ตลอดในช่ว 10 วันสุดท้าย ต้องเข้าหาประชาชนให้เยอะที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้" นายพิธา กล่าว
เมื่อถามว่ากังวลว่าพรรคอันดับ 2-3 จะชิงตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า ไม่ห่วง คิดว่าการตอบรับของพี่น้องประชาชนมีให้ครั้งนี้ จะทำให้เราชนะเยอะพอ จนกระทั่งพรรคอันดับสองไม่กล้าจะจัดตั้งรัฐบาลแข่งด้วย











