"ภูมิใจไทย" ปิดดีล-เปิดเกม แยก "กล้าธรรม" ทิ้ง "ธรรมนัส"

การเมือง
16:03
จำนวนผู้ชม 1,225
"ภูมิใจไทย" ปิดดีล-เปิดเกม แยก "กล้าธรรม" ทิ้ง "ธรรมนัส"
Botnoi Voice

ได้..คุ้มเสียไหม ? ถ้า "ภูมิใจไทย" ในฐานะพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะผลัก "กล้าธรรม" ไปเป็นพรรคฝ่ายค้าน เพราะนั่นหมายความว่า "เพื่อไทย" ที่ตอบรับร่วมรัฐบาลแล้ว จะมีอำนาจการต่อรองทางการเมืองสูงขึ้นทันที และนี่คือเหตุผลให้ "ภูมิใจไทย" กั๊ก..ไม่ตอบให้ชัดว่าจะเอายังไง

สวนกันไป สวนกันมา ระหว่าง "กล้าธรรม" กับ "ภูมิใจไทย" ฝั่งหนึ่งว่า น้ำต้มผักยังว่าหวาน อีกฝั่งบอก การเมืองไม่เคยหวาน ส่อเค้าชัด ความสัมพันธ์กำลังจะขาดสะบั้น เหตุผลหลัก ๆ เริ่มจาก "กล้าธรรม" ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งทับซ้อนหลายพื้น จึงโดนตลบหลัง ด้วยเงื่อนไขใหม่ หากจะร่วมรัฐบาล และเมื่อยังอารยะขัดขืน ก็เจอแผนย้อนศร ที่ "กล้าธรรม" เคยทำ คือตีให้แตก แล้วแยกส่วนที่เหลือไปเป็นฝ่ายค้าน

และที่ "ภูมิใจไทย" อ้ำอึ้ง บอกยังไม่คุย รอ กกต. รับรองผลการเลือกตั้ง สส. ก่อน แต่กลับมีกระแส "ปิดดีล" จัดตั้งรัฐบาลแล้ว ในมุมมองของ รศ.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต เชื่อว่า ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น "ภูมิใจไทย" ไม่ต้องการ "กล้าธรรม" แล้ว แต่แค่ซื้อเวลา รอจังหวะ เผื่อหลังรับรอง สส. แล้ว จะเหตุพลิกผัน ถ้าไม่มี ก็ผลัก "กล้าธรรม" ออก แต่ "ภูมิใจไทย" มีแผน 2 เพื่อรับมือ มิตรที่จะเป็นศัตรู และพรรคร่วมฯ ที่จะเป็นฝ่ายค้าน

ฉากทัศน์ของพรรคฝ่ายค้าน จะมี 3 พรรคหลัก พรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ และ พรรคกล้าธรรม ทั้งโดดเด่นในเชิงลึก เข้มแข็ง ด้วยมืออาชีพและยังจะแม่นยำเรื่องกลเกมทางการเมือง จะทำเอาอายุรัฐบาลสั้น และผู้นำจะตกเก้าอี้เร็วขึ้นได้

และผลในทางปฏิบัติกับ "กล้าธรรม" ยังจะทำให้ "เพื่อไทย" ที่มีเสียงมาเป็นอันดับ 2 ในพรรคร่วมรัฐบาล อาจมีข้อต่อรองกับ "ภูมิใจไทย" ในฐานะพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลมากขึ้นไปด้วย เพราะพรรคร่วมรัฐบาลในเวลานี้ อีก 12 พรรคที่เห็นอยู่ มีเสียงมากสุดก็ 5 เสียง ที่เหลือก็ 3 เสียง หรือ 2 เสียง และพรรคละ 1 เสียง ซึ่งไม่มีเงื่อนไขต่อรองอยู่แล้ว

เพื่อไทย พรรคร่วมรัฐบาลด้วย 74 เสียง มีอำนาจการต่อรองสูงขึ้น และอาจกลายเป็น "เส้นเป็น-เส้นตาย" เมื่อมีข้อเห็นต่างและขัดแย้งกันเกิดขึ้นในพรรคร่วมรัฐบาล ดังนั้นนอกจากจังหวะของการชั่งน้ำหนัก เพื่อตัดสินใจเลือก มีหรือไม่มี "กล้าธรรม" ในพรรคร่วมรัฐบาลแล้ว ยังต้องชั่งน้ำหนักให้ได้มากกว่าเสีย

มีข้อสังเกตว่า "ภูมิใจไทย" กำลังคิดเดินเกมด้วยวิธีการอื่นอีก ทางหนึ่งคือการตีท้ายครัวไหม และไม่ใช่แค่การจัดการเชิงเดี่ยว ไปที่ "กล้าธรรม" เท่านั้น แต่จะบริหารเชิงซ้อนไปที่ "เพื่อไทย" ด้วย ถึงจะพยุงรัฐบาลผสม "300 พลัส" ทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็น มือโหวตในสภาฯ ส่วนอีกทางหนึ่งกลยุทธ์ที่ว่า ยังหมายถึงผลระยะยาวในสนามเลือกตั้งครั้งหน้า ด้วยเลือกตั้งครั้งนี้ "ภูมิใจไทย" โตได้ถึงเกือบ 200 เสียง ครั้งหน้า ต้องโตกว่าเดิมอีก

และล่าสุด ดูจะเดินไปด้วยกันได้ เมื่อพรรคประชาชน ที่ประกาศจะเป็นพรรคฝ่ายค้าน อ้าแขนรับ "กล้าธรรม" อย่างมีนัย โดยไม่ได้คิดว่าจะเป็นอุปสรรค ด้วยมีกลไกของ "วิป" ประสานงาน และการทำงานร่วมกันอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งหากมองอีกแง่หนึ่ง "กล้าธรรม" อาจจะมีข้อมูลวงในที่พร้อมสำหรับการตรวจสอบรัฐบาลได้ดียิ่งขึ้น

และเช่นเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคประชาชน ก็ย้ำว่า ความสำคัญของพรรคร่วมฝ่ายค้าน อาจไม่ได้อยู่ที่เสียงข้างน้อยเท่านั้น แต่อยู่ที่ข้อมูล-ข้อเท็จจริง

วันที่ 24 ก.พ. พรรคภูมิใจไทย นัดหมายหารือพรรคเพื่อไทย ถกร่วมรัฐบาล จัดสรรโควตารัฐมนตรี ซึ่งก็ยังมีเวลาชี้ขาดว่า จะมีพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมด้วยหรือไม่ แม้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะเดินทางไปพักผ่อนต่างประเทศ 2 สัปดาห์ แต่ก็เคยพูดอีกว่า อาจไปแค่ 2 วัน แล้วกลับมาก็ได้ แต่จะกลับมาแบบ "ลงตัว" หรือตัวใคร-ตัวมัน สำหรับเอกภาพในพรรคกล้าธรรม ต้องติดตามกัน

วิเคราะห์ : เสาวลักษณ์ วัฒนศิลป์ บรรณาธิการข่าวการเมือง ไทยพีบีเอส

อ่านข่าว :

ประชาชาติ ขน 5 สส.ร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย หนุน "อนุทิน" นายกฯ แจง "ทวี" ติดภารกิจ

ส่องสมการรัฐบาลอนุทิน "กล้าธรรม" เสริมแกร่งหรือส่วนเกิน ?

"อนุทิน" ลั่นระฆังยังไม่นับหนึ่ง จะปิดดีลตั้งรัฐบาลได้อย่างไร