ศบก.ชี้ ปะทะตะวันออกกลางยังระอุ ช่วยคนไทยพ้นพื้นที่เสี่ยงแล้ว 322 คน

การเมือง
19:16
จำนวนผู้ชม 922
ศบก.ชี้ ปะทะตะวันออกกลางยังระอุ ช่วยคนไทยพ้นพื้นที่เสี่ยงแล้ว 322 คน
ศบก.ชี้ ปะทะตะวันออกกลางยังระอุ เผย กต.ช่วยคนไทยพ้นพื้นที่เสี่ยงแล้ว 322 คน เตรียมรับอีก 23 ชีวิตกลับจากเตหะรานพรุ่งนี้ ด้าน กระทรวงแรงงานเผยสิทธิประโยชน์ ผู้ได้รับผลกระทบ

วันนี้ (9 มี.ค.2569) นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวันจันทร์ที่​ 9 มี.ค.2569​ ถึงความคืบหน้าช่วยเหลือคนไทยว่า โดยรวมยังมีความรุนแรง มีการโจมตีด้วยขีปนาวุธอย่างต่อเนื่อง ทั้งในอิหร่าน อิสราเอล คูเวต และเลบานอน โดยยังไม่มีทีท่าว่าทั้ง 2 ฝ่ายจะกลับเข้าสู่การเจรจา ดังนั้นต้องมีการจับตาดูต่อไป โดยเฉพาะการโจมตีพื้นที่สำคัญที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน

สำหรับการเปิดปิดน่านฟ้า สายการบินการ์ตา เริ่มให้บริการเส้นทางการบินฉุกเฉิน เพื่อขนส่งสินค้าและอพยพผู้โดยสารที่ตกค้าง ซึ่งเมื่อวานนี้ (9 มี.ค.) บินเส้นทาง กรุงเทพ-โดฮา ครั้งแรก เพื่ออพยพผู้โดยสารตกค้าง ต้องติดตามต่อไปว่า จะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะเปิดเส้นทาง โดฮา-กรุงเทพ เพื่อนำผู้โดยสารตกค้างกลับมายังประเทศไทย

นายปาณิดล กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่า มีคนไทยบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่สถานการณ์ยังไม่แน่นอน ดังนั้นขอให้คนไทยพิจารณาเดินทางออกจากพื้นที่เสี่ยงเร็วที่สุด และแจ้งข้อมูลที่อยู่ติดต่อ ให้กับสถานเอกอัครราชทูตที่อยู่ในความรับผิดชอบ

นายปาณิดล กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าในการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่อิหร่าน คนไทยกลุ่มแรกจากเตหะราน 29 คน เดินทางกลับถึงไทย เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ผ่านมา และจะมีคนไทยชุดเดียวกัน เดินทางกลับมาเพิ่มเติมในวันพรุ่งนี้ (10 มี.ค.) ช่วงเช้า จำนวน 23 คน นอกจากนี้ จะมีคนไทยกลุ่มถัดไป ที่เดินทางออกจากอิหร่านมายังตุรกี ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานงานอย่างใกล้ชิด เพื่ออำนวยความสะดวกเดินทางกลับประเทศไทยต่อไป

นายปาณิดล กล่าวต่อว่า โดยรวมขณะนี้มีคนไทยที่ติดค้างอยู่ในตะวันออกกลาง ที่ได้รับความช่วยเหลือเรียบร้อยแล้วทั้งหมด 322 คน

นายปาณิดล กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศ ขอความร่วมมือให้ประชาชน หลีกเลี่ยงการชุมนุมในสถานที่เสี่ยงที่เกิดความขัดแย้ง ย้ำว่ากระทรวงการต่างประเทศ ให้ความเคารพการแสดงความคิดเห็นทุกภาคส่วน แต่ขอให้อยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริงและความรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงความปลอดภัยของคนไทยที่ตกค้างอยู่

ด้านนายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีแรงงานไทยอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมทั้งสิ้น 67,043 คน มีแรงงานแจ้งความประสงค์ผ่านสถานเอกอัครราชทูต เพื่อเดินทางกลับไทยจำนวน 941 คน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีแรงงานไทยที่เดินทางกลับถึงไทยแล้วเพียง 1 คน ซึ่งเดินทางกลับเมื่อวันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา

ส่วนแรงงานไทยที่ยังอยู่ระหว่างการรอเดินทางกลับนั้น พบว่ามีแรงงานจากประเทศอิหร่าน จำนวน 41 คน มีกำหนดกลับในวันที่ 10 มี.ค.นี้ ขณะที่แรงงานไทยจากประเทศซาอุดีอาระเบีย จำนวน 205 คน และจากประเทศอิสราเอล จำนวน 23 คน ยังรอกำหนดการเดินทางกลับ

นายสันติ กล่าวว่า กระทรวงแรงงานกำหนดมาตรการดูแลแรงงานไว้หลายด้าน โดยจะจัดเจ้าหน้าที่ไปรอรับแรงงานที่สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง อำนวยความสะดวกและรับแจ้งความประสงค์ของแรงงานผ่านระบบลงทะเบียนและ QR Code เพื่อให้แรงงานที่เดินทางกลับ สามารถแจ้งข้อมูลความต้องการของตนเองได้ ไม่ว่าจะหางานทำในไทย หรือหากต้องการเดินกลับไปทำงานในต่างประเทศอีกครั้ง รวมถึงผู้ที่ต้องการฝึกอาชีพหรือพัฒนาทักษะเพิ่มเติม เช่น ทักษะด้านภาษา

จากนั้นกระทรวงแรงงาน จะประสานหน่วยงานในสังกัดเข้ามาดูแล หากแรงงานมีความประสงค์ที่จะหางานทำในประเทศหรือเดินทางกลับไปทำงานต่างประเทศ จะให้กรมการจัดหางาน เป็นผู้ดำเนินการ ส่วนแรงงานที่ต้องการฝึกอาชีพหรือพัฒนาทักษะระหว่างรอหางานหรือรอเดินทางกลับไปทำงานต่างประเทศ จะให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เข้ามาดูแลในส่วนนี้

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงาน ยังมีมาตรการดูแลสิทธิประโยชน์ของแรงงานไทยที่ทำงานในต่างประเทศ โดยในกรณีที่ประเทศที่แรงงานทำงานอยู่มีการประกาศภาวะสงคราม แรงงานที่เป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศจะมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์

โดยกรณีเดินทางกลับประเทศเนื่องจากภาวะสงครามจะได้รับเงินช่วยเหลือรายละ 15,000 บาท กรณีทุพพลภาพจะได้รับเงินสงเคราะห์จำนวน 30,000 บาท และกรณีเสียชีวิต ทายาทจะได้รับเงินสงเคราะห์จำนวน 40,000 บาท รวมถึงกรณีมีการจัดการศพในต่างประเทศ ทายาทจะได้รับค่าจัดการศพตามค่าใช้จ่ายจริงไม่เกินรายละ 40,000 บาท ซึ่งแรงงานที่เป็นสมาชิกกองทุน และต้องเดินทางกลับจากสถานการณ์ดังกล่าว สามารถติดต่อขอรับสิทธิได้ที่กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดทั่วประเทศ

ขณะเดียวกัน กระทรวงแรงงาน ยังดำเนินมาตรการดูแลครอบครัวของแรงงานไทยในประเทศไทย โดยให้แรงงานจังหวัดและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานทั้ง 5 หน่วยงานที่ตั้งอยู่ในทั้ง 76 จังหวัด ลงพื้นที่ให้ข้อมูลข่าวสารและสร้างความเข้าใจแก่ครอบครัวแรงงาน เกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ความเป็นอยู่ของแรงงานไทยในพื้นที่ดังกล่าว

อีกทั้งประชาสัมพันธ์ให้แรงงานไทยอยู่ในต่างประเทศ อัปเดตแอปพลิเคชัน "Smart TOEA" ซึ่งแรงงานต้องติดตั้งก่อนไปทำงานต่างประเทศ บางกรณีแอปพลิเคชันอาจไม่ได้รับการอัปเดต เจ้าหน้าที่จึงขอให้ครอบครัวในไทย ช่วยแจ้งให้ญาติที่ทำงานอยู่ต่างประเทศอัปเดตหรือสแกน QR Code เพื่อติดตั้งเวอร์ชันล่าสุด เพื่อให้กระทรวงแรงงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งข้อมูลข่าวสารหรือแจ้งเตือนในกรณีฉุกเฉิน รวมทั้งแรงงานยังใช้แอปดังกล่าวส่งข้อความขอความช่วยเหลือกลับมายังหน่วยงานภาครัฐได้โดยตรง

นายสันติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันกระทรวงแรงงาน มีสำนักงานแรงงานไทยประจำภูมิภาคตะวันออกกลางจำนวน 3 แห่ง ซึ่งทำงานร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตไทย ในแต่ละประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อประสานการช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกด้านต่าง ๆ ให้แก่แรงงานไทยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

อ่านข่าว :

ชาวอิหร่านฉลองได้ผู้นำสูงสุดคนใหม่ "ทรัมป์" ไม่พอใจแต่งตั้ง "มอจตาบา"

"มอจตาบา" ได้รับบาดเจ็บ หลังขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดอิหร่าน

"ยูเออี" ยิงสกัดขีปนาวุธ-โดรนอิหร่านรุกน่านฟ้ามากกว่า 1,500 ครั้ง