ทรัมป์แถลงนโยบายประจำปี ชูเศรษฐกิจเฟื่องฟู หลังกลับสู่อำนาจสมัย 2

ต่างประเทศ
11:33
จำนวนผู้ชม 1,186
ทรัมป์แถลงนโยบายประจำปี ชูเศรษฐกิจเฟื่องฟู หลังกลับสู่อำนาจสมัย 2
ปธน.ทรัมป์ แถลงนโยบายประจำปีต่อสภาคองเกรส ประกาศชัยชนะด้านเศรษฐกิจ เงินเฟ้อต่ำสุดรอบ 5 ปี สกัดผู้อพยพ-ยาเสพติด พรมแดนมั่นคงสุดในประวัติศาสตร์ ยุติสงคราม ทำลายนิวเคลียร์อิหร่าน ท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้อง ยืนกรานเดินหน้าภาษีนำเข้าต่อ แม้ศาลสูงโหวตคว่ำ

วันนี้ (25 ก.พ.2569) ตามเวลาประเทศไทย โดนัลด์ ทรัมป์ ปธน.สหรัฐฯ แถลงนโยบายประจำปีต่อสภาคองเกรส หรือ State of the Union ชูความสำเร็จในการดำเนินนโยบายหลัก โดยเฉพาะเศรษฐกิจและการปราบปรามผู้อพยพ ซึ่งเป็นนโยบายเรือธงของตนเอง

การแถลงครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 21.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ (ตรงกับ 09.00 น. เช้าวันพุธที่ 25 ก.พ.2569 ตามเวลาประเทศเทยไทย) ท่ามกลางเสียงปรบมือดังกึกก้องทันทีที่ทรัมป์ปรากฏตัว เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เขากลับมารับตำแหน่งสมัยที่ 2

ทรัมป์เปิดสุนทรพจน์ด้วยการประกาศว่าสหรัฐฯ กลับมาอีกครั้ง ยิ่งใหญ่ขึ้น ดีขึ้น มั่งคั่งขึ้น และแข็งแกร่งขึ้นยิ่งกว่ายุคใดในประวัติศาสตร์ ชูผลงานด้านเศรษฐกิจว่าได้รับสืบทอดสถานการณ์ย่ำแย่จากรัฐบาลชุดก่อน แต่ภายในปีเดียวสามารถพลิกฟื้นครั้งใหญ่ โดยนิยามว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ และยืนยันว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในขณะนี้กำลังเฟื่องฟูอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ทรัมป์อ้างว่าภายใน 12 เดือน รัฐบาลของเขาสามารถลดอัตราเงินเฟ้อลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 5 ปี และโจมตีว่ายุคของโจ ไบเดน อดีตประธานาธิบดี คือช่วงที่เงินเฟ้อเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศ

ในประเด็นผู้อพยพ ทรัมป์ชื่นชมความคืบหน้าของรัฐบาลในการสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายและการทะลักเข้ามาของยาเสพติด พร้อมยืนยันว่าพรมแดนสหรัฐฯ ในตอนนี้มั่นคงและปลอดภัยที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยอ้างสถิติว่าการลักลอบนำเข้าเฟนทานิลลดลงถึงร้อยละ 56 ภายในเวลาเพียงปีเดียว

นโยบายนี้ส่งผลกระทบต่อทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่เป็นพันธมิตรทางการค้าและความมั่นคงกับสหรัฐฯ ซึ่งอาจทำให้เกิดการปรับตัวในด้านการส่งออกและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ ทรัมป์ยกความดีความชอบให้กับมาตรการภาษีนำเข้าว่า เป็นกุญแจสำคัญที่ขับเคลื่อนการพลิกฟื้นทางเศรษฐกิจ และแสดงความไม่พอใจต่อคำตัดสินของศาลสูงสุดสหรัฐฯ ที่ชี้ว่ามาตรการภาษีนำเข้าส่วนใหญ่ขัดต่อกฎหมาย โดยระบุว่าเป็นเรื่องน่าผิดหวังและน่าเสียดาย พร้อมยืนยันว่าจะยังคงมาตรการดังกล่าวต่อไปโดยอาศัยกฎหมายทางเลือกอื่นแทน โดยไม่จำเป็นต้องขอความเห็นชอบจากสภาคองเกรส

ทรัมป์ย้ำถึงความสำเร็จในการยุติสงคราม 8 ศึกนับตั้งแต่กลับมารับตำแหน่ง โดยยกย่องการหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและฮามาสในกาซาว่าเป็นความสำเร็จ ส่วนประเด็นอิหร่าน ทรัมป์กล่าวว่าการโจมตีของสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้ว ทำลายโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านจนสิ้นซาก พร้อมยืนยันว่าตนต้องการแก้ไขความขัดแย้งกับอิหร่านผ่านช่องทางทางการทูต แต่อิหร่านยังไม่ยอมให้คำมั่นว่าจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

การแถลงครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางแรงกดดันทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะความตึงเครียดกับอิหร่าน และถือเป็นเวทีสำคัญในการประกาศความสำเร็จทางการเมืองเพื่อสร้างแรงสนับสนุนให้พรรครีพับลิกัน ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือน พ.ย.นี้ ซึ่งอาจส่งผลต่อนโยบายต่างประเทศที่กระทบไทยในด้านพลังงานและการค้า

อ่านข่าวอื่น :

อัยการจ่อยื่นอุทธรณ์ยึดทรัพย์ "ทนายตั้ม-ภรรยา" ในกรอบเวลา 30 วัน

ผู้เชี่ยวชาญเปิด 3 องค์ประกอบความร้อน เพลิงไหม้คลังกระสุน กก.ตชด.21 สุรินทร์

รถพ่วงเทรลเลอร์ชนรถรับส่งนักเรียน บาดเจ็บหลายคน จ.สุพรรณบุรี