เมื่อวานนี้ (22 มีนาคม 2569) เครือข่ายเยาวชนอาสาสมัครเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อม รักษ์แม่น้ำกก สาย รวก โขง และสาละวิน พร้อมด้วยเครือข่ายประชาชนใน จ.เชียงราย เดินรณรงค์ถือแผ่นป้ายให้ร่วมปกป้องแม่น้ำ และคืนแม่น้ำจากสารพิษ ใน “วันน้ำโลก” ให้กลับมาใสสะอาดอีกครั้ง
พร้อมกันนี้ตัวแทนเยาวชนยังได้ขับร้องเพลงรณรงค์ ก่อนจะมีการอ่านแถลงการณ์ สถานการณ์และข้อเสนอไปยังรัฐบาล
ระบุว่าปัญหาสารพิษในแม่น้ำกก สาย รวก และสาละวิน เกิดจากการทำเหมืองแร่ในประเทศเมียนมา และปัจจุบันยังมีการตรวจสอบพบสารพิษ สารโลหะหนักเกินค่ามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง
ในนามเยาวชนในลุ่มน้ำ จ.เชียงราย เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน จึงมีเรียกร้อง ดังนี้
1.ให้รัฐบาลใช้กลไกทุกช่องทางแก้ไขปัญหามลพิษข้ามแดนจากประเทศเมียนมา ให้ยุติหรือมีมาตรการควบคุมการทำเหมืองแร่ที่เป็นอันตรายบริเวณต้นน้ำ ในเมียนมา
2.ให้มีหน่วยงานตรวจสอบคุณภาพน้ำมลพิษที่ปนเปื้อนใน พืช ผัก พื้นที่เกษตรกรรม และปลา ที่ได้รับผลกระทบต่อเนื่อง โดยต้องเปิดเผยข้อมูลสาธารณะอย่างโปร่งใส
3.ให้มีมาตรการตรวจสอบสุขภาพเด็ก เยาวชน สตรี และผู้สูงอายุในชุมชนในลุ่มน้ำที่อาศัยในพื้นที่ได้รับผลกระทบในแม่น้ำ
4.ให้โรงเรียนและสถานศึกษาในพื้นที่ มีการเรียนหลักสูตรท้องถิ่นเกี่ยวกับสารพิษข้ามแดนและสิ่งเสริมการฟื้นฟู ปกป้องแม่น้ำ
5.ให้มีตัวแทนเด็กและเยาวชนเข้าไปมีส่วนร่วมในกลไกการแก้ปัญหาภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อมในทุกระดับอย่างจริงจัง
ต่อจากนั้นตัวแทนเยาวชนได้ยื่นหนังสือให้กับตัวแทนจากฝ่ายการเมืองที่มารับหนังสือ ประกอบด้วย นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน นายพละวัต ตันศิริ สมาชิกวุฒิสภา และน.ส.มณีรัฐ เขมะวงค์ สมาชิกวุฒิสภา
ขณะที่ก่อนการยื่นหนังสือ ได้มีการเสวนาด้านนโยบายการแก้ปัญหาสารพิษข้ามพรมแดน
นายนิวัติ ร้อยแก้ว หรือครูตี๋ ประธานกลุ่มฮักเชียงของ กล่าวว่าวันนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่เครือข่ายประชาชนจะยื่นข้อเสนอต่อผู้แทนราษฎร ประเด็นน้ำปนเปื้อนสารพิษถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากเป็นปัญหาชีวิตของประชาชนและส่งผลกระทบไปสู่รุ่นลูกหลาน แต่รัฐบาลกลับไม่มาฟังเสียงชาวบ้าน
ปัญหาน้ำปนเปื้อนสารพิษ ถ้ายังไม่ได้รับการแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม คนเชียงรายทนไม่ได้แน่ ไม่เกินปีนี้จะต้องมีการลุกฮือขึ้นมา
ก่อนที่ “ครูตี๋” จะอ่านข้อเรียกร้อง 12 ข้อของเครือข่ายภาคประชาชนและวิชาการเพื่อเสนอยังรัฐบาลและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
1.ขอให้รัฐบาลเปิด เผยข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับการนำเข้าแร่สำคัญ เช่น พลวง ตะกั่ว ดีบุก ทองแดง แมงกานีส วุลแฟรม รวมไปถึงแร่หายาก ผ่านด่านชายแดนเมียนมาเข้าสู่ประเทศไทย -ท่าเรือแหลมฉบัง และถูกส่งต่อไปยังประเทศจีน
ต้องมีการตรวจสอบย้อนกลับ ห่วงโซ่อุปทานแร่ ต้องให้บริษัทผู้นำเข้าแร่แสดงแหล่งแร่ที่ซื้อ และนำเข้ามาจากแหล่งใดบ้าง
2.รัฐบาลต้องตรวจสอบอย่างบูรณาการของทุกหน่วยงานภาครัฐ วิชาการให้สิ้นสงสัยโลหะหนักในแม่น้ำ ตะกอนดิน พืชผัก น้ำประปา น้ำบาดาล สัตว์น้ำ และสิ่งมีชีวิตอื่นๆระบบห่วงโซ่อาหารร่างกายมนุษย์ มีแหล่งกำเนิดจากแหล่งใด
รัฐบาลต้องสั่งการ ตรวจสอบสารโลหะหนักที่มีความเกี่ยวข้องกับเหมืองแร่หายากด้วย
3. รัฐบาลต้องจัดให้มีการสร้างแผนที่ความเสี่ยงในแม่น้ำกก สาย รวก โขง และสาละวิน เพื่อใช้เฝ้าระวังการสะสมของสารโลหะหนัก ในระบบห่วงโซ่อาหาร
4. รัฐบาลต้องทำแผนเฝ้าระวังในผลกระทบกาาสะสมสารโลหะหนักต่อเนื่องในสิ่งแวดล้อม และห่วงโซ่อาหารอย่างน้อย 5 ปี
5. จัดตั้งระบบข้อมูลกลางด้านผลตรวจสารโลหะหนัก เพื่อความโปร่งใสและให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้
6. รัฐบาลต้องจัดห้องปฏิบัติการทำหน้าที่ตรวจสารโลหะหนักแบบครบวงจร
7. รัฐบาลต้องจัดการให้การประปาส่วนภูมิภาคย้ายแหล่งน้ำดิบแห่งใหม่แทนแม่น้ำกก สาย รวก โขง เพื่อผลิตน้ำประปาและฟื้นฟูแหล่งน้ำ
8. รัฐบาล ต้องจัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติมีองค์ประกอบทั้งภาครัฐและวิชาการ ภาคประชาชน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของการกำหนดนโยบายแก้ปัญหาแม่น้ำปนเปื้อนสารโลหะหนักข้ามพรมแดน
9. รัฐบาลต้องเปิดการเจรจากับประเทศเมียนมา จีน และกองกำลังชาติพันธ์ุ ตลอดแนวชายแดนไทย-เมียนมา เพื่อหาทางปิดเหมืองที่สร้างผลกระทบข้ามแดน
10. รัฐบาลต้องจัดหาแหล่งน้ำปลอดภัยให้ 11 ชุมชน 2 ตำบล คือ ท่าตอน และแม่นาวาง อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่
11. รัฐบาลต้องหาแหล่งน้ำใหม่ แทนแม่น้ำกก สาย รวก โขง ผลิตน้ำประปาให้กับ 7 หมื่น ครัวเรือนที่ใช้น้ำประปา
12. รัฐบาลต้องเยียวยาให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยวริมแม่น้ำกก แพเปียก และร้านอาหาร
ด้านนายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ส.ส.เชียงใหม่ กล่าวว่ารัฐบาลต้องต้องเปิดเผยฐานข้อมูล แผนที่ความเสี่ยง ,ปลา ที่ผ่านมาพบการปนเปื้อนของสารหนู 0.32 มิลลิกรัม/กิโลกรัม (มาตรฐาน 0.35 ) ซึ่งไม่เกิน ตัวเลขนี้อาจไม่ปลอดภัยการบริโภคปริมาณมาก แต่ไม่มีการดำเนินการใดๆ ข้อมูลเหล่านี้ไม่มีการเปิดเผยให้กับประชาชน ส่วนแผนที่ความเสี่ยงต้องมีการปรับพื้นที่ให้เกษตรกรด้วย ส่วนกรณีตรวจสอบย้อนกลับแร่ ตอนนี้ทราบเพียงการนำเข้า แต่ไม่รู้ต้นตอของเหมืองอยู่ที่ไหน และยังไม่รู้เหมืองมีระบบบำบัดมลพิษอย่างไร
รัฐบาลสามารถดำเนินการได้ จาก พ.ร.บ.แร่ฯ ถ้ารัฐบาลจริงจัง สามารถออกกฎกระทรวงเพื่อตรวจสอบย้อนกลับ ใคร? ที่นำเข้ามาต้องระบุให้ชัดเจน ว่าแร่ที่นำเข้า ระบุเหมืองที่นำเข้ามามาจากตรงไหนบ้าง และบำบัดอย่างไร
ส่วนกรณีการเจรจาระหว่างประเทศ นายภัทรพงษ์ กล่าวว่าถ้าให้คะแนนเต็มสิบ ให้เพียงหนึ่งคะแนนจากการทำงานที่ผ่านมา รัฐบาลเลือกเจรจาเฉพาะแบบทวิภาคี ไทย-เมียนมา การแก้ไขปัญหาไม่มีทางเกิดขึ้น ซึ่งต้องเจรจาประเทศจีน ลาว
การแก้ปัญหารัฐบาลต้องมองเป็นภาพใหญ่ได้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต้องเป็นแกนนำในการเจรจา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฝุ่น หรือน้ำ โดยมีกระทรวงการต่างประเทศสนับสนุน
ด้านนายพละวัต ตันศิริ สมาชิกวุฒิสภา ระบุว่า การแก้ปัญหาเหมืองแร่ในประเทศเมียนมาที่เป็นต้นเหตุของสารพิษ มีข้อเสนอจากนักวิชาการ ม.เชียงใหม่ ให้ใช้บริษัทรัฐวิสาหกิจจีนที่มีมาตรฐานสูงเข้ามาควบคุมคุณภาพและความปลอดภัย แต่ปัญหาที่พบเท่าที่ทราบมาเป็นการลงทุนส่วนบุคคลไม่ได้เป็นบริษัทจึงทำลายสิ่งแวดล้อม
ส่วนมาตรการเยียวยาทางเศรษฐกิจ ต้องดูว่ารัฐบาลมีความจริงจังแค่ไหน อาจต้องมีมาตรการเยียวยาออกมา
ส่วนการตั้งศูนย์ฯตรวจสารเคมีตกค้างในจังหวัดเชียงราย มีความจำเป็น โดยเฉพาะนอกจากตรวจหาสารพิษในแม่กก การตรวจพืช บริเวณด่านเชียงของ ก็มีความจำเป็นเพราะการนำเข้าพืชจากต่างประเทศมีปัญหาเรื่องสารพืษตกค้าง หากมีศูนย์ฯตรวจพืชจะยกระดับการตรวจ
ด้านน.ส.มณีรัฐ เขมะวงค์ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงการเจรจาระหว่างประเทศว่าการเจรจาระดับทวิภาคีอาจไม่เพียงพอ ควรดูกลุ่มทุนที่ได้ผลประโยชน์ หารขนส่ง การนำเข้า หรือนำเข้าได้ขนาดไหน ต้องฝากรัฐบาลจะต้องติดตามการแก้ปัญหา
สำหรับการจัดงาน "มหกรรมประชาชนปกป้องลุ่มน้ำกก สาย รวก โขง และสาละวิน" จัดขึ้นโดยความร่วมมือของเครือข่ายภาคประชาชนในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ที่ได้รับผลกระทบจากสารพิษข้ามพรมแดน เกือบครบ 1 ปี นับตั้งแต่มีการตรวจพบครั้งแรก ที่ ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ซึ่งปีนี้จัดตรงกับ "วันน้ำโลก" มีการจัดกิจกรรมสืบชะตาแม่น้ำและฟ้อนอุ่นเมือง จากช่างฟ้อนราว 300 คน โดยมีโดยมีนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายประเสริฐ จิตพลีชีพ รองผู้ว่าราชการฯ และส่วนราชการ พร้อมประชาชน ร่วมกิจกรรม บริเวณสวนสาธารณะริมแม่น้ำกก วัดฝั่งหมิ่น อ.เมือง จ.เชียงราย
แท็กที่เกี่ยวข้อง:
