ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

เลขาฯ ป.ป.ส.ชี้ผู้ก่อเหตุยิงใน รร.ป่วยจิตเวชเรื้อรัง-ขาดยา

อาชญากรรม
12:25
1,145
เลขาฯ ป.ป.ส.ชี้ผู้ก่อเหตุยิงใน รร.ป่วยจิตเวชเรื้อรัง-ขาดยา
เลขาธิการ ป.ป.ส.ชี้ "ผู้ก่อเหตุ" ยิงในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ จ.สงขลา เคยเข้ารักษาอาการป่วยจิตเวชตั้งแต่อายุ 13 ปี แต่ขาดยาตั้งแต่ ส.ค.68 และพบประวัติใช้ยาเสพติดหลายชนิด ทั้งยาบ้า ไอซ์ กัญชา พืชกระท่อม

วันนี้ (14 ก.พ.2569) พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของ นางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุยิงในโรงเรียน โดยระบุว่า กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงภัยคุกคามจากปัญหายาเสพติดที่มีความซับซ้อน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยจิตเวชที่มีประวัติการใช้สารเสพติดร่วม ซึ่งส่งผลกระทบรุนแรงต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ถือเป็นปัญหาสังคมที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนและเป็นระบบ

นอกจากนี้ ยังเปิดเผยข้อมูลการตรวจสอบระบบข้อมูลการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดของประเทศ (บสต.) และการสอบทานข้อมูลร่วมกับ รพ.ธัญญารักษ์สงขลา, รพ.จิตเวชสงขลาราชนครินทร์ และ รพ.หาดใหญ่ พบข้อมูลสำคัญ ดังนี้

ผู้ก่อเหตุเริ่มเข้ารับการรักษาอาการทางจิตเวชตั้งแต่อายุ 13 ปี และมีประวัติการใช้ยาเสพติดร่วมกันหลายชนิด (Poly-drug use) ได้แก่ ยาบ้า ไอซ์ กัญชา และพืชกระท่อม ซึ่งส่งผลกระทบทำลายสมองและพฤติกรรมในระยะยาว โดยมีประวัติก้าวร้าวและทำร้ายตนเองมาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ผ่านการบำบัดมาแล้วหลายครั้ง โดยช่วงเดือน พ.ค.-ก.ค.2568 เข้ารับการรักษาต่อเนื่อง จนกระทั่งเดือน ส.ค.2568 ถึงปัจจุบัน ถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.จิตเวชสงขลาราชนครินทร์ เนื่องจากพบภาวะซึมเศร้า พฤติกรรมแปรปรวน และมีความเสี่ยงสูง

ภายหลังเกิดเหตุ พนักงานสอบสวนตรวจไม่พบสารเสพติดในร่างกายผู้ต้องหา ซึ่งผู้ต้องหาให้การว่า เสพยาบ้าครั้งสุดท้ายเมื่อปลายปี 2568

เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าวต่อว่า เหตุการณ์นี้สะท้อนชัดเจนว่า การที่ผู้ป่วยจิตเวชที่มีประวัติใช้สารเสพติด ขาดความต่อเนื่องในการกินยารักษาอาการจิตเวช จะทำให้อาการกำเริบรุนแรง จนไม่สามารถควบคุมตนเองได้ นำไปสู่ความสูญเสีย ซึ่งครอบครัวเป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการป้องกันเหตุ โดยต้องหมั่นสังเกต "สัญญาณเตือน" ที่มักจะเกิดขึ้นก่อนการก่อเหตุเสมอ ได้แก่

ไม่หลับไม่นอน หรือเดินไปเดินมาผิดปกติ หงุดหงิดง่าย ก้าวร้าว พูดคนเดียว หรือหวาดระแวง ปฏิเสธการกินยารักษาอาการจิตเวช หรือกลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด สิ่งมึนเมา หากพบสัญญาณข้างต้น ห้ามรอดูอาการ และห้ามปะทะโดยตรง ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือนำส่งโรงพยาบาลทันที เพื่อปรับยาหรือนำเข้าสู่ระบบการรักษาแบบผู้ป่วยใน ก่อนที่จะเกิดอาการคลุ้มคลั่ง

เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนราคาแพง ที่ย้ำว่าการบำบัดรักษาไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่การติดตามดูแลหลังการรักษาโดยครอบครัวและชุมชนคือหัวใจสำคัญ

ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ส.จะเร่งดำเนินการเชื่อมโยงข้อมูลผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงสูง (SMI-V) ระหว่างหน่วยงานสาธารณสุข ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ให้เป็นระบบเรียลไทม์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่หน้างานประเมินความเสี่ยงได้ทันท่วงทีเมื่อได้รับแจ้งเหตุ และขอให้พี่น้องประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา หากพบผู้ป่วยจิตเวชที่มีพฤติกรรมเสี่ยงในชุมชนให้แจ้งสายด่วน ป.ป.ส. 1386 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

อ่านข่าว :

ตร.ท่องเที่ยว จับชาวอิสราเอล ลอบค้ายาเสพติด บนเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี

ทีมสัตวแพทย์รักษา "ช้างป่าสระแก้ว" ล่าสุดพยุงตัวลุกขึ้นยืนได้

พบ "ผู้ต้องขัง 1 คน" เรือนจำพิเศษธนบุรี สงสัย "ป่วยฝีดาษลิง"