สื่อต่างประเทศติดตามรายงานสถานการณ์การ "เลือกตั้ง 2569" ในไทยอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ช่วงเปิดหีบจนถึงหลังปิดหีบและการนับคะแนน โดยจับตาการแข่งขันของ 3 พรรคใหญ่ ได้แก่ พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน ว่าใครจะคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้
ขณะเดียวกัน สถานทูตเอกอัครราชไทยในต่างประเทศ เดินหน้าสรุปผลการนับคะแนนการออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร หลายแห่งเสร็จสิ้นแล้ว บางแห่งกำลังดำเนินการ ซึ่งตามกำหนดต้องตรวจนับภายใน 48 ชั่วโมง ภายหลังปิดหีบในไทยเวลา 17.00 น. (วันที่ 8 ก.พ.2569)
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ประกาศผลการนับคะแนนออกเสียงประชามติ หลังดำเนินการตรวจนับเสร็จสิ้นแล้ว เช่นเดียวกับอีกหลายที่ที่ทยอยดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วเช่นกัน รวมถึงสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ และสำนักงานการค้าและศรษฐกิจไทยในกรุงไทเปของไต้หวัน
ขณะที่ บางแห่งถ่ายทอดสดการนับคะแนนผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อความโปร่งใส ขณะที่บางประเทศจะทยอยนับในวันนี้ (9 ก.พ.2569) รวมถึงที่สิงคโปร์ ที่กำหนดตรวจนับคะแนนเวลา 10.00 น. หรือ 11.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย
สื่อต่างชาติเกาะติดการเลือกตั้งไทย หลังปิดหีบ-นับคะแนน
ด้านสื่อต่างประเทศหลายสำนัก เกาะติดรายงานสถานการณ์การเลือกตั้งในไทยเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ตลอดทั้งวัน รวมถึงหลังปิดหีบและช่วงการนับคะแนน
สำนักข่าวบีบีซี สื่ออังกฤษ รายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ประกาศชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปของไทย โดยผลการนับคะแนนเบื้องต้นชี้ว่า พรรคอนุรักษนิยมภายใต้การนำของเขามีคะแนนนำคู่แข่งขาดลอย ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการที่ 90 % ชี้ว่า พรรคภูมิใจไทยมีแนวโน้มกวาดที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรได้ 194 ที่นั่ง จากทั้งหมด 500 ที่นั่ง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ตามมาเป็นอันดับสองด้วยจำนวน 116 ที่นั่ง โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาแถลงยอมรับความพ่ายแพ้ และประกาศพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน
อนุทิน ชาญวีรกูล
บีบีซี วิเคราะห์เพิ่มเติมว่า พรรคภูมิใจไทยได้ใช้ประโยชน์จากกระแสรักชาติ หลังเหตุความขัดแย้งทางพรมแดนกับกัมพูชาเมื่อปีก่อน จนก้าวขึ้นมาเป็นแกนนำของฝั่งอนุรักษ์นิยม โดยชูจุดยืนปกป้องสถาบันหลักอย่างสถาบันพระมหากษัตริย์และกองทัพ
นายอนุทินหาเสียงด้วยแนวคิดคิดชาตินิยมควบคู่ไปกับนโยบายการแจก (populist giveaways) เพื่อดึงดูดใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่ปัจจัยสำคัญที่ทำให้คว้าชัยชนะมาได้ คือความสามารถในการดึงตัวผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นมาอยู่ฝ่ายตัวเองได้ ภายใต้ระบบเลือกตั้งแบบแบ่งเขตซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 80 %
ด้านสำนักข่าว DW สื่อเยอรมัน ระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการขับเคี่ยวกันระหว่างพรรคประชาชนที่เป็นฝ่ายปฏิรูป พรรคภูมิใจไทยสายอนุรักษ์นิยมของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล และพรรคเพื่อไทยที่มีตระกูลชินวัตร ผู้ทรงอิทธิพลให้การสนับสนุน
การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นในห้วงเวลาที่เศรษฐกิจไทยและภาคการท่องเที่ยวกำลังซบเซา และเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา โดยไทยเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีไปแล้วถึง 3 คน ภายในเวลาไม่ถึง 3 ปี นับตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งล่าสุดในปี 2023
นอกจากนี้สำนักข่าวดังกล่าว ยังระบุด้วยว่า ไทยมีประวัติศาสตร์ความไม่แน่นอนทางการเมืองมาอย่างยาวนาน โดยกองทัพทำรัฐประหารสำเร็จมาแล้วถึง 13 ครั้ง นับตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขในปี 1932
ด้านสำนักข่าวอัลจาซีรา มีผู้สื่อข่าวลงพื้นที่รายงานจากกรุงเทพฯ ระบุว่า ในช่วงก่อนการเลือกตั้งบรรยากาศเต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่ายทางการเมือง แต่ผู้ที่ออกไปใช้สิทธิเมื่อวานนี้ยังคงมีความหวังเกี่ยวกับโอกาสที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลง
นอกจากนี้ยังรายงานถึงการทำประชามติเกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ว่าผลการนับคะแนนเบื้องต้นชี้ว่า เสียงส่วนใหญ่เห็นชอบ โดยคะแนนเสียงทิ้งห่างเกือบ 2 ต่อ 1 พร้อมทั้งระบุว่า ไทยมีรัฐธรรมนูญมาแล้วถึง 20 ฉบับ นับตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครอง โดยมักเกิดการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ขึ้นภายหลังการรัฐประหาร
และหากเสียงส่วนใหญ่สนับสนุนการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในครั้งนี้ รัฐบาลและสมาชิกรัฐสภาชุดใหม่จะสามารถเริ่มกระบวนการแก้ไขในสภาฯ ได้ทันที ซึ่งตามขั้นตอนจะต้องมีการทำประชามติอีก 2 ครั้งก่อนจะประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้
เลือกตั้ง 2569 : วิเคราะห์สูตรจัดตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว กับความท้าทายทางการคลัง
เลือกตั้ง 2569 : ภาพรวมภาคกลาง ภูมิใจไทย นำโด่ง
ผลเลือกตั้ง 2569 : พรรคประชาชนกวาด สส.กรุงเทพฯ 33 เขต - เห็นชอบประชามติ 62%
แท็กที่เกี่ยวข้อง:










