วันนี้ (20 มี.ค.2569) นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ว่า ขณะนี้สถานการณ์ในภูมิภาคยังคงความรุนแรงและขยายวงจากเป้าหมายทางทหารไปสู่การแลกเปลี่ยนการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุดมีรายงานว่า มีการโจมตีนิคมอุตสาหกรรม "ราส ลัฟฟาน" ในกาตาร์ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานการผลิตน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีลำดับต้นของโลก ก่อให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้างและอาจกระทบต่อเสถียรภาพระบบพลังงานในภูมิภาค ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมันในตลาดโลกอย่างมีนัยยะสำคัญ
ทั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง กระทรวงการต่างประเทศ จึงขอให้คนไทยพิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด ติดตามข่าวสาร และคำแนะนำจากช่องทางทางการอย่างเคร่งครัดรวมทั้งลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่ และช่องทางติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ
สำหรับความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ตะวันออกกลาง นายปาณิดล ระบุว่า กรณีแรงงานไทย 1 คนที่เสียชีวิตจากเหตุระเบิดในอิสราเอลนั้น สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้ติดต่อกับครอบครัวตั้งแต่เกิดเหตุ และอยู่ระหว่างประสานงานกับรัฐบาลอิสราเอลอย่างใกล้ชิด เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนในการส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทยโดยเร็วต่อไป
ขณะเดียวกัน สำนักงานหนังสือเดินทาง จ.นครราชสีมา กรมการกงสุล จะลงพื้นที่ไปเยี่ยมญาติของผู้เสียชีวิต ขณะที่ กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงแรงงาน จะติดตามเรื่องเงินชดเชย และสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องจากทางการอิสราเอลอย่างใกล้ชิดต่อไป
นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่เยี่ยมแรงงานไทยในอิสราเอลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กำลังใจ รับฟังปัญหาและสะท้อนความต้องการต่าง ๆ โดยแรงงานส่วนใหญ่ยังมีกำลังใจที่ดี พร้อมขอให้ติดตามประกาศด้านความปลอดภัยจากสถานเอกอัครราชทูตอย่างใกล้ชิด
ส่วนการอพยพคนไทยจากอิหร่าน ขณะนี้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา กำลังประสานช่วยเหลือคนไทย 10 คน ประกอบด้วย คนไทย 4 คนจากเมืองบันดาอับบาส และนักศึกษาไทยจากเมืองกุมอีก 6 คน เดินทางทางบกข้ามไปยังประเทศตุรกี ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง
ขณะที่เมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ได้หารือกับ นอเศเรดดีน ฮัยแดรี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย เพื่อย้ำคำขอของไทย เรื่องการให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทย 3 คน บนเรือมยุรีนารี โดยการให้กองทัพเรืออิหร่าน สนับสนุนภารกิจด้านมนุษยธรรมดังกล่าว ตลอดจนการอนุญาตให้เรือพาณิชย์ไทย ผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย ซึ่งฝ่ายอิหร่านรับทราบและอยู่ระหว่างดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง พร้อมกันนี้ ไทยยังย้ำจุดยืนเรียกร้องให้ทุกฝ่ายกลับสู่กระบวนการเจรจาและการทูตให้ยุติการโจมตีโดยเร็ว
สำหรับกรณีนิคมอุตสาหกรรมในกาตาร์ที่ถูกโจมตีด้วยอาวุธอิหร่านนั้น สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโดฮา ได้ติดต่ออย่างใกล้ชิดกับแรงงานไทย 35 คนในพื้นที่ ซึ่งทุกคนปลอดภัยมีความกำลังใจดี ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงใดๆ
ทั้งนี้ ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์มีคนไทยได้รับความช่วยเหลือให้เดินทางออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางมาจากประเทศไทย หรือไปประเทศที่ 3 รวมทั้งสิ้น 1,209 คน รัฐบาลไทยยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบในพื้นที่อันตรายให้ออกจากพื้นที่อันตรายในโอกาสแรก
อ่านข่าว :
"อนุทิน" รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เป็นนายกฯ คนที่ 32 สมัยที่ 2
วันที่ 21 ศึกตะวันออกกลาง สหรัฐฯ ทุ่มอีก 2 แสนล้านเสริมสมรรถนะกองทัพ
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง "อนุทิน ชาญวีรกูล" เป็นนายกรัฐมนตรี
