ท่ามกลางการเผชิญหน้ากับสหรัฐฯและอิสราเอล ที่ยังทีท่าจะยุติ อนาคตของอิหร่านอาจแขวนอยู่กับการคัดสรร "ผู้นำสูงสุด" คนใหม่ และการเปลี่ยนผ่านอำนาจ ขณะนี้แทบทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่ "มอจตาบา คาเมเนอี" วัย 56 ปี ลูกชายคนที่ 2 ของ "อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี" ผู้นำสูงสุดที่เพิ่งถูกสังหาร
ก่อนหน้านี้ แหล่งข่าวในอิหร่าน เปิดเผยว่า สภาผู้ชำนาญของอิหร่าน 88 คน ซึ่งทำหน้าที่คัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ทั้งด้านความรู้ทางศาสนา และความสามารถทางการเมือง เพื่อขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดคนต่อไป ประชุมกันถึง 2 ครั้ง ในช่วงเช้าและช่วงเย็นของวันที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา โดย "มอจตาบา คาเมเนอี" ลูกชายคนที่ 2 ของอยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี เป็นตัวเต็งที่น่าจะได้รับความไว้วางใจมากที่สุด
มอจตาบา เป็นสมาชิกครอบครัวคาเมเนอีที่ไม่ได้อยู่ในอาคารที่ถูกสหรัฐฯถล่ม ทำให้ทั้งผู้นำสูงสุดอิหร่านเสียชีวิตพร้อมลูกสาว ลูกเขย และหลานสาว เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
นับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลาม ซึ่งเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง และโค่นอำนาจอดีตพระเจ้าชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาลาวี เมื่อปี 1979 อิหร่านมีผู้นำสูงสุดมาเพียง 2 คน คือ อยาตอลลาห์ รูฮอลลาห์ โคไมนี ผู้นำการปฏิวัติอิสลาม และผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ซึ่งถึงแก่อสัญกรรมในปี 1989 จากนั้นผู้ที่กุมชะตาอิหร่าน จนกระทั่งถึงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ราว 4 ทศวรรษ คือ อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี
ในกรณีที่มอจตาบาได้รับเลือกจริง ผู้เชี่ยวชาญมองว่า อาจสะท้อนว่ากองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC กำลังผงาดขึ้นมามีบทบาทมากขึ้นในการปกครองประเทศ เพราะมอจตาบามีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับทั้ง IRGC และกองกำลังบาซิจ
ขณะที่บางคนมองว่า มอจตาบาคลุกคลีกับการบริหารงานด้านความมั่นคงและการทหาร เสมือนอยู่ในตำแหน่งผู้นำแบบกลาย ๆ อยู่แล้ว เนื่องจากเป็นที่ปรึกษาใกล้ชิดให้พ่อ
นักการเมืองอิหร่าน ซึ่งใกล้ชิดกับมอจตาบา ตั้งข้อสังเกตว่า เขาอาจกลายเป็นผู้นำที่เปลี่ยนโฉมหน้าประเทศ คล้ายกับมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน แห่งซาอุดิอาระเบีย ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับยุคสมัย แต่การให้มอจตาบา ขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดก็อาจเป็นดาบสองคม เพราะสะท้อนถึงการเมืองอิหร่านที่สืบทอดอำนาจในตระกูล ขั้วอำนาจอยู่ในมือคนกลุ่มเดิมที่ใช้กำลังปราบปรามผู้ประท้วงอย่างรุนแรงเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
นอกจากมอจตาบาแล้ว ยังมีชื่อที่ได้รับการกล่าวถึงในฐานะผู้ที่อาจเป็นตัวเลือกของคณะผู้ชำนาญ ประกอบด้วย อาลีเรซา อาราฟี คนสนิทของคาเมเนอีผู้พ่อ และแม้จะเป็นรองประธานสภาผู้ชำนาญ คนที่ 2 แต่มีบารมีมากกว่ารองประธานคนที่ 1 ซึ่งเน้นทำงานเบื้องหลังมากกว่า
ขณะที่อีกชื่อ คือ ฮัสซาน โคไมนี หลานของอดีตผู้นำสูงสุดคนแรก แต่ในทางปฏิบัติ ไม่ค่อยมีอิทธิพลในมิติความมั่นคง และค่อนข้างเป็นสายกลางกว่าคนอื่น ๆ
ส่วนอีก 1 คน คือ ฮัสซาน รูฮานี อดีตประธานาธิบดีคนที่ 7 ซึ่งอยู่เบื้องหลังการผลักดันให้อิหร่านบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์กับมหาอำนาจโลก ในปี 2015 เพื่อแลกกับการยกเลิกการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ กระทั่งแตกคอกับคาเมเนอีในภายหลัง ขณะนี้มีสถานะเป็นตัวเลือกสายกลางที่ยังคงมีอิทธิพล แม้จะถูกสกัดดาวรุ่งโดยกลุ่มอนุรักษนิยมอย่างหนักในช่วงหลายปีมานี้
ส่วนคนที่เหลืออย่างโมฮัมหมัด เมห์ดี มีร์บาเกรี เป็นขุนพลฝ่ายอุดมการณ์ที่มีอิทธิพลในหมู่กลุ่มเคร่งศาสนาสายสุดโต่ง ต่อต้านตะวันตกอย่างหนัก ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการสถาบันวิทยาศาสตร์อิสลาม ซึ่งผลิตทฤษฎีการเมืองอิสลามที่ต่อต้านแนวคิดเสรีนิยมแบบตะวันตก
การเปิดเผยตัว "ว่าที่ผู้นำสูงสุดคนใหม่" ไม่ว่าจะเป็นมอจตาบา หรือใคร อาจตกเป็นเป้าโจมตีได้ หลังรัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล ประกาศว่า ผู้ที่ขึ้นมากุมบังเหียนอิหร่าน ต่อต้านอิสราเอลและตะวันตก จะเป็นเป้าหมายถัดไป
อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอความชัดเจนจากสภาผู้ชำนาญ ซึ่งเลื่อนการประกาศชื่อออกไป โดยรอพิธีศพของผู้นำสูงสุดแล้วเสร็จ
อ่านข่าว :
"กกพ." ปรับแผนจัดหา "Spot LNG" เพิ่ม 3 เที่ยวเรือ รับสถานการณ์ตะวันออกกลาง
เสียชีวิต 87 คน เหตุโจมตีเรือฟริเกตอิหร่านนอกชายฝั่งศรีลังกา
5 วัน สหรัฐฯ - อิสราเอลโจมตีในอิหร่าน ยอดเสียชีวิต 1,097 คน
แท็กที่เกี่ยวข้อง:
