เมื่อวันที่ 26 ก.พ.2569 สหรัฐอเมริกาและอิหร่านเปิดการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์รอบที่ 3 ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งยังคงเป็นการเจรจาทางอ้อมที่มีโอมานทำหน้าที่เป็นตัวกลาง
คณะผู้แทนสหรัฐฯ นำโดยสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของโดนัลด์ ทรัมป์ แประธานาธิบดีสหรัฐฯ และจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์ ส่วนฝั่งอิหร่านนำโดยอับบาส อารัคชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน
ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ รัฐมนตรีต่างประเทศโอมานซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ไกล่เกลี่ย เปิดเผยว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเพื่อแก้ไขข้อพิพาทนิวเคลียร์ที่ยืดเยื้อมานานมีความคืบหน้าอย่างมาก คณะผู้แทนทั้ง 2 ฝ่ายเตรียมกลับไปหารือกับรัฐบาลของตนก่อน จากนั้นจะกลับมาเจรจากันต่อในเร็วๆ นี้ พร้อมเสริมว่ามีกำหนดจัดการหารือในระดับเทคนิคที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ในสัปดาห์หน้า
ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ยืนยันว่า การเจรจากับสหรัฐฯ รอบล่าสุดที่เจนีวามีความคืบหน้าที่ดี โดยทั้ง 2 ฝ่ายเริ่มลงรายละเอียดในองค์ประกอบของข้อตกลงอย่างจริงจัง ทั้งในด้านโครงการนิวเคลียร์และการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร
อารัคชี ระบุอีกว่า อิหร่านยื่นข้อเรียกร้องอย่างชัดเจนที่สุดและสัมผัสได้ถึงความจริงจังของทั้ง 2 ฝ่ายในการหาทางออกด้วยสันติวิธี พร้อมเสริมว่าการหารือระดับเทคนิคจะมีขึ้นที่เวียนนาในวันที่ 2 มี.ค.ตามเวลาท้องถิ่น ส่วนการเจรจารอบถัดไประหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน คาดว่าจะเกิดขึ้นในเวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์
ส่วนฝั่งคณะผู้แทนเจรจาสหรัฐฯ ยังไม่แสดงความเห็นใดๆ แต่สำนักข่าว Axios รายงานอ้างเจ้าหน้าที่ระดับสูงสหรัฐฯ ว่าการหารือที่เจนีวาเป็นไปในทิศทางบวก
"อิหร่าน" ย้ำไม่ต้องการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์
ก่อนหน้าการเจรจารอบล่าสุด มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน แถลงย้ำจุดยืนว่าอิหร่านไม่ได้พยายามพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ โดยอ้างถึงหลักศาสนาของผู้นำสูงสุดอิหร่านที่สั่งห้ามเรื่องนี้โดยเด็ดขาดมาตั้งแต่ต้นทศวรรษ 2000
ส่วนโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันว่า การเจรจารอบที่ 3 มุ่งเน้น2 ประเด็นหลักคือ โครงการนิวเคลียร์เพื่อสันติและการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรเท่านั้น
ก่อนหน้านี้ มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงอิหร่านให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Reuters ว่า สหรัฐฯ และอิหร่านอาจมีโอกาสบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ หากรัฐบาลสหรัฐฯ ยอมแยกประเด็นนิวเคลียร์ออกจากประเด็นอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง ขณะที่รัฐบาลทรัมป์เคยยืนกรานว่าโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านและประเด็นอื่นๆ ควรเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจา
การพูดคุยหารือเกี่ยวกับข้อพิพาทที่มีมาอย่างยาวนานเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน มีขึ้นท่ามกลางความกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ เกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังผู้นำสหรัฐฯ ส่งสัญญาณเตือนและขู่ซ้ำๆ กรณีที่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ หลังจากเดินหน้าเสริมกำลังทหารในน่านน้ำใกล้อิหร่านมาอย่างต่อเนื่อง
ภาพมุมสูง เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Gerald R. Ford ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ออกจากบริเวณเกาะครีตของกรีซ มุ่งหน้าสู่น่านน้ำใกล้เมืองไฮฟา ทางตอนเหนือของอิสราเอล
สหรัฐฯ ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินมุ่งหน้าอิสราเอล กดดันอิหร่าน
ในวันเดียวกับที่สหรัฐฯ และอิหร่านเปิดการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์รอบที่ 3 เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Gerald R. Ford ของสหรัฐฯ ที่ทันสมัยและใหญ่ที่สุดในโลก ออกเดินทางจากบริเวณเกาะครีต ประเทศกรีซ มุ่งหน้าสู่น่านน้ำใกล้เมืองไฮฟา ทางตอนเหนือของอิสราเอล โดยคาดว่าจะถึงจุดหมายภายในวันนี้ (27 ก.พ.)
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยด้วยว่า สหรัฐฯ ส่งเครื่องบินขับไล่ F-22 ประมาณ 12 ลำไปอิสราเอล ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่สหรัฐฯ ส่งเครื่องบินรบไปประจำการในอิสราเอลเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับปฏิบัติการในภาวะสงคราม
USS Gerald R. Ford ถือเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 2 ที่สหรัฐฯ ส่งเข้าไปประจำการในตะวันออกกลาง ต่อจากเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln ที่เข้าไปประจำการตั้งแต่เดือน ม.ค. ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขีดเส้นตายให้อิหร่านทำข้อตกลงนิวเคลียร์ภายใน 10-15 วัน ไม่เช่นนั้นจะต้องเผชิญผลร้ายแรงที่ตามมา
เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Gerald R. Ford ของกองทัพเรือสหรัฐฯ
ทั้งนี้ สหรัฐฯ เชื่อว่าอิหร่านกำลังแสวงหาศักยภาพในการสร้างระเบิดนิวเคลียร์ ขณะที่อิหร่านปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่ต้องการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และก่อนหน้านี้ได้ส่งสัญญาณยอมอ่อนข้อเกี่ยวกับข้อตกลงนิวเคลียร์ หากสหรัฐฯ ทำตามข้อตกลง ซึ่งรวมถึงการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร
ขณะที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใช้โอกาสระหว่างแถลงนโยบายต่อสภา เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ย้ำว่าแม้ตนต้องการแก้ไขความขัดแย้งกับอิหร่านผ่านช่องทางทางการทูต แต่จะไม่ยอมให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมทั้งอ้างว่าอิหร่านกำลังพัฒนาขีปนาวุธที่มีพิสัยโจมตีถึงสหรัฐฯ ในเร็วๆ นี้ จึงเป็นเหตุให้โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านออกมาตอบโต้ว่า สหรัฐฯ กล่าวคำโกหกซ้ำๆ เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ ขีปนาวุธและจำนวนผู้ประท้วงที่ถูกสังหารในการปราบปรามของรัฐบาลอิหร่าน
ส่วนมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า การที่อิหร่านปฏิเสธที่จะหารือเกี่ยวกับโครงการขีปนาวุธ ถือเป็นปัญหาใหญ่ พร้อมอ้างว่าขีปนาวุธดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อโจมตีสหรัฐฯ โดยเฉพาะ และเป็นภัยคุกคามต่อเสถียรภาพในภูมิภาค แต่ไม่ได้แสดงหลักฐานสนับสนุนข้อกล่าวอ้างนี้
อ่านข่าว
ทรัมป์แถลงนโยบายประจำปี ชูเศรษฐกิจเฟื่องฟู หลังกลับสู่อำนาจสมัย 2
"คิวบา" ยิงเรือเร็วจดทะเบียนในสหรัฐฯ รุกล้ำน่านน้ำ เสียชีวิต 4 คน
"ฮุน มาเนต" รับสแกมเมอร์ทำลายเศรษฐกิจกัมพูชา ไม่รู้ "เฉิน จื้อ" เป็นตัวการใหญ่
