ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

สภาสูงสหรัฐฯ คว่ำร่างงบประมาณ กดดัน "ทรัมป์" ปมกวาดล้างผู้อพยพ

ต่างประเทศ
07:09
904
สภาสูงสหรัฐฯ คว่ำร่างงบประมาณ กดดัน "ทรัมป์" ปมกวาดล้างผู้อพยพ
การต่อต้านปฏิบัติการกวาดล้างผู้อพยพในสหรัฐฯ ยังคงดำเนินต่อเนื่อง ล่าสุดวุฒิสภาคว่ำร่างงบประมาณเพื่อกดดันรัฐบาลทรัมป์ ขณะที่ทั้ง 2 พรรคเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงชัตดาวน์ จนท.ส่งสัญญาณลดกำลังในมินเนโซตา ท่ามกลางวิดีโอใหม่ของเหยื่อถูกยิงและการรวมตัวประท้วง

เมื่อวันที่ 29 ม.ค.2569 ภาพของ อเล็กซ์ เพรตติ บุรุษพยาบาลวัย 37 ปีที่กำลังยืนตะโกนด่าทอเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการใช้กำลังกวาดล้างผู้อพยพในเมืองมินนิอาโพลิส จากนั้นก็เดินเข้าไปเตะรถยนต์ของเจ้าหน้าที่จนเสียหาย ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะลงมาจากรถและพุ่งเข้ามากดเพรตติลงไปกับพื้น สร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนโดยรอบอย่างมาก

บรรยากาศเป็นไปอย่างชุลมุน ก่อนที่ท้ายที่สุด เจ้าหน้าที่จะกลับขึ้นรถและถอนกำลังไป ขณะที่ภาพบางช่วงบางตอนที่ถ่ายในขณะที่เพรตติกำลังหันหลังเข้าหากล้อง แสดงให้เห็นว่ามีวัตถุคล้ายกับปืนพกเหน็บอยู่ที่เข็มขัดของเพรตติด้วย แต่ตลอดเวลาไม่มีจังหวะที่เพรตติจะมีท่าทีเตรียมชักอาวุธออกมา รวมถึงไม่แน่ชัดว่าเจ้าหน้าที่เห็นปืนดังกล่าวหรือไม่

คลิปวิดีโอที่เผยแพร่ในโลกโซเชียล เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 ม.ค. ที่ผ่านมา หรือ 11 วันก่อนที่เพรตติจะถูกเจ้าหน้าที่ตระเวนชายแดนยิงเสียชีวิตระหว่างที่ทั้ง 2 ฝ่ายเผชิญหน้ากัน โดยหลังจากที่วิดีโอชุดนี้ได้รับการเผยแพร่ ก็ก่อให้เกิดการถกเถียงกันอย่างมากในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการเสียชีวิตของเพรตติ ซึ่งรวมถึงโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ บุตรชายคนโตของ ปธน.ทรัมป์ ที่ได้โพสต์วิดีโอหนึ่งในวิดีโอชุดนี้ลงใน X พร้อมข้อความระบุว่าเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ทางกฎหมายอย่างสันติ

ขณะที่ทนายความที่เป็นตัวแทนของพ่อแม่เพรตติ ระบุว่าเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทก่อนหน้านี้ ไม่ได้เป็นเหตุผลที่ทำให้เจ้าหน้าที่ยิงเพรตติเสียชีวิตหลังจากนั้นแต่อย่างใด

ส่วนที่จุดเกิดเหตุที่เพรตติถูกเจ้าหน้าที่ยิงเสียชีวิตในเมืองมินนิอาโพลิส ยังคงมีประชาชนออกมารวมตัวกันจุดเทียนร่วมไว้อาลัย รวมถึงแสดงจุดยืนต่อต้านปฏิบัติการกวาดล้างผู้อพยพโดยเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าอากาศด้านนอกยามค่ำคืนจะหนาวเหน็บก็ตาม ท่ามกลางความตึงเครียดที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในเมืองแห่งนี้ โดยเฉพาะหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ยิงพลเมืองอเมริกันเสียชีวิต 2 คนภายในเวลาไม่ถึง 1 เดือน

ด้านทอม โฮแมน ผู้ดูแลด้านพรมแดนจากทำเนียบขาวที่ทรัมป์ส่งเข้ามาควบคุมสถานการณ์ในรัฐมินเนโซตา ระบุล่าสุดว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางจะมุ่งเน้นไปที่ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายกับเป้าหมายที่เจาะจงเท่านั้น ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญที่แสดงให้เห็นความพยายามของรัฐบาลกลางที่จะเปลี่ยนแปลงจากยุทธวิธีที่รุนแรง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่าจะลดความตึงเครียดในรัฐมินเนโซตาลงเล็กน้อย

นอกจากนี้โฮแมนยังระบุด้วยว่ากำลังพิจารณาจะลดจำนวนเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางในรัฐมินเนโซตาลง จากตอนนี้ที่มีประจำการอยู่มากกว่า 3,000 นาย หลังจากที่ได้หารือกับทั้งผู้ว่าการรัฐมินนิโซตา นายกเทศมนตรีเมืองมินนิอาโพลิส และผู้นำท้องถิ่นคนอื่น ๆ แต่ก็ย้ำเช่นกันว่า การตัดสินใจจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อได้รับความร่วมมือจากในเจ้าหน้าที่ของรัฐและท้องถิ่นด้วย

โฮแมนยังย้ำด้วยว่า จะไม่ยอมผ่อนปรนมาตรการปราบปรามผู้อพยพผิดกฎหมาย พร้อมทั้งเตือนบรรดาผู้ประท้วงว่าอาจต้องเผชิญกับผลลัพธ์ที่ตามมา หากเข้าไปขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลาง

ขณะที่จาคอป เฟรย์ นายกเทศมนตรีเมืองมินนิอาโพลิสกล่าวระหว่างร่วมการประชุมนายกเทศมนตรีระดับชาติที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เรียกร้องให้ยุติมาตรการบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมืองที่เข้มงวดของทรัมป์ทั้งในเมืองมินนิอาโพลิสและทั่วสหรัฐฯ พร้อมทั้งย้ำว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในมินนิอาโพลิส ย่อมเกิดขึ้นกับเมืองอื่น ๆ ได้ด้วยเช่นกัน

จาคอป เฟรย์ นายกเทศมนตรีเมืองมินนิอาโพลิส

จาคอป เฟรย์ นายกเทศมนตรีเมืองมินนิอาโพลิส

นายกเทศมนตรีเมืองมินนิอาโพลิสกลายเป็นที่จับตามองอีกครั้งหลังจากเมื่อวันพุธ (28 ม.ค.) ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวถึงจาคอปในทรูธ โซเชียล ว่ากำลังเล่นกับไฟ หลังจากยังคงยืนกรานให้ จนท.ท้องถิ่น งดเว้นบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลาง แม้ว่าทั้งคู่จะเพิ่งต่อสายตรงหารือกัน

ขณะที่ สส.จากพรรคเดโมแครต เข้าเยี่ยมเด็กวัย 5 ปีที่อยู่ในการควบคุมตัวของ ICE ภายในศูนย์กักกันรัฐเท็กซัส หลังจากก่อนหน้าปรากฏภาพเด็กคนนี้ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวพร้อมพ่อชาวเอกวาดอร์ในเมืองมินนิอาโพลิส ซึ่งสร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นไปพร้อมกับความเคลื่อนไหวของวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ที่เปิดประชุมพิจารณาร่างงบประมาณอุดหนุนหน่วยงานรัฐบาลกลาง ซึ่งรวมถึงกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ ที่กำกับดูแล ICE และหน่วยงานตะเวนชายแดนด้วย โดยวุฒิสมาชิกส่วนใหญ่ลงมติคว่ำร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งอาจส่งผลให้หน่วยงานรัฐบาลกลางเผชิญความเสี่ยงที่จะอยู่ในภาวะชัตดาวน์บางส่วนตั้งแต่วันเสาร์ที่ 31 ม.ค. นี้ หลังรอบงบประมาณปัจจุบันกำลังจะสิ้นสุดลงในวันนี้ (30 ม.ค.)

วุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครตหลายคนแสดงความเห็นในที่ประชุมเรียกร้องให้รัฐบาลของทรัมป์ปรับปรุงปฏิบัติการกวาดล้างผู้อพยพให้รุนแรงน้อยลงและควบคุมอย่างรัดกุมยิ่งขึ้น ก่อนที่จะอนุมัติงบประมาณให้ได้

ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันกำลังอยู่ในระหว่างการเจรจากันเพื่อหาทางออกเกี่ยวกับร่างกฎหมายงบประมาณดังกล่าว ขณะที่ผู้นำสหรัฐฯ ยืนยันเช่นกันว่าทำเนียบขาวกำลังเดินหน้าทำงานร่วมกับทั้ง 2 พรรคการเมือง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดภาวะชัตดาวน์ขึ้น

อ่านข่าวอื่น :

กทม.ฝุ่น PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน 37 เขต ติดอันดับ 12 โลกเมืองมลพิษมากสุด

ประชุม รมต.ต่างประเทศอาเซียน ยึดฉันทามติ 5 ข้อแก้ขัดแย้งเมียนมา

พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ 2 นักบิน AT-6TH วันนี้ ทอ.พิจารณาปูนบำเหน็จพิเศษ 7 ขั้น