ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

"นิสิต-นศ." ยื่นศาลปกครองกลางฟ้อง กกต. ปมบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด

การเมือง
13:58
2,521
"นิสิต-นศ." ยื่นศาลปกครองกลางฟ้อง กกต. ปมบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด
อ่านให้ฟัง
02:32อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
ตัวแทนนิสิต-นักศึกษา-ภาคประชาชนยื่นฟ้อง กกต.ต่อศาลปกครองกลาง พร้อมขอให้สั่งระงับรับรองผลเลือกตั้ง ชี้บัตรมีคิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ดอาจเชื่อมโยงถึงผู้ลงคะแนน ส่อขัดหลักลงคะแนนลับ

วันนี้ (16 ก.พ.2569) นายธีรภัทร ศุภพิทักษ์ไพบูลย์ ผู้ประสานงานกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ในนามตัวแทนนักศึกษาและนิสิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมภาคประชาชน เข้ายื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ขอให้ตรวจสอบการออกแบบบัตรเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ปรากฏคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ด

กลุ่มผู้ยื่นคำร้อง เห็นว่า อาจสามารถสแกนและเชื่อมโยงย้อนกลับไปถึงตัวตนผู้ลงคะแนนได้ อาจขัดต่อหลักการลงคะแนนโดยลับและอาจขัดรัฐธรรมนูญ พร้อมยื่นคำร้องขอคุ้มครองฉุกเฉิน ให้ศาลมีคำสั่งระงับการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งชั่วคราว จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

นอกจากนี้ยังขอให้ศาลมีคำสั่งแยกเก็บต้นขั้วบัตรเลือกตั้งออกจากตัวบัตร และจัดเก็บในสถานที่ปลอดภัยภายใต้การดูแลของศาล เพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล

ด้านนายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความ ระบุว่า การกำหนดรูปแบบบัตรเลือกตั้งถือเป็นคำสั่งทางปกครอง จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลปกครองกลาง ไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญ และหากศาลเห็นว่าการออกแบบบัตรไม่ชอบด้วยกฎหมาย อาจส่งผลให้การเลือกตั้งวันที่ 1 และ 8 ก.พ.2569 ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามไปด้วย

พร้อมระบุว่า การมายื่นฟ้องครั้งนี้มีพยานหลักฐานการทดสอบที่ชี้ว่าบัตรเลือกตั้งสามารถเชื่อมโยงถึงผู้ลงคะแนนได้ และพร้อมนำผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและไอทีเข้าไต่สวน หากศาลเห็นสมควร โดยย้ำว่าแม้เพียงอยู่ในวิสัยที่อาจทราบได้ว่าใครลงคะแนนอย่างไร ก็ถือว่าขัดต่อหลักการลงคะแนนโดยลับตามแนวคำวินิจฉัยที่ผ่านมา

อ่านข่าว

นักวิชาการ วิเคราะห์ ปมรับผิดชอบบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง (ไม่) ลับ

"We Watch" จี้ กกต.รับผิดชอบจัดเลือกตั้งมีปัญหา แจงผลสอบข้อร้องเรียน

"อ.ปริญญา" โพสต์ถาม ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง "แยกเก็บ" จริงหรือ